แนะ “อนุทิน” สางข้อขัดแย้งกฎหมาย ปมปลด “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.

วันที่ 9 ส.ค.69 ความคืบหน้ากรณีศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความในคดี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการสรรหากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.โดยระบุคณะกรรมการสรรหาฯ มีความไม่เป็นกลาง ไม่โปร่งใส ไม่ครบองค์ประชุม ใช้อำนาจเกินขอบเขตขัดต่อกฎหมาย โดยศาลเห็นว่า นพ.สรณ ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความเห็นว่า คำสั่งของศาลปกครองกลางส่งผลให้ นพ.สรณ ยังทำหน้าที่ประธาน กสทช.ต่อไปเนื่องจากยังไม่นำความกราบบังคมทูลเพื่อให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

นอกจากนี้ศาลปกครองกลางยังไม่มีคำวินิจฉัยในประเด็นคณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยให้ นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่ง กรรมการ กสทช.ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดังนั้นประเด็นที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งจึงยังไม่ได้ข้อยุติในแง่กฎหมาย

ทั้งนี้ นพ.สรณ เข้าปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช.หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 13เมษายน 2565 ระหว่างนั้นมีการร้องเรียนว่า นพ.สรณ ยังทำหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง

ต่อมาคณะกรรมการสรรหา กสทช.วินิจฉัยและลงมติเป็นเอกฉันท์ 4:0 ว่า นพ.สรณ สละสิทธิในการเข้าเป็นตำแหน่งกรรมการ กสทช. แต่ นพ.สรณ โต้แย้งเห็นว่าคณะกรรมการสรรหา ไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องนี้เนื่องจากอำนาจของคณะกรรมการสรรหาในการวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กสทช.สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่คณะกรรมการสรรหาเลือก นพ.สรณ และยื่นชื่อให้วุฒิสภา

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า ประเด็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหาที่วินิจฉัยคุณสมบัติ นพ.สรณ ยังเป็นที่ถกเถียงและไม่ได้ข้อยุติเนื่องจาก นายณรงค์ รัฐอมฤต อดีตกรรมการสรรหา กสทช.ยื่นหนังสือไปถึงนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภา ระบุหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา สิ้นสุดลงแล้วนับตั้งแต่ดำเนินการสรรหาเสร็จและบุคคลที่ได้รับเลือกได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งแล้วและไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจคณะกรรมการสรรหากลับมาวินิจฉัยการพ้นตำแหน่งของ นพ.สรณ นอกจากนี้ นางยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ เป็นกรรมการสรรหา กสทช.อีกคนที่มีความเห็นคัดค้านการใช้อำนาจของคณะกรรมการสรรหาเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายชี้ว่า ยังมีประเด็นข้อกฎหมายที่เห็นแย้งอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ดังเช่นในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีการะบุชัดถึงหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาในการวินิจฉัยคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการสรรหา กสทช.จะเป็นผู้ดำเนินการนั้นเกิดขึ้นก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า นพ.สรณ เปิดหลักฐานยืนยันยื่นใบลาออกจากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2565 หลังจากได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็น กสทช. ซึ่งนายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯในเดือนมกราคม 2565 และได้รับโปรดเกล้าฯในวันที่ 13 เมษายน

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้ชี้ประเด็น นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล กรรมการสรรหา กสทช.ที่ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการสรรหา กสทช.ในวันที่ 21 กรกฎาคมว่า ในพระราชบัญญัติองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 7กำหนดคุณสมบัติของกรรมการสรรหากสทช.ต้องมีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี แต่ไม่เกิน 70 ปี แต่ในวันที่นายเกียรติพงศ์ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการสรรหา นายเกียรติพงศ์อายุเกิน 70 ปี จึงมีประเด็นข้อกฎหมายว่า ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 นายเกียรติพงศ์ ยังดำรงตำแหน่งกรรมการสรรหาตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเสนอแนะในตอนท้ายว่า ความขัดแย้งข้อกฎหมายทั้งในประเด็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช.ความโปร่งใส และความชอบธรรมในการจัดประชุมกรรมการสรรหาที่มีนายเกียรติพงศ์เป็นประธานฯ นายกรัฐมนตรีควรนำประเด็นเหล่านี้มาพิจารณาให้รอบคอบครบถ้วนก่อนจะดำเนินการต่อไปในขั้นตอนอื่นๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน