สก.เขตดุสิต แฉงบ กล้อง CCTV กทม.ทะลุ 727 ล้าน แพงเกินจริง 2 เท่า แฝงซื้อกล้องเปล่า ส่อล็อกสเปกให้บริษัทนอกสายงาน “วิศณุ” ลุกแจงใช้แทนตัวเก่า ใช้นาน 10 ปี
3 ส.ค. 69 – ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569
โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการสำนัก หัวหน้าหน่วยงาน สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายอัครชัย กันธมาลา ส.ก.เขตดุสิต อภิปรายถึงงบประมาณ กล้อง CCTV ที่ในปีงบฯ นี้ มีการตั้งงบประมาณ สูงถึง 727,609,730 บาท แบ่งเป็น งบประมาณ การบำรุงกล้องวงจรปิด 357,378,200 บาท งบจัดซื้อและการติดตั้งกล้องวงจรปิด 201,436,430 บาท และงบสาธารณูปโภค 168,795,100 บาท
สำหรับโครงการติดกล้องวงจรปิดใหม่ สำนักการจราจรและการขนส่ง ตั้งงบประมาณ 6 โครงการ มูลค่า 63,417,600 บาท จะมีกล้องใหม่จำนวน 922 ตัว
นายอัครชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่ผิดปกติคือ การติดตั้งสาย เคเบิลใยแก้ว และค่าแรงในการติดตั้งที่ราคาแพงเกินจริง 2 เท่า สำหรับราคาเคเบิลใยแก้วขนาด 12 Core มีการนำเสนอราคาเมตรละ 39 บาท แต่ยี่ห้อมาตรฐานขายปลีกเพียง 20 บาทต่อเมตร
ขณะที่ค่าแรงในการติดตั้ง ตามค่าแรงงานกรมบัญชีกลาง จะคิดอยู่ที่ 30-37% ของค่าวัสดุทั้งหมด หากเทียบกับค่าเคเบิลใยแก้ว ค่าติดตั้งควรจะอยู่ที่ประมาณ 10 บาทต่อเมตร โดยสามารถคิดราคาที่เหมาะสมได้ 30 บาทต่อเมตร ซึ่งยังต่ำกว่าราคาที่เสนออยู่ในปัจจุบัน 58 บาทต่อเมตร
สำหรับ โครงการกล้อง AI จับปรับบนทางเท้า ในงบประมาณปี 70 พบโครงการระบบวิเคราะห์วิดีโอที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งมีค่าเชื่อมต่อกับระบบการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทศกิจ ซึ่งในงบปี 69 มีการขอโครงการจัดหาระบบตรวจจับอยู่แล้ว 9,370,000 บาท จึงตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงต้องจัดซื้อใหม่ซ้ำซ้อน
ส่วนโครงการ ที่พบพิรุธมากที่สุดคือ โครงการจัดซื้อกล้องวงจรปิดเปล่าใน 2 ราคา มูลค่า 22,000 บาท จำนวน 2,200 ตัว และมูลค่า 5,700 บาท จำนวน 1,938 ตัว ซึ่งไม่รวมค่าอุปกรณ์และค่าแรงติดตั้งเป็นงบประมาณ 66,265,630 บาท
เมื่อเข้าไปดูบริษัทที่ได้มีการเสนอราคาพบว่า มีบริการติดตั้งกล้องวงจรปิด แต่กลับไม่ใช้บริการ ซึ่งจะคุ้มค่ามากกว่าการติดตั้งกล้องเปล่า
นายอัครชัย กล่าวด้วยว่า หากดูในงบแปรญัตติปี 69 พบว่าโครงการซื้อกล้องวงจรปิด CCTV ถูกยัดเข้ามาดื้อ ๆ ซึ่งเป็นโครงการที่มีงบประมาณตรงกับโครงการในปี 70 เมื่อดูสเปกกล้องจะพบว่าเป็นระดับ Enterprise มีความทนทานใช้ได้หลายปี สามารถหาตัวแทนจำหน่ายได้หลายบริษัทในประเทศไทย
เมื่อดูเกณฑ์การพิจารณาด้านราคา ใน ปีงบ 69 จะพบว่า ราคามีผลต่อการตัดสินเพียง 20% อีก 80% ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของกรรมการ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีเพียง 4 บริษัท ที่ยื่นเอกสารเข้ามาในปี 69
ซึ่งจะพบ บริษัทหนึ่ง ที่ไม่ผ่านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ แต่ในปีงบ 70 กลับ เป็นผู้เสนอราคา หากดูในรายละเอียด จะพบว่า บริษัทดังกล่าวขาดทุนมา 3 ปีติด ไม่ได้อยู่ในหมวดธุรกิจที่จำหน่าย CCTV แต่อยู่ในธุรกิจงานวิศวกรรม และให้คำปรึกษาทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
“ผมไม่ได้ต่อต้านการติด CCTV แต่ความปลอดภัยต้องเริ่มด้วยความโปร่งใส หากไม่มีความโปร่งใสก็คิดไม่ออกว่า ประชาชนที่ออกมาใช้ชีวิต เวลาเกิดอุบัติเหตุจะเชื่อกล้อง CCTV ได้อย่างไร ฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ตรวจสอบ เพื่อให้ภาษีประชาชนถูกใช้อย่างคุ้มค่า ให้ภาษีของทุกคนกลับมาหากทม.อย่างแท้จริง” ส.ก.ดุสิตมกล่าว
ด้าน นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า เห็นด้วยว่า การจัดซื้อ ต้องผ่านระบบ E-bidding ส่วนค่าวัสดุและค่าติดตั้งราคาแพง คณะกรรมการราคากลางต้องตอบให้ได้ ยืนยันว่า กล้องที่มีการจัดซื้อไม่ใช่กล้องเปล่า
กล้องของ กทม. มีกว่า 65,000 ตัว หลายกล้องอายุใช้งานอาจจะมากกว่า 10 ปีแล้ว เป็นรุ่นเก่าจึงต้องเปลี่ยนเป็นกล้องดิจิทัล ซึ่งจะทยอยเปลี่ยนตามงบประมาณที่มี กล้องที่เปลี่ยนทดแทนจะมีสองสเปก ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งาน