“โฆษกรัฐบาล“ แจ้ง ครม.สัญจรสงขลา เปิดรับฟังทุกเสียง ทุกความคิดเห็น ทุกข้อเสนอ แจง พัฒนา “จะนะ” มีผลศึกษา SEA เป็นกรอบ ยึดข้อมูล–การมีส่วนร่วมปชช.
29 ส.ค. 69 – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.–1 ก.ย. 2569 ว่า
วัตถุประสงค์สำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือ การรับฟังปัญหา ข้อเสนอ และเสียงสะท้อนจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆโดยตรง เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางพัฒนาและแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่
โดยรัฐบาลยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอ ข้อสนับสนุน หรือข้อห่วงกังวล เพราะ ครม.สัญจร ไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่ประชุม แต่เป็นโอกาสที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะได้รับฟังประชาชนในพื้นที่โดยตรง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการตัดสินใจเชิงนโยบาย
น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่อ.จะนะ จ.สงขลา รัฐบาลรับทราบและพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย โดยขอชี้แจงว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ดำเนินการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA)
ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาเชิงพื้นที่จังหวัดสงขลาและปัตตานี โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นที่ปรึกษา ใช้เวลาศึกษาเกือบ 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค 2565–28 ส.ค. 2568 ซึ่งการศึกษาครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่และทางเลือกในการพัฒนา การจัดทำแนวทางติดตามและประเมินผล
ตลอดจนกระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยตลอดระยะเวลาการศึกษาได้จัดเวทีทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการมากกว่า 40 เวที ครอบคลุมประชาชน ชุมชน ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม หน่วยงานรัฐ สถาบันการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้ SEA เป็นการศึกษาทิศทางการพัฒนาพื้นที่สงขลาและปัตตานีในภาพรวม โดยพิจารณาทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การพิจารณาอนุมัติโครงการใดโครงการหนึ่ง โดยคณะรัฐมนตรีได้รับทราบและเห็นชอบผลการจัดทำ SEA เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนความเห็นที่แตกต่างเป็นสิ่งที่รัฐบาลพร้อมรับฟัง
สำหรับจะนะ วันนี้เรามีทั้งเสียงของประชาชน และผลการศึกษาที่ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางแล้ว การพิจารณาทิศทางการพัฒนาต่อจากนี้ จะต้องนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบกันอย่างรอบด้าน ยึดประโยชน์ของประชาชน และพื้นที่เป็นสำคัญ และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบ