บวรศักดิ์ รับ กกต. ถูกแทรกแซง หนุนแก้รัฐธรรมนูญ ปรับ 5 ข้อ ให้ส่วนราชการจัดเลือกตั้งแทน คืนอำนาจประชาชน ถอดถอนนายกฯ-รมต.-สส.-สว.
ซัด ความเชื่อมั่นองค์กรอิสระตกต่ำลงเรื่อยๆ หนุน แก้รธน. ปรับ 5 ข้อ ยึดอำนาจจัดเลือกตั้ง ให้ส่วนราชการทำแทน กกต.แค่ออกกฎ จับคนทำผิด พร้อมคืนอำนาจให้ประชาชนถอดถอน – ร่นเวลาได้นายกฯใหม่-ปรับการสรรหาองค์กรอิสระ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ส.ค.2569 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนาทางวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ : ที่มาและทางออก”
โดยมี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตกรรมการกฤษฎีกา และอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวิชา มหาคุณ อดีตประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ร่วมเสวนา
โดยนายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าประเทศไทยนี้แปลก จะเข้า OECD หน่วยงานตรวจสอบเรา 25 กลุ่ม มีเรื่องที่เราต้องปรับกว่า 7 หมื่นเรื่อง เรื่องสำคัญใหญ่สุด คือ เรื่องทุจริต ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาล อนุทิน 1 มีการแฉตำรวจกันเอง มีคุกพิเศษในบางขวาง รัฐบาลก็เงียบ ตนได้ยกร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยองค์กรอิสระเพื่อการตรวจสอบ และเสนออาจารย์วิชา มหาคุณเป็นประธาน ก็ไม่สน
สะท้อนว่าประเทศไทยไม่ได้สนใจเรื่องนี้ คนมีอำนาจไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เร่งด่วน ดังนั้น ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกมธ. จัดงานวันนี้ ตนจึงเตรียมพูด 3 เรื่อง คือ 1.ที่มา 2.ผลงาน และ 3.ทางออก เน้นการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า การเขียนรัฐธรรมนูญปี 40 โดยวิเคราะห์ปัญหาการเมืองพบว่าเป็นการแย่งชิงอำนาจกันของทหาร พลเรือน การเมืองให้เป็นของประชาชน มีอำนาจถอดถอนได้ โดยเฉพาะการเมืองไม่สุจริต มีการซื้อเสียง ซึ่งส่วนหนึ่งมีผลมาจากการออกกฎการเลือกตั้งปี 2521 ห้ามจัดมหรสพ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครกับผู้ลงคะแนนหายไป
จากที่เคยปราศรัยหลังจบมหรสพไม่มีแล้ว ทำให้ต้องมีคนที่สาม คือ หัวคะแนน ซึ่งการเลือกตั้งทุกวันนี้ยังห้ามจัดมหรสพอยู่ ดังนั้น วันนี้หากตนเขียนกฎหมายเลือกตั้ง ตนจะไม่ห้ามการจัดมหรสพ เพราะเป็นคอนแท็กของคนรับเลือกตั้งกับผู้เลือกตั้ง แต่การซื้อเสียงเข้ามาแล้วก็จะเข้ามาถอนทุน
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า อดีตการจัดเลือกตั้งทำโดยกระทรวงมหาดไทย คนถึงอยากเป็นรมว.มหาดไทยกันมาก เพราะชี้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ให้เข้าข้างตัวเองได้ แล้วก็ซื้อเสียงด้วย ดังนั้น จึงมีการแก้รัฐธรรมนูญ มีการตั้งองค์กรอิสระต่างๆ รวมถึง กกต. และถ่ายโอนภารกิจเลือกตั้งมาให้ กกต. มีอำนาจ คือ ออกกฎเกณฑ์เลือกตั้ง จัดเลือกตั้ง และวินิจฉัยชี้ขาด แต่ไม่เด็ดขาด
โดยแรกๆ กกต. มีอำนาจให้ใบเหลืองได้ แต่คณะรัฐมนตรีนายชวน หลีกภัย ส่งสถาบันพระปกเกล้าวิจัย ก็พบว่า จริงๆ แล้ว กกต. มีอำนาจให้ใบแดง จึงมีการแก้กฎหมายให้ใบแดง เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งได้ 1 ปี ทั้งก่อนและหลังประกาศผลเลือกตั้ง
แต่ใบแดงหลังเลือกตั้ง กกต. ต้องให้เหตุผลพร้อมส่งศาล โดย กกต. ไต่สวนพบว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า หรือคดีมีมูล ต้องส่งศาล ไม่ได้ให้ กกต.ใช้ดุลยพินิจ ส่วนศาลจะวินิจฉัยลงโทษต้องใช้พยานหลักฐานจนสิ้นสงสัย ดังนั้น มาตรฐานต่างกัน
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 กกต. มี 7 คน อำนาจเหมือนเดิม ลดลงบ้าง โดยให้ใบเหลือง ใบแดงก่อนเลือกตั้งได้ แต่อำนาจให้ใบเหลือง ใบแดงหลังเลือกตั้งถูกโอนไปที่ศาล
“ยอมรับว่า กกต.ชุดหลังมีการแทรกแซง คนเริ่มบอกว่าหน้าตา กกต. เหมือนพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ นอกจากมีการเพิ่มอำนาจให้ระงับการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ถ้ามีหลักฐานมีส่วนทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต และใบดำกรณีทุจริต เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ถือเป็นโทษตายทางการเมือง ตลอดจนขยายวันรับรองการเลือกตั้งจาก 30 วัน เป็น 60 วัน ทำให้การตั้งรัฐบาลล่าช้า และไม่มีการให้ใบแหลือง ใบแดงก่อนเลย” นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำวิจัย ตั้งแต่เริ่มมีองค์กรอิสระปี 2545 พบว่า ชุดแรกๆ มีผลงานดี แต่ปัจจุบันความเชื่อมั่นตกต่ำ เพราะไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของประชาชน รวมถึงรัฐบาล และสว. ต่ำกว่า สส. รวมไปถึงพรรคการเมือง
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ตนเสนอทางออกให้อภิวัฒน์พัฒนาไปในทางที่ดี ได้แก่ 1.อภิวัฒน์เวลาได้มาของครม. โดยรัฐธรรมนูญปัจจุบันกำหนดการได้มาของรัฐบาลใหม่ช้า ซึ่งเขียนเหมือน ปี 2475 เมื่อสภาสิ้นอายุ ต้องเลือกตั้งภายใน 45 วัน หากสิ้นอายุยุบสภา เลือกตั้ง 45-60 วัน ปี 2560 ขยายให้ กกต. มีเวลาประกาศ 30 วัน อีก 15 วันเรียกประชุมสภา กว่าจะได้ ครม.ใหม่ 5 เดือน
“หากผมเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ จะเขียนให้เลือกตั้ง 30 วันหลังยุบสภา การยุบแล้วเลือกช้า ซื้อกันเยอะ หากยุบแล้วมีเวลาน้อย ซื้อไม่ได้ ต้องทำความดีระหว่างเป็น สส. ส่วนหากสิ้นอายุเมื่อครบวาระ ให้เลือกตั้งภายใน 15 วัน ให้เวลารับรอง 30 วัน เพื่อ กกต. ให้ใบเหลือง ใบส้ม และเรียกประชุมสภา ภายใน 10 วัน ให้เลือกนายกฯ ให้เสร็จภายใน 30 วันเมื่อเกินครึ่งหนึ่ง หากไม่เกินครึ่งภายใน 15 วัน ใครได้เสียงสูงสุดได้เป็น ตอนนี้รัฐธรรมนูญไม่เขียนเวลาไว้ อย่านึกว่าไม่เกิดปัญหา” นายบวรศักดิ์ กล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า 2.อภิวัฒน์การสรรหาการเลือกองค์กรอิสระ คือ กรรมการสรรหา ให้นำบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่ถูก สปช.ตีตกมาใช้ โดยมาจากศาลฏีกา ศาลปกครองสูงสุด พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายรัฐบาล ครม. พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน ส่วนละ 2 คน และประธานองค์กอิสระที่เลือกกันเอง 1 คน
ส่วนคนให้ความเห็นชอบต้องใช้ที่ประชุมรัฐสภาลงคะแนนครั้งเดียว แต่คิดคะแนนเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสส.รัฐบาล กลุ่มฝ่ายค้าน และกลุ่มสว. หากใครได้เสียง 2 กลุ่มจาก 3 กลุ่มให้ได้เป็น และต้องเปิดเผยผลการลงคะแนนและการตรวจสอบประวัติ
3.อภิวัฒน์ระบบถอดถอนให้กลับมา หากไม่มีสว.ที่ดีต้องโยงไปถึงประชาชนให้ลงคะแนนได้ เช่น ถอดถอนนายกฯ หรือรัฐมนตรีให้ใช้การลงมติถอดถอนจากทั้งประเทศ สส. หรือ สว. จำกัดเฉพาะภาคหรือจังหวัด
4.อภิวัฒน์สำนักงาน กกต. โดยไม่ให้มีอำนาจจัดการเลือกตั้ง แต่ให้เป็นอำนาจของที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงคุมเลือกตั้ง โดยให้ใช้องค์กรภูมิภาค ท้องถิ่นดำเนินการ
ส่วนหน้าที่ของ กกต. จะมี 2 ประเด็น คือ ออกกฎ กำกับการเลือก และจับคนทำผิดเลือกตั้ง ซึ่งตนเคยเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญปี2558
5.อภิวัฒน์การยอมรับกลุ่มการเมืองที่ไม่ถึงขั้นต้องเป็นพรรคการเมือง ที่ถูกกำหนดจำนวนสมาชิก 5,000 คน หรือมีสาขาพรรค เพื่อเป็นทางออกของบ้านเมือง ทั้งนี้ ก่อนเขียนรัฐธรรมนูญต้องศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบด้วย