ไอติม แฉ ‘นภินทร’ ส่อเอี่ยวฮั้วเลือกสว. แฉ เรียกอดีตผู้สมัครสว.ไปพบที่ห้องทำงาน ก่อนเลือกระดับประเทศ 1 วัน บีบให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 27 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตของนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถามนายนภินทร แต่นายนภินทร ติดภารกิจขอเลื่อนตอบกระทู้
โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า ในสมัยประชุมที่แล้วนายโสภณก็เคยกำชับว่า ต้องการให้รัฐบาลและรัฐมนตรีทุกคนรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่เปิดประชุมสภาฯ มาแค่สัปดาห์แรก กระทู้แรกของฝ่ายค้าน รัฐมนตรีก็เทไม่มาตอบกระทู้แล้ว
สิ่งที่น่าผิดหวัง คือ ตนได้รับหนังสือชี้แจงสาเหตุที่นายนภินทรไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ โดยอ้างว่าติดภารกิจตรวจราชการที่ จ.ราชบุรี ตนเห็นว่ามีความสำคัญ แต่ในเมื่อรัฐมนตรีทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วงเช้าวันพฤหัสบดีมีการถามกระทู้สด ท่านควรบริหารจัดการตารางงานของท่านให้อยู่ในกรุงเทพฯ ในห้วงเวลาดังกล่าว คิดว่าข้ออ้างเหล่านี้ฟังไม่ขึ้น เพราะในข้อบังคับข้อที่ 151 ระบุว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สาเหตุสองที่ทำให้ตนผิดหวัง คือ ตามคำแนะนำของนายโสภณ วิปสองฝ่ายได้ประสานกันมาตลอด ซึ่งตนได้แจ้งวิปรัฐบาลว่า ตนมีความประสงค์จะถามนายนภินทรวันนี้ และได้แจ้งไปตั้งแต่เย็นวันจันทร์แล้ว มีเวลามากเพียงพอที่รัฐมนตรีจะสามารถบริหารจัดการเวลาของของตัวเองให้มาตอบกระทู้ได้
ซึ่งตนเห็นใจวิปรัฐบาลและเข้าใจว่าพยายามประสานงานอย่างเต็มที่ แต่บางครั้งการที่รัฐมนตรีจะมาตอบหรือไม่มาตอบ อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การประสานงาน แต่ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกของรัฐบาลมากกว่า
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หัวข้อที่ตนตั้งถามนายนภินทรเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่รัฐมนตรีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง คือ เรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาหรือคดีโกง สว. โดยนายนภินทรเป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งท่านควรที่จะต้องไปชี้แจงต่อหน้าศาลด้วย
แต่ตนมีความกังวลใจว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ ในการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปที่ศาล โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในส่วนของหลักฐานที่ตนได้รับมานั้นย่อมเป็นข้อมูลและข้อกล่าวหา แต่หากเป็นเรื่องจริงก็จะบ่งชี้ชัดว่า นายนภินทรเกี่ยวข้องกับการโกง สว.
ซึ่งข้อมูลที่ตนได้รับมาเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่า ช่วงไม่นานก่อนการเลือกสว. มีผู้สมัครสว.ท่านหนึ่ง ตนขอเรียกว่านายเอ ได้เข้าไปพบกับนายนภินทรสมัยที่เป็น รมช.พาณิชย์ ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 คือวันที่ 24 มิ.ย. 2567 หรือ 2 วันก่อนการเลือกสว.ระดับประเทศ โดยอ้างว่ามีคนจะขอดูตัว
เมื่อนายเอเดินทางไปถึงกระทรวงและได้พบกับรัฐมนตรี มีการกล่าวหาว่ารัฐมนตรีพูดประมาณว่า หากได้เป็นสว.แล้วจะขอสัก 2-3 อย่าง
เหตุการณ์ที่ 2 คือวันที่ 25 มิ.ย. 2567 โดยข้อมูลที่ตนได้รับมา คือ นายเอถูกเรียกให้กลับไปที่กระทรวงพาณิชย์ และถูกเชิญไปที่ห้องทำงานห้องเดิมอีกครั้ง โดยนายนภินทรได้นำเอกสารลาออกมาให้นายเอเซ็น โดยมีนัยยะคือการลาออกล่วงหน้า หรือคนที่มีใบลาออกจะสามารถควบคุมการลงมติของนายเอได้ หากนายเอได้เป็นสว.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ฉะนั้น จึงอยากถามนายนภินทรว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ท่านได้เชิญผู้สมัครสว.ไปพบที่ห้องทำงานของตัวเองในวันที่ 24-25 มิ.ย.2567 หรือไม่ วันนี้หากรัฐมนตรีมา ตนคิดว่าท่านไม่กล้าปฏิเสธ และจะยอมรับว่าการประชุมในวันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง
แต่ก็เชื่อว่าท่านจะหยิบยกข้ออ้างขึ้นมา ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ตนเคยได้ยินมาว่า มีการอ้างกับคนอื่นว่าแม้จะเจอนายเอในห้องทำงานจริง แต่เป็นการประชุมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกสว.
ทำให้ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า กระทู้สดต้องเป็นกระทู้ถามเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐมนตรี แต่ที่ท่านกำลังพูดเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น จึงขอให้ประธานดำเนินการไปตามข้อบังคับด้วย
จากนั้น นายโสภณ วินิจฉัยว่า เนื่องจากการพิจารณากระทู้สด ตนได้มอบให้รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา เมื่อคณะกรรมการพิจารณาว่าเป็นกระทู้สด ตนที่ทำหน้าที่ประธานก็ต้องพิจารณาให้สามารถถามได้ แต่ขอนายพริษฐ์อย่าลงรายละเอียดมาก
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติของตน แต่จะเป็นการเซ็ตบรรทัดฐาน ทั้งนี้ หากรัฐมนตรีจะอ้างว่าการประชุมทั้ง 2 ครั้งไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกสว. แต่เป็นปัญหาเรื่องไก่งวงล้นตลาดนั้น
ระหว่างนี้ นายศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยืนยันว่าผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับ ท่านมาถามเรื่องฮั้วสว. ทุกวันท่านก็ฮั้วสว. ตนก็ฮั้วสว.กับท่านด้วยทุกวัน ประเด็นอยู่ที่วันนี้หากรัฐมนตรีไม่มา ท่านก็ควรที่จะยุติญัตติ แบบนี้เป็นลักษณะของการตีหัวเข้าบ้าน
นายโสภณ กล่าวว่า ตนฟังผู้ประท้วงแล้วเห็นว่าฟังขึ้น มีเหตุผล แต่เราต้องเคารพการวินิจฉัยของคณะกรรมการ เมื่อมีคณะกรรมการวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเรามอบอำนาจให้เขาไปแล้ว เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจ ตนต้องอนุญาตให้นายพริษฐ์ได้พูด แต่ก็ขออย่าลงรายละเอียดมาก เพราะผู้ตอบไม่ได้มาตอบ มันจะไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ขอให้นายพริษฐ์สรุปสั้นๆ แล้วจบ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากผู้ประท้วงไม่ประท้วงก็จะจบแล้ว ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรที่ผิดข้อบังคับ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า นายนภินทรอาจจะหยิบเอกสารขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่ามีหนังสือร้องเรียนไปที่ท่าน แต่สิ่งที่ตนอยากถาม คือ เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่ เพราะหากเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงต้องมีเลขรับในระบบราชการ
แต่ข้อมูลที่ตนได้รับร้องเรียนเข้ามา บ่งบอกว่ามีการตรวจสอบแล้ว แต่กลับไม่พบเลขรับของหนังสือดังกล่าวในระบบราชการของกระทรวงพาณิชย์
ส่วนประเด็นที่ 2 ตนคาดเดาว่า หากรัฐมนตรีมา ท่านก็จะอ้างว่าในห้องทำงานของท่านวันนั้น มีคนอื่นที่อยู่ในห้องด้วยอีกประมาณ 10 คน โดยอาจจะเอาบุคคลเหล่านั้นมายืนยันว่าไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น แต่เราจะเชื่อคำพูดของคนเหล่านั้นได้แค่ไหน เพราะจากการตรวจสอบรายชื่อพบว่ามี 8 คนอยู่ในคดีฮั้วสว. อีก 2 คนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายนภินทร นี่เป็นข้อร้องเรียนที่ตนอยากถามรัฐมนตรี
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า อยากฝากคำถามถึงรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ 1.อยากเรียกร้องให้นายนภินทรตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว
2.อยากขอความร่วมมือไปยังนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ซึ่งท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา แต่ตนมีข้อกังวลว่าจะมีข้าราชการที่เคยร่วมงานกับนายนภินทรไปสร้างเอกสารเท็จย้อนหลังหรือไม่ เพื่อปกปิดเรื่องดังกล่าว ขอให้นางศุภจีพยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อปกป้องไม่ให้มีคนในกระทรวงไปสร้างหลักฐานเท็จย้อนหลังได้
สุดท้ายอยากฝากไปยังองค์กรอิสระ เช่น กกต. ขอให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่ายกคำร้องให้ใครเพียงเพื่อจะปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน หรือตอบแทนบุญคุณใครที่มีส่วนเลือกท่านมา