ปลัดคลัง ยอมรับ ไม่มีรายละเอียดโครงการเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงานจริง ชี้ยังไม่มีการเสนอมา ยัน โครงการดีๆ มาแน่ หาก พ.ร.ก. 4 แสนล้านผ่าน
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 12.50 น. นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ขึ้นชี้แจงว่า ที่หลายท่านกังวลว่าไม่มีรายละเอียดเหมือนเป็นการตีเช็คเปล่า ไม่ตอบโจทย์ ต้องกราบเรียนว่า ในหลายโครงการที่อยู่ในกระแสข่าวในโซเชียลว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีรายละเอียดนั้น ยังไม่มีการเสนอมาอย่างเป็นทางการ
“วันนี้ยอมรับว่าไม่มีรายละเอียด เพราะโครงการที่เป็นทางการยังไม่ได้เสนอมาเลย หลังจากวันนี้หาก พ.ร.ก.ฉบับนี้ผ่านจากวุฒิสภา ก็จะมีโครงการดีๆ เสนอเข้ามา วันนั้นรายละเอียดที่เสนอเข้ามาจะมีครบถ้วน ไม่ว่าจะทำโครงการอะไร เพื่ออะไร ใช้เงินเท่าไหร่ ใครได้ประโยชน์ ตอบโจทย์หรือไม่ นี่คือสิ่งที่มาพร้อมกับข้อเสนอโครงการที่เป็นทางการ”
นายลวรณ กล่าวว่า วันนี้ตนขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าไม่มีรายละเอียดจริงๆ และอีกประเด็นที่ท่านวุฒิสมาชิกกังวลอาจจะไม่เห็นด้วยกับโครงการนั้นโครงการนี้ คณะกรรมการฯ อยากยืนยันว่าไม่ใช่ทุกโครงการที่เสนอมาจะได้รับการพิจารณาหรือผ่านการพิจารณา ซึ่งการพิจารณาของคณะกรรมการฯ มีหลักเกณฑ์รายละเอียดเยอะกว่าที่อยู่ใน พ.ร.ก.
วันนี้รายละเอียดและเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาของคณะกรรมการฯ มีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น 1.ต้องเป็นโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน แต่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2.เป็นโครงการที่สามารถดำเนินการได้เลยทันทีที่ได้รับอนุมัติ และโครงการนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.70
3.จะต้องเป็นโครงการที่คุ้มค่าก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนด เป็นโครงการที่คำนึงถึงประสิทธิภาพประสิทธิผล รวมถึงความต้องการของประชาชนและชุมชน และโครงการที่ส่งเสริมสนับสนุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย นี่คือตัวอย่างของเกณฑ์ในการพิจารณาโครงการที่จะผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองฯ
นายลวรณ กล่าวต่อว่า เนื่องจากโครงการในส่วนที่สองเป็นโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ดังนั้น คณะกรรมการได้ตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองไว้อีกชั้นหนึ่ง โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมาช่วยดูอีกชั้นหนึ่ง ก่อนที่จะมาถึงคณะกรรมการชุดใหญ่ตามกฎหมาย
เมื่อโครงการที่ผ่านการพิจารณาจะต้องมีการประเมินผลการใช้จ่ายเงินว่าคุ้มค่าอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการประเมินจะเป็นบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเราจะไม่สามารถกำหนดให้ท่านต้องประเมินให้ดีหรือไม่ดีอย่างไร แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระและโปร่งใส
สุดท้ายเมื่อ พ.ร.ก.นี้ผ่านออกไปและนำไปใช้ในโครงการต่างๆ แล้ว สิ่งที่ท่านวุฒิสมาชิกอยากเห็นรายละเอียดการกู้เงิน วัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินกู้ รวมถึงผลสัมฤทธิ์ประโยชน์ที่ได้รับ จะอยู่ในรายงานที่กระทรวงการคลังจะต้องรายงานให้ทางวุฒิสภาทราบภายใน 60 วันหลังสิ้นปีงบประมาณ
ดังนั้น ขออนุญาตให้ความมั่นใจกับทางวุฒิสภาว่า ทั้งหมดนี้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ โดยที่รัฐบาลได้กำชับพวกเราว่า ขอทำงานด้วยความโปร่งใสด้วยความเป็นมืออาชีพ และทุกโครงการที่ออกมาขอให้มีความคุ้มค่าตอบโจทย์ข้อสงสัยของสังคมได้อย่างชัดเจน
“ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ขอยืนยันว่าโครงการที่จะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการนั้น จะต้องเป็นโครงการที่ตรงตามเจตนาของ พ.ร.ก.ฉบับนี้ และจะต้องเป็นโครงการที่สามารถเปลี่ยนผ่านการสร้างพลังงานได้อย่างแท้จริง
สมมติหากเกิดวิกฤตพลังงานขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในอนาคต หนึ่งปีที่เราเปลี่ยนผ่านพลังงานจะต้องเห็นว่าวิกฤตครั้งหน้า ประเทศไทยจะสามารถรับมือได้ดีกว่าเดิม ประชาชนคนไทยจะต้องได้รับผลกระทบน้อยลงกว่าเดิม” นายลวรณ กล่าว