“จุลพันธ์” ยัน รัฐบาลแน่นปึ้ก! จ่อคุย “หมอชลน่าน” อีกรอบ ปมขึ้นเวทีฝ่ายค้าน ชี้ เพื่อไทย เปิดกว้างสมาชิกทำกิจกรรม แย้ม นายกฯ จ่อนัดกินข้าวพรรคร่วม

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 28 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตสส.และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เตรียมขึ้นเวทีสัมนาของฝ่ายค้าน หัวข้อ “การเมืองไทย ในวิกฤตความเชื่อมั่น” วันที่ 29 ส.ค.นี้ว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่เปิดกว้าง ไม่ได้ห้ามสมาชิกไปดำเนินกิจกรรมพบปะพูดคุยกับประชาชน หรือการไปเสวนาหรือสัมมนา

ตนได้พูดคุยกับ นพ.ชลน่าน แล้ว ทราบว่าเหตุผลที่สำนักผู้นำฝ่ายค้านประสานมาร่วมกิจกรรม เนื่องจาก นพ.ชลน่าน เป็นอดีตผู้นำฝ่ายค้าน จึงเชิญเข้าไปร่วมในการเสวนาช่วงหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอีกหลายคนที่เป็นอดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ไปร่วมงานเช่นเดียวกัน

ส่วนประเด็นที่ไปพูดไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล แต่ไปพูดเรื่องการสร้างความมั่นใจของสังคมต่อระบบการเมือง จึงไม่มีประเด็นที่ต้องห่วงอะไร และเชื่อว่าด้วยวิจารณญาณของ นพ.ชลน่าน สามารถพูดให้อยู่ในกรอบได้อยู่แล้ว เพราะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพ

เมื่อวันนี้มีเหตุการณ์ขึ้นมา ตนจะไปหารือกับท่านอีกครั้งว่า ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรในการที่จะไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กิจกรรมเหล่านี้ถ้าจัดโดยใจที่เป็นบริสุทธิ์ก็เป็นประโยชน์ คือนำงบประมาณรัฐมาใช้ในการจัดอบรมสัมมนา เพื่อพูดคุยกับประชาชนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ส่งแนวความคิดไปสู่สังคม ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นประโยชน์

แต่ถ้าเป็นเรื่องการเมืองมากจนเกินไปก็จะเป็นการใช้งบประมาณรัฐเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง และเราไม่อยากให้เกิดอย่างนั้น จึงขอไปหารือกับ นพ.ชลน่าน อีกที

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นที่ฝ่ายค้านจะนำมาเสวนา ถูกมองว่ามุ่งไปที่รัฐบาล นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จริงๆ แต่ละช่วงมีหัวข้อของเขาอยู่แล้ว แต่ตนยังไม่ได้เห็นวาระทั้งหมดของวงเสวนานี้ แต่โดยหลักแม้ว่าจะเป็นมิติของฝ่ายค้าน แต่ถ้าทำงานแบบโปร่งใสใช้งบประมาณอย่างถูกต้อง ก็ต้องเป็นเรื่องของการสื่อสารกับประชาชน ไม่ควรที่จะนำไปใช้ในเรื่องการวางผลประโยชน์ทางการเมือง เพราะถือว่าเป็นเงินหลวง

เมื่อถามย้ำว่า เวทีของฝ่ายค้านที่ผ่านมา พุ่งเป้าไปที่การเมืองตลอด และการที่อดีตหัวหน้าพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลไปร่วมเวที จะทำให้เกิดความระหองระแหงกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ ความสัมพันธ์ของเรากับพรรคร่วมรัฐบาล ตนเคยพูดกับนายกฯ ว่า วันนี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาลร่วม แต่เราเป็นรัฐบาลของประชาชน

เราทำงานด้วยกันไม่มีการแบ่งแยก และทำงานร่วมกันด้วยดีมาโดยตลอด ไม่ว่าเรื่องอะไร จึงไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องอะไรที่จะมาทำให้เราเกิดความสั่นไหวได้ วันนี้เราพร้อมที่จะทำงานตามแนวของนายกรัฐมนตรี และทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาล ในการขับเคลื่อนภาครัฐ จึงไม่มีอะไรที่จะมาทำให้เกิดความระหองระแหง

เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะกระทบไปถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า โดยสภาพการเป็นรัฐบาลก็เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วไม่ได้มีอะไรซับซ้อน นี่คือกลไกของระบอบประชาธิปไตยแบบเสียงข้างมาก ทุกคนในสภาต้องฟังการอภิปรายและใช้วิจารณญาณในการตัดสินว่ามีข้อมูลใหม่หรือไม่ เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องและเชื่อได้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดก็ตาม

“ในส่วนของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เราขับเคลื่อนรัฐนาวาร่วมกัน เพื่อเป้าประสงค์คือ การกินดีอยู่ดี มีชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ซึ่งก็เป็นหลักทั่วไป ฉะนั้น โดยสภาพแล้ว ถ้าไม่ได้มีอะไรที่ใหม่จนกระทั่งเป็นเรื่องที่เสียหาย เชื่อว่าสุดท้ายเราต้องเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนความเป็นรัฐ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนต่อไป”

เมื่อถามว่า การที่มีคนระดับแกนนำของพรรคเพื่อไทยไปร่วมในเวทีของฝ่ายค้าน เหมือนกับเพิ่มความมั่นใจให้พรรคฝ่ายค้านในการพุ่งเป้าไปที่รัฐบาล นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่หรอก กระบวนการตรงนี้ไม่แน่ใจว่าคนอื่นมองยังไง แต่กระบวนการในสภาฯ เวลาอภิปรายในสภาฯ ยังมีประเด็นเรื่องเดียวกันที่พรรคเดียวกันมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถือเป็นเรื่องปกติ

แต่สุดท้ายทุกคนยึดมั่นในกรอบของความเป็นพรรค เมื่อมติพรรคออกมาต้องพร้อมเดินไปด้วยกัน เช่น การลงมติ พ.ร.ก.เงินกู้ พรรคเพื่อไทยก็ลงมติเต็มร้อย เพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ เราเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกันอยู่ก็พร้อมที่จะขับเคลื่อนในเรื่องของกลไกในการช่วยเหลือประชาชน และก็เดินหน้าก็แค่นั้นเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เสถียรภาพของรัฐบาลยังแน่นอยู่ใช่ไหม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า แน่นปึ้ก
และที่พบกับนายกรัฐมนตรีช่วงเช้าวันนี้ ก็ไม่มีเรื่องนี้ โดยพูดคุยกันแต่เรื่องแรงงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ได้แจ้งนัดรับประทานอาหารร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลบ้างหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยัง แต่ได้ข่าวว่าจะนัดอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลาสถานที่ โดยทราบว่าจะมีการแบ่งเป็น2 วง วงแรกจะเป็นในส่วนของรัฐมนตรีที่ร่วมรัฐบาล และวงที่สองเป็น สส.ของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน