“สส.บุญรวี” จี้รัฐบาล เร่งส่งเสริมปลูกป่า เป็นวาระแห่งชาติ ชี้ถึงเวลาต้องจริงจัง แก้ต้นเหตุน้ำท่วม สกัดไม่ให้ซ้ำรอย อุทกภัย จังหวัดน่าน

27 สิงหาคม 2569 – ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย ร่วมอภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง น้ำท่วมจังหวัดน่าน โดยได้อภิรายกระตุ้นรัฐบาลเร่งส่งเสริมปลูกป่าเป็นวาระแห่งชาติด่วน เพื่อป้องกันน้ำป่าไหลท่วมฉับพลันซ้ำรอยจังหวัดน่าน

นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตรวจสอบ เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ช่วง 18–21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา มีปัจจัยมาจาก ฝนตกหนักถึงหนักมาก กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า เกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ

ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมฉับพลัน ขอเสนอว่า ต้องมีการปลูกป่า ต้องเริ่มเลย พื้นที่อย่างน้อยต้อง 10 ล้านไร่ขึ้นไปจนถึง 30 ล้านไร่ ที่ผ่านมา เน้นแก้ปัญหาที่ปลายเหตุตลอด ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุเลย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบจังหวัดน่าน ถึงเวลาแล้วที่ต้องปลูกป่า โดยกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ

“ห่างจากจังหวัดน่าน 900 กิโลเมตร คือ จังหวัดจันทบุรี ผมเป็นคนจังหวัดระยอง กำลังจะเกิดกรณีโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ที่อำเภอแก่งหางแมว ประชาชนได้อะไรจากโครงการนี้ ช่วยน้ำท่าให้กับเกษตรกรหรือ คนที่จะปลูกทุเรียน เขาเตรียมไว้หมดแล้ว เขามีน้ำท่า แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ การเอื้อประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมดาต้า เซ็นเตอร์ พี่น้องชาวจันทบุรีกำลังทุกข์กันมาก

เพราะรัฐบาลได้อนุมัติโครงการนี้ ที่เป็นดาต้า เซ็นเตอร์ 40 แห่ง การจ้างงานมีคนไทยบ้างไหมจากบริษัทจีน ช้าง ซึ่งมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 200 เชือก สัตว์ป่านับร้อยนับพันที่เดือดร้อนกันมากมายก่ายทอง ฉะนั้น การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล เป็นการบริหารจัดการน้ำที่ถูกทิศถูกทางหรือป่าว” นายบุญรวี กล่าว

นายบุญรวี กล่าวอีกว่า อยากกราบเรียนท่านประธาน โดยยกหรือนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงทรงพระราชทานแก่ราษฎรบ้านถ้ำติ้ว อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร เมื่อ 20 ธันวาคม พ.ศ.2525 ความว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”

เห็นไหมครับ น้ำกับป่า ต้องอยู่คู่กันอย่างแนบแน่น ปัจจุบันประเทศไทยมีป่า 31.46 เปอร์เซ็นต์ หรือ 101.78 ล้านไร่ตามที่ได้คัดลอกมาจากนโยบายป่าไม้แห่งชาติ อย่างน้อยต้องมีป่า 40 เปอร์เซ็นต์

“ที่เสนอทั้งหมดนี้ เพราะต้องการให้เกิดวาระแห่งชาติในการปลูกป่า ซึ่งต้องแก้ที่ต้นเหตุไม่ใช้แก้ที่ปลายเหตุ ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐบาลว่า การแก้ปัญหา เราแก้กันที่ปลายเหตุตลอด การจัดการน้ำของรัฐบาลไม่ตอบโจทย์อย่างถูกทิศถูกทาง สะท้อนถึงความล้มเหลว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดน่าน และอีกหลายจังหวัดก็ดี ก็ซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างนี้

เพราะธรรมชาติกำลังเอาคืน มนุษย์กำลังทำลายธรรมชาติทุกวัน ๆ ไปดูจังหวัดน่าน เขาหัวโล้นทั้งนั้น หลายจังหวัดป่าไม้ถูกทำลายอย่างย่อยยับ ฉะนั้นบทเรียนที่ได้รับกันทั่วประเทศในวันนี้ ขอให้ท่านจำไว้ น้ำจะต้องอยู่คู่กับป่า เมื่อไม่มีป่า ไม่แต่น้ำ บ้านเมืองอยู่ไม่ได้ครับ” นายบุญรวี กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน