กรุงเทพมหานคร “ผู้ว่าฯชัชชาติ” แจงงบประมาณ ปี’70 9.3 หมื่นล้าน ยึดหลัก โปร่งใส คุ้มค่า กระจายความเจริญ ทุกพื้นที่ เน้นแก้ไขปัญหา-วางรากฐานระยะยาว
3 ส.ค. 69 – ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม.2 ดินแดง นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าหน่วยงาน สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายชัชชาติ ได้นำเสนอหลักการและเหตุผลของร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี70 มีวงเงินรวม 93,918.92 ล้านบาท ซึ่ง กทม.ยืนยันหลักการความ โปร่งใส คุ้มค่า กระจายความเจริญอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ มุ่งเน้นการการแก้ไขปัญหาของประชาชน ควบคู่กับการวางรากฐานการพัฒนากรุงเทพฯ ในระยะยาว
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า งบประมาณดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ งบประมาณของกทม. 93,000 ล้านบาท และงบประมาณของการพาณิชย์ของกทม. 918.92 ล้านบาท โดยยึดหลักงบประมาณแบบสมดุล และรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด
สำหรับ การจัดสรรงบประมาณเชิงรุกลงสู่เส้นเลือดฝอยนั้น จะครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต วงเงินกว่า 6,661 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานใกล้ตัวประชาชน ทั้งถนน ตรอก ซอย ทางเดินเท้า ลานกีฬา สวนสาธารณะ ไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบระบายน้ำ และโรงเรียน/ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า แม้หน่วยรับงบประมาณ จะเสนอขอตั้งงบประมาณรวมสูงถึง 144,238 ล้านบาท แต่เพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ที่ห้ามตั้งรายจ่ายประจำสูงกว่ารายได้ประจำ กทม.จึงพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นในการใช้จ่ายงบประมาณ ตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของหน่วยรับงบประมาณ โดยจะต้องเกิดความคุ้มค่าและประหยัดมากที่สุด
สำหรับ งบฯ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนา กรุงเทพมหานคร 9 ด้าน เพื่อขับเคลื่อนสู่ เมืองที่สร้างโอกาสและความหวังให้กับทุกคน นั้น ประกอบด้วย เดินทางดี 15,719 ล้านบาท, สิ่งแวดล้อมดี 5,440 ล้านบาท, ปลอดภัยดี 4,126 ล้านบาท, สุขภาพดี 2,536 ล้านบาท, เรียนดี 2,513 ล้านบาท, สังคมดี 1,115 ล้านบาท, บริหารจัดการดี 845 ล้านบาท, เศรษฐกิจดี 195 ล้านบาท และโปร่งใสดี 159 ล้านบาท
นายชัชชาติ ยอมรับว่า กทม. ยังมีภาระต้องชำระค่าจ้างเดินรถ ซ่อมบำรุง และดอกเบี้ยเงินกู้โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย รวม 6,044 ล้านบาท ส่งผลให้เหลืองบประมาณสำหรับบริหารจัดการเมือง และแก้ปัญหาประชาชนจริงๆ 86,956 ล้านบาท ซึ่งภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าวนี้ ทำให้ กทม. มุ่งเน้นการจัดทำงบประมาณแบบสมดุล และรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ยังวางมาตรการเชิงรุกเร่งรัดการเบิกจ่าย เพื่อส่งผ่านเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการ ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ฐานะการคลังของ กทม. ยังอยู่ในเกณฑ์มั่นคง โดย ณ วันที่ 6 ก.ค. 69 มีเงินฝากธนาคารรวมกว่า 62,134 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หวังว่า สภากรุงเทพมหานคร จะให้การสนับสนุน และรับหลักการร่างข้อบัญญัติฉบับนี้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการใช้จ่ายงบประมาณ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อประชาชนและกรุงเทพมหานคร ต่อไป