ปชน. เตรียมยื่น ป.ป.ช. สอบการทำหน้าที่ กกต.รายบุคคล จี้แจง 1,767 ผู้สมัคร สว.ถูกดำเนินคดี เป็น สว.จริง-สำรองกี่ราย ชี้คดีอาญาไม่ทำ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ หวั่นกลายเป็นการซื้อเวลา
เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน แถลงถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. จำนวน 1,767 ราย จากปัญหาขาดคุณสมบัติและข้อสงสัยเรื่องทุจริต โดยตั้งคำถามถึงกระบวนการทำงานของ กกต. ว่าเหตุใดจึงไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา
เนื่องจากคดีอาญาปกติไม่ได้ส่งผลให้ สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่าเป็นการซื้อเวลาทั้งที่กระบวนการเลือก สว. ครั้งนี้ปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงการฮั้ว ทั้งเอกสาร โพยการลงคะแนน เส้นทางการเงิน และการประสานงานทางโทรศัพท์
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนเตรียมยื่นร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. เป็นรายบุคคล
ขอเรียกร้องให้ กกต. จำแนกตัวเลขให้ชัดเจนว่าในกลุ่มผู้ถูกดำเนินคดี 1,767 รายนั้น เป็น สว. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่จริงกี่ราย และเป็น สว. สำรองกี่ราย เพื่อดำเนินคดีและเรียกคืนเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย หากพบความผิดจริง เมื่อมีอะไรที่ไม่จริง ก็ขอให้เถียงออกมา ใครที่ถูกกล่าวหาหรืออะไรที่ไม่เป็นจริง ก็หาหลักฐานมาหักล้าง
นายภัณฑิล กล่าวอีกว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. บางราย เช่น นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สว. ก็มีสิทธิ์ปกป้องตัวเองได้ แต่ส่วนตัวเห็นว่าสิ่งที่ปรากฏออกมา ค่อนข้างชี้ชัดว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง
การที่มาพูดถึงเรื่องหมิ่นประมาท หรือการปลุกปั่นประชาชน ขอถามกลับว่า หากมีประเด็นอะไรที่ไม่เป็นความจริง ขอให้แถลงออกมาเป็นข้อๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ยิ่งตัวเองเป็นผู้ถูกกล่าวหา ยิ่งต้องเปิดพื้นที่ให้ข้อเท็จจริงเพื่อถูกตรวจสอบ
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ส่วนตัวขอชื่นชมนายพิสิษฐ์ ด้วยเหมือนกันว่า ในวันที่ 8 เม.ย.2568 ถือเป็นหนึ่งใน 13 สว.ที่ถอนตัวจากกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบประวัติผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อป้องกันข้อครหาว่าด้วยเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งตนคิดว่าวันนั้น นายพิสิษฐ์ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว วันนี้จึงขอให้ใช้หลักการเดียวกัน เมื่อถูกกล่าวหาก็ต้องยิ่งเปิดพื้นที่ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดถูกตรวจสอบ
“แต่วันนี้มีเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น คือเรื่องที่ กกต.มีมติดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. 1,767 คน ข่าวนี้ยิ่งทำให้เห็นชัดว่า กกต.สามารถดำเนินการทางอาญาได้ แต่ต้องถามว่า กกต.กำหนดหรือไม่ว่า ในผู้กระทำผิด 1,767 คนนั้น มีผู้ที่เป็น สว.จริงกี่คน และ สว.สำรองกี่คน
หากผิดจริงก็ต้องให้คืนเงินตามกระบวนการ เพราะคดีอาญาที่จะต้องส่งศาลฎีกา มีผลต่อ สว.ที่กำลังใช้อำนาจหน้าที่อยู่ไม่เหมือนกัน แต่ในการดำเนินคดีอาญา มีบทบาทในตัวของมันเอง ไม่ได้ทำให้ สว.หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ ซึ่งเหมือนเป็นการซื้อเวลา” นายภัณฑิล กล่าว
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า ส่วนตัวอยากให้มีการปรับแก้กฎหมาย โดยให้ประชาชนสามารถเป็นผู้ร้องเองได้ หากมีกรณีการกระทำที่ไม่ชอบต่อหน้าที่ ให้คณะกรรมการยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา และเมื่อศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา โดยผู้ถูกกล่าวหาเป็น สว.บุคคลนั้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายกำหนดระหว่างรอคำพิพากษา