ปกรณ์ ชงร่างแก้กม.อาวุธปืน เข้าครม.กลางเดือน ก.ย.นี้ แจงนิรโทษปืนไม่ได้ผล เพราะไม่ได้รื้อระบบ ย้ำเปิดให้คืนปืน ดีกว่าซื้อคืน เหตุใช้งบสูง

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืนว่า การแก้ปัญหาจะแก้ไขกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ อย่าลืมว่าประเทศไทยติดกับเพื่อนบ้านทั้งทางบก ทางทะเล และในประเทศเพื่อนบ้านสถานการณ์ยังไม่เรียบร้อย จึงมีการเล็ดลอดของอาวุธเข้ามาในไทย

ขณะที่ พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับเก่า ที่ใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2490 ครอบคลุมการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย แต่ยังมีช่องโหว่ ซึ่งปืนมี 2 ส่วน คือ ปืนที่ชอบด้วยกฎหมายและปืนเถื่อน เรื่องที่ต้องแก้ไขคือ เรื่องอาวุธปืนที่นำเข้าโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องมีการปฏิรูประบบปืนเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงทั้งระบบ เพราะที่ผ่านมาต่างคนต่างอนุญาต

ก่อนหน้านี้มีความพยายามพัฒนาระบบทะเบียนปืนจากส่วนกลาง แต่ยังไม่สมบูรณ์และยังไม่เชื่อมโยง ไม่มีระบบตรวจสอบติดตามที่ดี ส่วนร้านปืน กฎหมายไม่ได้เขียนให้ร้านต้องร่วมรับผิดชอบดูแล

นายปกรณ์ กล่าวว่า ปืนที่มีทะเบียนส่วนใหญ่มักไม่มีปัญหา แต่ปัญหาคือพวกที่มีปืนที่มิชอบด้วยกฎหมายแล้วเอาไปใช้ แม้จะมีการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนแล้วแต่ไม่เอาไปขึ้นทะเบียนการขอมีและใช้อาวุธปืน ปืนนั้นจะกลายเป็นปืนเถื่อน

ปืนเถื่อนมี 3 ประเภทคือ 1.ปืนและเครื่องกระสุนที่ลักลอบนำเข้าตามชายแดน 2.ปืนที่ซื้อโดยชอบแต่ไม่ได้ขอขึ้นทะเบียน และ 3.ปืนไทยประดิษฐ์ นอกจากนี้จะต้องควบคุมสนามยิงให้เข้มข้น ต้องไปด้วยกันทั้งระบบ และตอนนี้ระบบควบคุมยังไม่มี ซึ่งสนามยิงปืนอยู่ในการดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จึงจำเป็นต้องทบทวนกันใหม่

สิ่งที่กระทรวงมหาดไทย เสนอมาและหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกาคือ ต้องควบคุมปืนในระบบให้ดีผ่านการรื้อระบบ การขึ้นทะเบียนอนุญาต การควบคุมการเล่นปืนหรือใช้ปืน เป็นการป้องกันรอยรั่ว จากนั้นต้องดูว่า ของที่มีอยู่จะต้องทำอย่างไร โดยจะมีมาตรการให้นำอาวุธปืนมามอบให้ทางราชการโดยไม่ต้องรับโทษ หากไม่แน่ใจว่า ปืนนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เป็นมาตรการที่คล้ายกับนิรโทษ ซึ่งมาตรการนี้ทำมาแล้วหลายครั้ง ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง เหตุที่ไม่ได้ผลเพราะไม่มีการรื้อระบบ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดคือ การตรวจตราอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่จะลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

นายปกรณ์ กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ที่จะเกิดขึ้นคือ ผู้ค้าปืน ระบบอนุญาตปืน และเรื่องสนามยิงปืน ที่จะต้องถูกควบคุมอย่างเข้มข้น ส่วนแนวคิดซื้ออาวุธปืนคืน อยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะต้องใช้งบประมาณสูง หากรับซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง อาจรู้สึกเสียดายและไม่นำมาคืน

ทางกระทรวงมหาดไทย เสนอว่า ให้นำปืนมาคืนดีกว่าใช้งบประมาณไปซื้อคืน เพราะใช้งบประมาณจำนวนมาก ส่วนปืนทหารและตำรวจที่ใช้ในราชการ จะมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลอยู่แล้ว แต่ไม่ได้การันตีว่าจะป้องกันได้ 100% แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี สามารถใช้มาตรการทางบริหารได้

รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับการขั้นตอนการแก้ไขกฎหมาย หลังจากรับฟังความเห็นผ่านระบบกฎหมายกลางจนถึงวันที่ 10 ก.ย.นี้ จากนั้นจะยกร่างกฎหมายแล้วนำไปรับฟังความเห็นอีกครั้ง และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมาตรา 19 ตาม พ.ร.บ.หลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมาย คาดว่าจะสามารถนำร่างกฎหมายเข้าสู่ที่ประชุมครม.ได้กลางเดือน ก.ย.นี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน