รมว.สุชาติ สั่งเปิด“ศูนย์ปฏิบัติการรับมือและแก้ไขปัญหามลพิษจากน้ำท่วมลุ่มน้ำน่าน” บูรณาการเฝ้าระวังและฟื้นฟู ลดผลกระทบต่อประชาชน

วันที่ 21 ส.ค.2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการรับมือและแก้ไขปัญหามลพิษจากน้ำท่วมลุ่มน้ำน่าน” เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดผลกระทบด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อมจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่านและพื้นที่รองรับน้ำด้านล่าง พร้อมเตรียมมาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลสุขอนามัยและลดผลกระทบต่อประชาชน

ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า คพ. ได้เร่งสำรวจและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ระบบบำบัดน้ำเสีย แหล่งกำเนิดมลพิษ และสถานประกอบการในพื้นที่น้ำท่วม ในพื้นที่จังหวัดน่าน พบสถานีบริการน้ำมัน 8 แห่ง โรงแรม 11 แห่ง และห้างสรรพสินค้า 2 แห่ง จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบระบบจัดเก็บน้ำมันและป้องกันการรั่วไหล

พร้อมแจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรให้เคลื่อนย้ายสารเคมีทางการเกษตร วัตถุอันตราย และภาชนะบรรจุสารเคมีขึ้นสู่พื้นที่สูง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในชุมชนและแหล่งน้ำ

ขณะเดียวกัน คพ. ได้เตรียมแผนจัดการ “ขยะหลังน้ำลด” ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งการเตรียมพื้นที่พักขยะชั่วคราว สำรวจปริมาณขยะ และจัดระบบขนส่งขยะจากบ้านเรือน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุที่ได้รับความเสียหาย

โดยตั้งเป้าเร่งจัดการขยะตกค้างภายใน 10 วันหลังน้ำลด พร้อมบูรณาการกิจกรรม Big Cleaning Day เพื่อฟื้นฟูพื้นที่และช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ล่าสุด สถานการณ์น้ำท่วมในอำเภอปัว จังหวัดน่าน กลับสู่ภาวะปกติ โดยคาดการณ์ว่าจะมีขยะจากน้ำท่วมอำเภอปัวประมาณ 3,800 ตัน จังหวัดอยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่ 25 ไร่ ไว้รองรับขยะ

ขณะที่เทศบาลเมืองน่านคาดว่าปริมาณขยะน้ำท่วมจะไม่มาก (ประมาณ 600 ตัน) เนื่องจากประชาชนเตรียมรับมือและยกสิ่งของขึ้นที่สูง สามารถใช้บ่อขยะของเทศบาล ขนาดพื้นที่ 20 ไร่ สำหรับรองรับขยะ และระบบบำบัดน้ำเสียไม่ได้รับผลกระทบ

ซึ่ง คพ. ระหว่างประสานข้อมูลศักยภาพการรองรับมวลน้ำท่วมของเขื่อนสิริกิตติ์ว่าอาจมีการระบายออกมาและส่งผลกระทบต่อจังหวัดท้ายเขื่อนด้วยหรือไม่ โดยได้เตรียมประเมินพื้นที่เสี่ยงที่เคยถูกน้ำท่วมเพื่อดำเนินการป้องกันความเสียหายของระบบบำบัดน้ำเสีย/ขยะมูลฝอยและเครื่องมืออุปกรณ์ ต่อไป

นอกจากแม่น้ำน่านแล้ว แม่น้ำยม มีน้ำล้นตลิ่งที่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย อย่างไรก็ตามระดับน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่องและประชาชนเริ่มกลับเข้าที่พักอาศัยแล้ว ส่วนแม่น้ำป่าสักในอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ระดับน้ำสูงแต่ยังไม่ล้นตลิ่ง โดยสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและระบบบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ คพ. ยังคงติดตามคุณภาพน้ำและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

“สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังไม่ได้มีเฉพาะช่วงน้ำท่วม แต่ยังรวมถึงปัญหาน้ำเสีย ขยะสะสม สารเคมี น้ำมัน และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ หลังน้ำลด คพ. จึงเตรียมมาตรการและแนวทางฟื้นฟูไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของประชาชน” ดร.สุรินทร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน