รัฐบาล เปิดปฏิบัติห้วยขวาง ตรวจโรงแรม–ธุรกิจผิดกฎหมาย ขยายผลเส้นทางเงิน เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ เอี่ยวรับสินบน เตรียมขยายการตรวจสอบไปทั่วประเทศ
วันที่9 ส.ค.น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายและการใช้นอมินีอย่างจริงจัง โดยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง” ตรวจสอบโรงแรมและสถานประกอบการในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชน พร้อมสั่งสืบสวนขยายผลทั้งโครงสร้างผู้ถือหุ้น เส้นทางการเงิน การถือครองที่ดิน และข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการระหว่างกรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบสถานประกอบการและโรงแรมบางแห่งไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ รวมถึงพบประเด็นเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมาย และพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ
ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การตรวจสอบอาคารยังพบข้อกังวลด้านความปลอดภัย ทั้งบันไดหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน และระบบป้องกันอัคคีภัย ขณะที่การตรวจสอบด้านแรงงานพบแรงงานต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ทำงานไม่ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงการประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย จึงได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการจ่ายผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่รัฐ โดยระหว่างปฏิบัติการมีผู้ประกอบการพยายามติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเสนอผลประโยชน์แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี พร้อมกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานในพื้นที่ ซึ่งคณะทำงานได้เก็บข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว นายพลพีร์จึงสั่งให้กรมการปกครองประสานหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้าง ตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผล หากพบเจ้าหน้าที่รายใดเกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจผิดกฎหมาย จะต้องดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
และประสานกรมที่ดินตรวจสอบกรรมสิทธิ์และการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง หากพบการถือครองที่ดินโดยฝ่าฝืนกฎหมายหรือผ่านนอมินี จะดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงิน หลังพบข้อสังเกตเกี่ยวกับ QR Code ที่อาจเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ การรับชำระเงินที่ไม่เข้าสู่บัญชีธนาคารในประเทศไทย และการใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อทั้งในมิติการเงิน ภาษี และการจดทะเบียนธุรกิจ
น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า ปฏิบัติการครั้งนี้จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ห้วยขวางหรือกรุงเทพมหานคร แต่กระทรวงมหาดไทยเตรียมขยายการตรวจสอบไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยเน้น 3 ช่องทาง ได้แก่ การรับเบาะแสจากประชาชนและผู้แทนในพื้นที่ การตรวจสอบแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสถานประกอบการผิดกฎหมาย และการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อเชื่อมโยงไปถึงผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง
รัฐบาลยืนยันว่าการปราบปรามจะพิจารณาจากพฤติการณ์และหลักฐาน ไม่ว่าผู้เกี่ยวข้องจะเป็นนายทุนต่างชาติ ผู้ถือหุ้นนอมินี ผู้ให้บริการด้านกฎหมายหรือบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ธุรกิจผิดกฎหมายเข้ามาเอาเปรียบผู้ประกอบการไทย กระทบความปลอดภัยของประชาชน หรือบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อระบบราชการ