“อภิสิทธิ์​” ยอมรับ​ กังวลสภาพการเมืองปัจจุบัน แต่ไม่ห่วงทำหน้าที่ฝ่ายค้าน​ เชื่อไม่มีใครยอมปล่อยให้บ้านเมือง อยู่บนความไม่ถูกต้อง​ เหน็บ​ “ศุภชัย”​ กินไรมา​ ช่วยให้ท้องเย็น​ๆ หน่อย แค่ สมมติองค์กรอิสระ ไม่ทำหน้าที่ เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ สมคบคิดวุฒิสภา ล้มล้างการปกครองหรือไม่

29 ส.ค. 69 – ที่รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569

หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” โดยในช่วงเช้า เป็นเวทีของอดีตผู้นำฝ่ายค้าน ฯ 3คน มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหร้า พรรคประชาธิปัตย์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.พรรคเพื่อไทย นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตสส.พรรคก้าวไกล ร่วมเสวนา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเริ่มต้นด้วยการต่อว่า ผู้นำฝ่ายค้านฯ ว่าเอาประธานวิปฝ่ายค้าน มาเชิญตน และที่ตนตอบรับ เพราะจะได้พิสูจน์ว่า ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยพูดความจริงหรือไม่ว่า อาหารที่ โรงแรมพูลแมน อร่อยหรือไม่ ตนเลยตอบรับ ในที่สุดตนไม่ได้พิสูจน์ แต่เมื่อตกปากรับคำไปแล้วก็ต้องมา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อ เบื้องต้นให้กำลังใจทุกคนที่เป็นฝ่ายค้าน แม้แต่ช่วงที่ตนเป็นฝ่ายบริหารก็ให้กำลังใจฝ่ายค้านเสมอ เพราะการจะดูว่าประเทศไหนเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่ดูว่ามีฝ่ายค้านหรือไม่ ถ้าไม่มีฝ่ายค้านนั้นคือการรวบอำนาจ และที่ต้องให้กำลังใจ เพราะแม้ถึงทุกวันนี้ในสังคมไทย เป็นสังคม น่ารักประนีประนอม ให้อภัยต่อกัน สังคมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ หรือไม่ยอมรับการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน

เราจะได้ยินคำพูดเสมอว่า ทำไมฝ่ายค้าน ต้องค้านทุกเรื่อง หรือทำไมค้านอย่างเดียว แต่โดยข้อเท็จจริงถ้าใครดูเวลาเราทำหน้าที่ในสภาฯ กฎหมายต่างๆ ส่วนใหญ่ก็ลงคะแนนให้ ไม่ได้คัดค้าน แต่ว่าเวลาฝ่ายค้าน เห็นด้วยกับรัฐบาลก็เป็นข่าว เพราะฉะนั้น คนก็ต้องรับรู้บทบาทของฝ่ายค้าน แค่เวลาที่เห็นต่าง นั่นคือ คุณค่าของการเป็นฝ่ายค้าน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อถูกถามว่า มีความกังวลหรือไม่ กับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นใน ต้องตอบว่า มีความกังวลอย่างมาก กับสภาพบ้านเมือง และระบบการเมืองปัจจุบัน สมัยหนึ่งเรากลัวเรื่องการรวบอำนาจในแง่ที่ว่า เสียงข้างมากในสภา ถ้าอยากจะทำทุกเรื่องเหมือนกับสภาดูไม่ค่อยมีความหมาย

ซึ่งความจริงระบบของเราก็แปลก เพราะในต่างประเทศ รัฐบาล ในระบบรัฐสภา เขามักจะมีประเด็นที่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เช่น กฎหมายงบประมาณ อภิปรายไม่ไว้วางใจเขาก็ต้องขีดเส้นใต้ 3 เส้นว่าสส.รัฐบาล เอาตามนั้น แต่อีกหลายๆ เรื่อง เขาจะบอกว่า ถ้าสมมุติว่า เห็นต่างจากรัฐบาล หรือเห็นด้วยกับฝ่ายค้าน หรือฝ่ายค้านเห็นด้วยกับรัฐบาล ก็ไม่ต้องลงคะแนนแบบบีบบังคับด้วยมติพรรค อย่างที่เราเห็นเกือบทุกครั้ง ในประเทศไทยที่มีการลงมติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีก แต่นั่นคือเฉพาะ ในสภา เราเอากลไกการตรวจสอบสมดุลไปอยู่ข้างนอกสภา โดยใช้สิทธิ์ที่เรียกว่า องค์กรอิสระ ที่มีการสร้างองค์กรอิสระขึ้นมาโดยหวังว่า เป็นอิสระ แต่ใช้กลไกวุฒิสภาในการเชื่อม ซึ่งประสบปัญหามาทุกยุคทุกสมัย เอาเข้าจริง เริ่มต้นเป็นกลาง ทำไปทำมาไม่เป็นเป็นกลาง และเริ่มสร้างเครือข่ายที่น่ากลัว คือไปไกลจนเห็นปรากฏการณ์ในกระบวนยุติธรรม หมายความว่า การตรวจสอบยากมาก

“เมื่อวาน ผมจึงพูดเป็นเหตุการณ์สมมุติว่า ถ้าพรรคการเมือง ไปยึดวุฒิสภาเข้ามาเป็นรัฐบาลด้วย แล้ววุฒิสภา ก็ส่งผลไปอยู่ในองค์กรอิสระ แต่ว่า รัฐบาลทำผิด องค์กรอิสระก็ไม่ หรือตรวจสอบ กลายเป็นใช้สิทธิเสรีภาพสมคบกันล้มล้างการปกครองหรือไม่

ผมพูดเป็นเหตุสมมติ แต่ไม่ทราบว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย จึงต้องมาตอบผม ไปกินอะไรมาไม่ทราบ ช่วยให้ท้องท่านเย็นหน่อยก็ดี” นายอภิสิทธิ์กล่าว

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า ประเด็นคือ พอเป็นอย่างนี้ เหมือนที่ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่าทำไปแล้วจะเป็นไปได้หรือ สิ่งที่ตนอยากบอกคือ กังวลในสภาพบ้านเมือง การปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กังวลในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนายแพทย์ชนน่าน จะยืนยันได้ว่า ในช่วงที่ตนต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยมีหลายสถานการณ์ที่ค่อนข้างใหญ่โต แต่ตนขอไม่พูดเรื่องเก่า

สิ่งหนึ่งที่ใน พรรคประชาธิปัตย์ ของเราพูดเสมอ คือต้องทำหน้าที่ และเราก็พร้อม เพราะตอนนั้น ฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฟ้อง คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผชิญหน้ากับตำรวจ ด้วยความเสียเปรียบทุกอย่าง แต่ไหนในที่สุด ก็ไม่น่าเชื่อว่า เกิดเหตุที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้

“เพราะฉะนั้น ไม่อยากให้กังวลในการทำหน้าที่เครื่องมือที่มีตามกฎหมาย สิทธิที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญก็ต้องใช้ แม้ว่า ครั้งที่หนึ่งไม่ได้ผล ครั้งที่สองก็ยังไม่ได้ผล แต่ถึงที่สุด ผมยังเชื่อว่า ไม่มีใครจะยอมปล่อยให้บ้านเมืองอยู่กับความไม่ถูกต้อง

ส่วนหนึ่งที่ ผมไม่กังวลตรงนี้ ก็มาจาก อดีตผู้นำฝ่ายค้าน คือ นายกชวน หลีกภัย เพราะตอนที่ผมเข้ามาเป็นสส.ใหม่ๆ ก็เกิดเรื่องที่ตอนนั้น มีการใช้คำว่า ยึดตุลาการ มีการเสนอต่ออายุประธานศาลฎีกา ผมก็ปรารภกับ นายกชวนว่า จะไหวหรือไม่ ถ้าเขายึดอย่างนี้ ท่านบอกว่า ให้ทำหน้าที่ไปมันไม่มีทาง ไม่มีใครที่จะอยู่ได้อย่างยั่งยืนบนความไม่ถูกต้อง ความไม่เป็นธรรม ผมจึงยึดถือในทางนี้มาตลอด” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังขำอยู่ว่า เมื่อวานนี้ (28 ส.ค.) ที่จัดเวที ของคณะกรรมาธิการกิจการศาลองค์กรอิสระ​ อัยการรัฐวิสาหกิจ​ องค์การมหาชน​ และกองทุน สภาฯ ก็มีประชาชนจำนวนมากที่มีเรื่องจะระบาย และไม่ได้รับความเป็นธรรม​ และยังขำกับคำพูดของ นายวิชา​ มหาคุณ​ อดีต ป.ป.ช. บอกว่า ใจเย็นๆ ไม่มีอะไรที่ต่ำกว่านี้แล้ว ต่ำสุด​แล้ว​ มันมีแต่จะต้องดีขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมองว่า ในอดีต เครื่องไม้เครื่องมือ ในการสื่อสารอยู่ในมือของฝ่ายรัฐบาล ดังนั้น ฝ่ายรัฐบาล ที่ง่ายที่สุดคือ บอกว่า แมวเป็นหมา หน้าที่ของฝ่ายค้าน คือต้องใช้ความสามารถให้ถึงที่สุดในเวทีสภา ให้คนเห็นว่าจริงๆ แล้วมันคือแมว เพราะอย่างไรเราต้องอยู่บนความจริง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในเดือนตุลาคมนี้ ทางพรรคประชาธิปัตย์จะจัดงาน Home Coming ในโอกาสครบรอบ 80 ปี เป็นการ รียูเนี่ยน ศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน