สมชัย ชำแหละจุดอ่อนในคำวินิจฉัยกกต. เรื่องคุณสมบัติ สว. ของ สมพาน-แดง ชี้อ่อนหัด หากตัดสินเพื่อเอื้อผู้สมัคร ถือเป็นความผิดทางอาญา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
จากกรณี นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ตั้งข้อสังเกต 2 สว.อำนาจเจริญ คือ นายสมพาน พละศักดิ์ ที่มีกิจการขายก๋วยเตี๋ยว และ นางแดง กองมา มีกิจการเขียงหมู ลงสมัคร สว.ผิดกลุ่มหรือไม่ โดยไปลงกลุ่ม 10 คือกลุ่มประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม
ต่อมา กกต.เผยแพร่คำวินิจฉัย ยืนยันทั้ง 2 ราย พยานหลักฐานครบถ้วน เป็นผู้มีคุณสมบัติ ไม่มีลักษณะต้องห้ามนั้น
วันที่ 30 ก.ค.2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์เอกสารคำวินิจฉัย 2 สว. พร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า จุดอ่อนในคำวินิจฉัยคำร้องเรื่องคุณสมบัติ สว. ของ กกต.
การยกคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. กรณีผู้สมัคร สว. มีคุณสมบัติไม่ตรงกับกลุ่มที่ตนสมัคร เพื่อสยบกระแสการตั้งคำถามของสังคม กลับไม่เป็นดังคาด กลายเป็นดาบที่ฟาดฟันกลับยัง กกต.
แทนที่สังคมจะเชื่อ สังคมกลับตั้งคำถามถึงความอ่อนหัด ไม่รอบคอบ ไปจนถึงเจตนาละเว้นเพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร เพราะเมื่ออ่านคำวินิจฉัยทั้งสองฉบับ จะเห็นจุดอ่อนที่สำคัญ ดังนี้
1.หลักในการวินิจฉัย ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง คือ เขารับรองตัวเองแล้ว มีพยานลงนามรับรองแล้ว ผอ.การเลือกตั้งระดับอำเภอให้การว่าตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ไม่มีหน่วยราชการใดโต้แย้งว่าขาดคุณสมบัติ
2.การไต่สวนเพิ่มเติม มุ่งประเด็นเดียวคือ คุณขายหมู ขายก๋วยเตี๋ยวเกิน 10 ปี หรือไม่ ถ้ามีพยานให้การว่าพบเห็นการประกอบอาชีพเกิน 10 ปี ถือว่า ครบคุณสมบัติ
3.ไม่มีการตีความว่า กลุ่มอาชีพ (10) กลุ่มประกอบกิจการอื่นนอกจากกิจการตาม (9) กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน คืออะไร แต่ตีความแบบไม่รู้เรื่องว่า คืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ (9)
4.การตีความ (10) ต้องดู กม. ที่เกี่ยวกับ (9) ในที่นี้คือ กฎกระทรวงว่าด้วย กำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าทรัพย์สินถาวรของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2545 ซึ่งระบุ ว่า กิจการการให้บริการ (เช่น ขายก๋วยเตี๋ยว ) ขนาดเล็ก (S) คนงานไม่เกิน 50 คน มูลค่าทรัพย์สิน ไม่เกิน 50 ล้าน และขนาดกลาง (M) คนงาน 51-200 คน มูลค่าทรัพย์สินเกิน 50 ล้านแต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท
5.ส่วนกิจการค้าปลีก (เช่น ขายเนื้อหมู) ขนาดเล็ก (S) คนงานไม่เกิน 15 คน มูลค่าทรัพย์สินไม่เกิน 30 ล้านบาท ส่วนขนาดกลาง (M) คนงาน 16-30 คน มูลค่าทรัพย์สินเกิน 30 ล้าน แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท
6.การตีความ (10) ที่ไม่ใช่ (9) ที่ถูกต้องคือ เป็นวิสาหกิจที่ไม่ใช่ S หรือ M นั่นหมายความว่า ถ้าขายก๋วยเตี๋ยว ต้องมีคนงานเกิน 200 คน ทรัพย์สินถาวรเกิน 200 ล้าน ถ้าขายเนื้อหมูในตลาด ต้องมีคนงานเกินกว่า 30 คน และเขียงหมูต้องมีมูลค่าทรัพย์สินเกิน 60 ล้านบาท
7.หาก กกต.วินิจฉัยผิด โดยอ่อนหัด เป็นเรื่องกระทำการโดยประมาทเลินเล่อ สะเพร่า ทำให้ราชการได้รับความเสียหาย หรือ หากมีเจตนาช่วยเหลือผู้สมัครโดยไม่ยึดถือกฎหมาย ถือเป็นความผิดทางอาญา ในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ