อนุทิน ถาม ‘โรม’ พูดกี่ครั้งแล้ว เป็นจริงหรือไม่ แขวะพูดตามสติปัญญาที่มี ไม่มีข้อมูลจริง ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดู TOR แต่มีหน้าที่หาคนผิดมาลงโทษ ลั่น เกลียดเรื่องโกง โวสั่งล้างโกงเดือนเดียวเห็นผล
เมื่อเวลา 12.05 น. วันที่ 7 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานกมธ. การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร อ้างชื่อนายกรัฐมนตรี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเป็นคนเลือกทีโออาร์ และผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพา พ้นจากการรับงาน ว่า จะให้ตนตอบอย่างไร
ตอนนี้เรื่องอยู่ในมือของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตำรวจ และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหลายคณะกรรมการ ซึ่งผลสอบสวนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนเกี่ยวข้องอย่างเดียวคือไม่ให้โกง
นายกฯ ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีโออาร์ ไม่รู้เรื่อง มันไม่ใช่หน้าที่ของนายกฯ หรือรมว.มหาดไทย ที่จะต้องมานั่งดูว่าทีโออาร์เป็นอย่างไร นโยบายที่เรามอบให้ไป คือการกระทำใดๆ ในหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ต้องเป็นเป็นไปตามกฏหมายสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้
“สิ่งที่เราทำก็ไม่พูด ไปพูดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง วันนี้ดำเนินคดีไปแล้วกี่คน แจ้งข้อหาไปแล้วกี่คน แต่เราไม่ใช่ศาล เราไปลงโทษเขาเองไม่ได้ แต่ก็แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว” นายกฯ ระบุ
นายอนุทิน ระบุอีกว่า เมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ไปร่วมประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ ก กลาง นำผลของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ไปร่วมประชุม ก กลาง ก็ประชุมอีกที
สุดท้ายผลก็ออกมาเหมือนเดิม ต้องประกาศยกเลิกผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ที่มีพฤติกรรมสอบไปในทางทุจริต 5,000 กว่าราย โดยหลังจากนี้ ก กลาง ก็จะส่งมติไปให้ส่วนท้องถิ่น และส่งไปให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัด นี่คือขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่จะทำให้มันยืดเยื้อ และผู้ว่าฯทุกจังหวัด ก็จะส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับคนพวกนี้เข้าไป และจะไม่มีการจ้าง เพราะมาไม่ถูกต้อง
ส่วนที่แม้จะมีคณะกรรมการตรวจสอบ และมีผลตรวจสอบแล้ว แต่ก็มีความพยายามที่จะให้นายกฯแสดงความรับผิดชอบ อยากถามหรือไม่ว่าจะต้องรับผิดชอบแค่ไหนถึงจะพอใจ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกวันนี้ตนรับผิดชอบในหน้าที่ทำงานของตนอยู่แล้ว มันไม่ต้องแสดงอะไรไปมากกว่านี้ ทุกคนทำงานมีความรับผิดชอบตามภาระหน้าที่
ตราบใดที่เขายังทำงานซื่อสัตย์สุจริต และไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ดังนั้น การรับผิดชอบก็คือการหาคนกระทำความผิด มาลงโทษ และทำสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกในการคัดสรรตัวบุคคลเข้ามารับผิดชอบงานต่างๆ เหล่านี้ถึงบอกว่าอาวุโสอย่างเดียวพอหรือไม่ ประวัติการทำงานต้องนำมาประกอบด้วยหรือไม่ ผลงานฝีมือ ไหวพริบ ต้องนำมาประกอบกันทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เราพยายามไม่ให้เกิดขึ้น
ส่วนที่นายรังสิมันต์ พยายามดึงชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า คุณโรม เคยพูดอะไรแล้วเป็นไปตามนั้นบ้าง ซึ่งเขาก็พูดให้มันเป็นประเด็น มีเรื่องมีราวขึ้นมาให้มันเป็นข่าว แต่เขาไม่มีข้อมูลอะไรที่มันเป็นข้อเท็จจริง ใช้การคาดเดาตามสติปัญญาที่เขามี ซึ่งพูดตามสิ่งที่เขาคิดออกมา และไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เขาคิด กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วก็ปล่อยเขาไปเถอะ
ตนก็มีหน้าที่ทำตามในสิ่งที่ตนต้องรับผิดชอบ คือการเอาคนผิดมาลงโทษ ปลดคนที่ทุจริต ไม่ให้ได้รับการจ้าง และอำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่เข้ามาสอบอย่างสุจริต ซึ่งทุกอย่างมีกรอบของการปฎิบัติหน้าที่ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายก็ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ นายอนุทิน ถามกลับว่า คำว่ามั่นใจคืออะไร ซึ่งก็ต้องมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรมิชอบ หากตนทำอะไรที่มันมิชอบแล้ว มันไม่มีทางไม่มั่นใจ แต่ที่มั่นใจได้ เพราะตนไม่ได้ทำอะไรที่มันไม่ได้สุจริต ซึ่งตนเกลียดเรื่องพวกนี้ เผลอ ๆ เกลียดมากกว่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ
ขอให้ไปดูที่ตนได้สั่งการและมอบนโยบาย สามารถมาถึงจุดนี้ได้ ซึ่งมันช้าไปหรือไม่เป็นเวลาหนึ่งเดือน บางคดียาวนาน 5 -10 ปี อย่างเรื่อง 44 สส. กว่าเขาจะสอบก็ถึงปีหน้าเลย ซึ่งเรื่องของเราเห็นตัวผู้กระทำผิดแล้ว มันอยู่ที่ว่าเขาอยากจะพูดอะไร หากไม่หวังดี ไม่ปรารถนาดีกับรัฐบาล เขาจะพูดอีกอย่างหนึ่ง และเป็นเฟกนิวส์ ตอนนี้คนพูดเฟกนิวส์เยอะ คนพูดมากแล้วพลาดมีเยอะ ก็ปล่อยให้เขาทำไป เราก็อย่าพลาดก็แล้วกัน เราก็ต้องทำให้มันไม่พลาด โดยการไม่ไปทำผิด