กมธ.พัฒนาการเมือง สอบคำร้องทุจริตสอบนายอำเภอปี 66 ‘ผู้ร้อง’ ชี้กระดาษคำตอบพิมพ์ปีผิด มีคนแก้ มั่นใจถูกเปลี่ยนทำสอบตก ด้าน ‘มธ.’ รับพิมพ์ปีผิดจริง แต่ให้ผู้สอบแก้หน้างานแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีผู้ร้องแจ้งเรื่องความไม่โปร่งใสการสอบนายอำเภอปี 2566 ของกรมการปกครอง (ปค.) ว่า ผู้ร้องมีการสอบนายอำเภอเมื่อปี 2566 ซึ่งสอบ 7 ครั้ง จึงรู้สึกถึงพิรุธในการสอบทุกครั้งที่ผ่านมา

แต่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากผู้ร้องจะเกษียณออกจากราชการแล้ว จึงมายื่นขอให้ตรวจสอบเพราะผู้ร้องมั่นใจว่ากระดาษคำตอบที่เขาทำ กับกระดาษคำตอบที่ขอมาตรวจสอบ อาจจะเป็นคนละแผ่นกัน จริงๆ เรื่องนี้ผู้ร้องพอๆ กับเรื่องของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ที่แดงขึ้นมา

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า กมธ. ได้เชิญอดีตอธิบดีปค. ในปี 2562 มาให้ข้อมูลเพื่อเทียบเคียงกับกรณีในช่วงเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่งกับการสอบที่มีการทุจริตสอบนายอำเภอเข้าร่วมให้ความคิดเห็น โดยเชื่อว่าสามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์ต่างๆ ในช่วงเวลานั้นได้เพราะเป็นการทุจริตครั้งใหญ่ในการสอบนายอำเภอในปี 2552 เพื่อจะได้เห็นภาพในอดีตเพื่อต่อจิ๊กซอว์ไปว่าการโกงสอบในแต่ละครั้งมันมีความเหมือนและแตกต่างกันยังไง

เมื่อถามว่าข้อมูลเบื้องต้นและหลักฐานมีอะไรบ้าง น.ส.ภคมน กล่าวว่า หลักฐานผู้ร้องเขาเตรียมไว้ทั้งหมด อาทิ กระดาษคำตอบที่ผู้ร้องมั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นคนกากระดาษคำตอบแบบนี้ เพียงแต่ว่าการสอบครั้งนี้มันไม่ใช่การสอบของ สถ. เพราะการสอบนายอำเภอเป็นในส่วนของ ปค.

แต่อยากให้ทุกคนเห็นว่ากระบวนการทุจริตการสอบไม่ว่าของกรมไหน อาจคล้ายและแตกต่างกันยังไง แต่สิ่งที่เหมือนกันได้แน่ คือมันมีกระบวนการโกงการสอบแบบนี้มีการซื้อขายตำแหน่งมาตลอด

น.ส.ภคมน กล่าวว่า นอกจากนี้ ผู้ร้องเคยร้องกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วแต่เรื่องเงียบ และยังร้องกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท. ) แล้วแต่เรื่องก็ไม่ไปไหน

ผู้ร้องจึงรู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องสู้เพื่อตัวเองครั้งสุดท้าย เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง ซึ่งการสอบที่ทำข้อสอบไม่ได้ไม่ใช่ปัญหา แต่การสอบไม่ได้เพราะมันไม่โปร่งใสในการจัดสอบทำให้ผู้ร้องรู้สึกรับไม่ได้ในฐานะข้าราชการที่อยู่ในระบบ จึงอยากปกป้องตัวเองและปกป้องเพื่อนๆ ข้าราชการ

เมื่อถามว่ามีผู้ร้องการทุจริตสอบนายอำเภอรายเดียวหรือรายอื่นด้วย น.ส.ภคมน กล่าวว่า วันนี้มีผู้ร้องเพียงรายเดียว แต่ผู้ร้องได้พูดคุยกับคนที่เจอลักษณะเดียวกัน ซึ่งกมธ.ขอพิจารณาครั้งนี้เป็นครั้งแรกก่อน และจะดูว่าเราจะไปต่อกับข้อมูลที่ได้รับวันนี้อย่างไรบ้าง รวมถึงความเห็นของอธิบดีปค.ในสมัยปี 2552 ที่จะได้ดูว่าจะไปต่อกันอย่างไร และจะลองเทียบเคียงกับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างไรบ้าง

เมื่อถามว่ามีข้อมูลหรือไม่ว่าการสอบของผู้ร้องทั้ง 7 ครั้งมีวิธีการทุจริตอย่างไรบ้าง น.ส.ภคมน กล่าวว่า ถ้าย้อนกลับไป 7 ครั้ง ตนไม่มั่นใจ แต่คนที่สอบมา 7 ครั้ง แน่นอนว่าเขาเตรียมตัวมาอย่างดีทุกครั้ง และเมื่อออกจากห้องสอบจะดูว่าข้อไหนทำได้ทำไม่ได้ แต่กระดาษคำตอบที่ขอกลับมาเพื่อเช็กมีหลายข้อที่ผิดเพี้ยนออกไป

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ฉะนั้น จึงมองว่ามีการแก้กระดาษคำตอบเพื่อให้คะแนนน้อยลง และผู้ร้องบอกว่าเขาแทบจะท่องหนังสือสอบได้ เพราะหนังสือสอบนายอำเภอ ก็เป็นหนังสือที่ผู้ออกหนังสือและเป็นเจ้าของคอร์สติวสอบ นั่นคือ นายมนัส หนึ่งในคณะกรรมการผู้ยกร่างขอบเขตงาน (TOR) การจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น

เป็นข้อสอบที่ปค.เอามาใช้สอบนายอำเภอ และผู้ร้องบอกว่าอ่านหนังสือทุกหนังสือทุกเล่ม แม้เขาจะไม่ได้เข้าคอร์สก็ตาม เพราะผู้ร้องอยู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้อาจจะไม่สะดวกต้องมาติวเข้าคอร์ส รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเดินทางด้วย จึงเลือกอ่านหนังสือ โดยมั่นใจว่าหากอ่านหนังสือนายมนัสแล้วจะทำข้อสอบได้ทั้งหมด และมั่นใจว่าข้อสอบเกือบ 100% เป็นข้อสอบที่ตรงกับหนังสือที่ติว

“ดิฉันเลยตั้งคำถามว่า คุณมนัสเป็นข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยเหตุใดจึงเอางานส่วนตัวหรือธุรกิจส่วนตัวในการออกข้อสอบเพื่อติวและขายได้เงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ทำไมข้อสอบของคุณมนัส ถึงเป็นข้อสอบในการสอบเลือกนายอำเภอด้วย” น.ส.ภคมน กล่าว

ด้านนายสราวุธ ยามะแอ ปลัดอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ผู้ร้องเรียน กล่าวว่า ตนไม่ได้ขอให้ทุกคนเชื่อว่ามีการทุจริต แต่ขอให้ตรวจสอบกระบวนการสอบนายอำเภอปี 2566 ว่ามีความโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้หรือไม่ เพื่อให้ความจริงปรากฏและให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับทุกคนเพราะการสอบอาจตัดสินอนาคตคนๆ หนึ่งแต่ความโปร่งใสในการสอบกำลังตัดสินความศรัทธาของประชาชนต่อรัฐทั้งระบบ

นายสราวุธ เล่าพฤติการณ์และข้อสงสัยว่า การสอบท้องถิ่นที่ผ่านมากับการสอบนายอำเภอปี 2566 นั้นมีโครงสร้างคล้ายกัน การสอบวันนั้นตนเตรียมตัวมาดีมั่นใจว่าทำข้อสอบได้ 62 ข้อ หลังจากสอบตนได้ลิสต์ในสมุด แนวข้อสอบก็ออกในหนังสือที่ตนอ่านเมื่อปี 65 จากนั้นมีการประกาศผลการสอบซึ่งตนมั่นใจว่าน่าจะได้ แต่ปรากฏว่าไม่มีชื่อ ตนจึงทำเรื่องส่งหนังสือไปเพื่อขอทราบคะแนน ผ่านไป 4 เดือนก็ยังไม่ได้ จึงทำหนังสือขอความเป็นธรรมอีกครั้งหนึ่งต่อคณะกรรมการคัดเลือก

นายสราวุธ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ปค.ได้มีหนังสือแจ้งกระดาษคำตอบมาแค่ 4 รายการ จาก 12 รายการ เมื่อดูแล้วก็เห็นว่าตัวเลขเวลามีการตัดแปะ และเลขไม่เหมือนกับเลขบัตรประชาชน ซึ่งไม่มีลายน้ำ อีกทั้งลักษณะการฝนกระดาษคำตอบก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ของตน เพราะน้ำหนักการฝนจะเป็นน้ำหนักเฉพาะตัว รวมถึงมีการขีดฆ่าปี พ.ศ.ออก

ตนสอบในปี 2566 แต่บนหัวกระดาษเป็นปี 2565 โดยไม่ลงลายมือชื่อกำกับไว้ ส่วนใบเฉลยก็ไม่มีชื่อผู้เฉลย ตนมั่นใจว่ากระดาษคำตอบที่ส่งกลับมาไม่ใช่ของตัวเอง คำตอบในด้านสมรรถนะซึ่งในกระดาษคำตอบมี 3 ตัวเลือก แต่ในกระดาษเฉลยมี 5 ตัวเลือก

นายสราวุธ กล่าวอีกว่า ด้วยข้อสงสัยดังกล่าว จึงทำหนังสือไปถึงคณะกรรมการตรวจสอบภายในของธรรมศาสตร์ โดยถามว่ากระดาษคำตอบนี้ผลิตที่ใดและ แต่ก็ได้รับคำตอบที่ไม่ตรง เหมือนเป็นการตัดตอน ตนจึงไปร้อง DSI แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. เรื่องจึงถูกส่งไปที่ ป.ป.ช. แต่ก็ไม่มั่นใจตั้งแต่ต้นถ้าเรื่องไปถึง ป.ป.ช. อาจถูกเบรก

ตนมีข้อมูลหลายๆ เรื่อง จึงได้ยื่นเรื่องไปยัง ป.ป.ท. สงขลา ให้ตรวจสอบเรื่องนี้อีกสุดท้ายเรื่องก็กลับไปที่ ป.ป.ช. และได้มีการแจ้งกลับมาที่ตนว่า ป.ป.ช. ไม่รับเรื่องไว้พิจารณาตนจึงทำหนังสือไปถึงประธาน ป.ป.ช. ว่าขอคำร้องคืนเพื่อจะไปดำเนินการ ตามป.วิอาญา

ขณะที่ ตัวแทน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเรื่องนี้มีการร้องเรียนเข้ามาจริง และมีการไต่สวนผู้ร้องและพยานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่ามีการทุจริตสอบ และยังมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอให้รับดำเนินการต่อไป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องที่ผู้ร้องขออุทธรณ์มา แต่นายสราวุธ ยืนยันว่าตนไม่เคยยื่นอุทธรณ์ เพียงแต่จะขอคำร้องคืน

ตัวแทนจากธรรมศาสตร์ ชี้แจงว่า ทางธรรมศาสตร์ได้รับการว่าจ้างจาก ปค.จริงในปี 2566 และจัดให้ดำเนินการสอบในวันที่ 7 เม.ย. 2566 และในวันที่ 28 ธ.ค. 2566 ปค.มีหนังสือว่ามีผู้ร้องเรียน ธรรมศาสตร์จึงส่งหนังสือกลับไปให้ผู้ร้องเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2567 ประกอบด้วยสำเนากระดาษคำตอบทุกวิชา และผลสอบ

วันที่ 28 ส.ค.2568 ก็ได้ส่งกระดาษคำตอบตัวจริงให้กับผู้ร้องทั้ง 2 ฉบับเนื่องจากครบระยะเวลาการเก็บรักษา จึงต้องถามว่าผู้ร้องเรียนนำกระดาษคำตอบตัวจริงมาหรือไม่

ตัวแทนจากธรรมศาสตร์ ชี้แจงต่อว่า ส่วนการพิมพ์ปีในกระดาษคำตอบ ยอมรับว่าผิดจริง ซึ่งกระดาษคำตอบที่มีการจ้างพิมพ์นั้น จะเก็บใส่ซอง ไม่ได้นำมานั่งนับตรวจรับ แต่จะมาเห็นในห้องสอบพร้อมกัน และได้ประกาศให้ผู้สอบทำการแก้ไขด้วยตัวเอง ยืนยันว่ากระดาษคำตอบมีเลขยืนยันอยู่แล้วทุกแผ่น และเราไม่ได้ส่งเพียงกระดาษคำตอบ แต่ยังส่งเฉลยคำตอบให้เทียบด้วย

ตัวแทนจากธรรมศาสตร์ ชี้แจงอีกว่า ส่วนที่กล่าวพาดพิงว่าธรรมศาสตร์ไปลอกข้อสอบ จากติวเตอร์บางคน ก็ต้องชี้แจงว่าเนื่องจากเป็นข้อสอบจิตวิทยา ซึ่งผ่านการสอบมาแล้วคาดว่าเป็นช่วงปี 2564 โดยมีการรวบรวมโครงสร้างข้อสอบของธรรมศาสตร์แล้วนำไปเขียนเป็นหนังสือ บังเอิญว่า เค้าโครงข้อสอบไปคล้ายกับเนื้อหาในหนังสือ เราได้พิสูจน์แล้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้ไปลอก ติวเตอร์มาออกข้อสอบ

ด้านนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีปค. กล่าวว่า ช่วงที่ตนเข้ามารับตำแหน่ง
การสอบในปี 2566 ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งตนไม่ทราบว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่ฟังในฐานะประชาชนบอกตรงๆ ถ้าคนร้องบอกว่าข้อสอบนี้ไม่ใช่ของตนเอง และมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไม่ยาก แค่ให้นำกระดาษคำตอบเอาเข้าเครื่องสแกนว่าเท็จหรือไม่ เป็นการยืนยันว่ากระดาษคำตอบเป็นของจริงหรือไม่

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ. ตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อพบความผิดพลาด ทางปค.ได้ทักท้วงไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะผู้รับจ้างหรือไม่ และได้แก้ไขอย่างไร ตนไม่เชื่อว่าจะไม่มีการตรวจเลย

ความเสียหายที่เกิดขึ้น คำถามคือกรรมการตรวจรับๆ ไปได้อย่างไร มีการจ่ายเงินแล้วครบถ้วน ได้มีการตั้งข้อสังเกตตอนจ่ายเงินหรือไม่ และเมื่อมีข้อผิดพลาดได้มีการปรับเงินหรือไม่ เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็ส่งผลกับความน่าเชื่อถือ ในการจัดสอบหายไป ได้มีการตรวจแบบฟอร์มก่อนรับกระดาษคำตอบหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน