โรม แฉซ้ำโกงสอบท้องถิ่น หลักฐานชัดโยงฝ่ายการเมือง–บิ๊กขรก. อุบบอกชื่อ เดี๋ยวตื่นกันหมด ปูดกก.ชุดปกรณ์ ชี้มูล‘นฤชา’ แล้ว นายกฯทำไมยังเฉย ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ข้องใจองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน ปล่อยคนแฉทุจริตถูกข่มขู่

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 2 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวก่อนการประชุมกมธ.ว่า ประชุมกมธ.ครั้งที่แล้วพบข้อมูลหลักฐาน การทุจริตสอบท้องถิ่น ที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบคล้ายกับองค์กรอาชญากรรม

การทำอย่างเป็นระบบ ไม่ได้มีการตัดตอนที่ข้าราชการแน่นอน แต่ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามให้ข้อมูลว่าไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งที่หลักฐานและคำบอกเล่าจากพยานที่น่าเชื่อถือ ชี้ชัดว่ามีฝ่ายการเมืองและผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ฉะนั้น การตัดจบที่ข้าราชการไม่กี่คน ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ต่างอะไรจากการจำกัดความเสียหาย ให้ข้าราชการรับแทน และนักการเมืองลอยนวลพ้นผิด

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เรามีข้อมูลที่สำคัญที่ต้องตรวจสอบว่า มีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อนับดูแล้วน่าจะมีมากกว่าเดิม จึงต้องเสาะแสวงหาข้อมูลข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเรื่องนี้ จริงๆแล้ว อาจอยู่ที่ฝ่ายการเมืองด้วยซ้ำ

ย้ำหลักฐานชัดโยงฝ่ายการเมือง

การประชุมวันนี้ ได้เชิญบุคคลสำคัญ เช่น นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกฯ ซึ่งจากการตรวจสอบในชั้นของกมธ. น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือไม่

เมื่อถามว่าข้อมูลในชั้นกมธ.ขณะนี้ ชี้ชัดไปถึงฝ่ายการเมืองได้แล้วหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า มีข้อมูลหลายอย่างแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากข้อมูลเป็นความลับ ซึ่งได้มาจากผู้มาชี้แจงในชั้นกมธ. แต่วันนี้ที่ตนเห็นข้อมูล มันชัดจริงๆ

แต่อยากจะสื่อสารว่าการสอบท้องถิ่น โดยทั่วไปจะเป็นฝ่ายข้าราชการกับคู่สัญญาที่ต้องบริหารจัดการ แต่อยู่ๆมีฝ่ายการเมืองเข้าไปพูดคุย นัดเจอ และเจรจากัน เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นและส่อไปในทางทุจริตอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายการเมือง ยังมีข้าราชการที่เป็นคนของนักการเมือง หากยึดถือข้อมูลของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่ได้สอบสวนเรื่องนี้ และมีการชี้มูลไปแล้ว พบว่าหลายคนถูกขี้มูล พร้อมทั้งส่งเรื่องให้กับนายกฯ ตนก็มีคำถามว่า นายกฯ จะดำเนินการอย่างไรกับเรื่องนี้

เผยชุดปกรณ์ชี้มูลนฤชาแล้ว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้มี 2 อีพี โดยอีพี 1 คือ ข้าราชการ ที่พบความพยายามตัดตอนให้เหลือแค่บางคน ซึ่งความจริงมีเยอะกว่านั้นมาก เช่น นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งการสอบสวนของชุดนายปกรณ์ มีการชี้มูลนายนฤชา และส่งข้อมูลให้กับนายกฯแล้ว ถ้าหากนายกรัฐมนตรีไม่ทำอะไร เมื่อพบเหตุการทุจริต ก็หมายความว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

อีพี 2 เป็นฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง โดยย้อนกลับไปช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพาได้งาน ก็มีการทุจริตเกิดขึ้นเรื่อยมา จนนำไปสู่การเขี่ยม.บูรพาออก ทำทีโออาร์ขึ้นมาใหม่ โดยมีคนที่เป็นหน้าห้องของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เข้ามาเกี่ยวข้อง

ในจังหวะที่เขี่ย ม.บูรพาออก นายอนุทิน เป็นคนที่ถูกอ้างถึง ในการยกเลิกสัญญากับ ม.บูรพา ดังนั้นมันเป็นกระบวนการที่ทำกันมา ลักษณะคล้ายองค์กรอาชญากรรม ปล้นประเทศชาติอย่างเป็นระบบ

ส่วนที่รัฐบาลบอกว่า ไม่มีบิ๊กกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น นายรังสิมันต์ ถามย้อนว่า บิ๊กแค่ไหน เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นมีผู้เกี่ยวข้องเยอะมาก และทำเป็นระบบ ตอนนี้เราอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล บางรายชื่อเป็นคนที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะมาเกี่ยว เพราะไม่ได้อยู่ในกระทรวงที่ถูกจับตา ในการเป็นตัวเชื่อมและแนะนำ ซึ่งการจะทำให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)ไปรู้จักบิ๊กเนมการเมือง จะมีข้อต่อ ซึ่งข้อต่อนั้นอยู่ในฝ่ายการเมือง

เมื่อถามถึงม.บูรพา ทำหนังสือถึงกมธ. เพื่อขอความคุ้มครองในการเข้าให้ข้อมูล มีประเด็นอะไรที่สื่อถึงความไม่ปลอดภัยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ด้วยการเมืองวันนี้ เรามีเรื่องทุจริตเยอะ จึงขอถามว่า สิ่งที่รัฐบาลทำคือ การปราบทุจริต หรือปราบคนแฉทุจริต

ข้องใจปล่อยคนแฉทุจริตถูกข่มขู่

ตนคิดว่าเราควรพูดคุยด้วยความเป็นมนุษย์ ตกลงประเทศนี้ เราจะอยู่กันแบบนี้ใช่หรือไม่ ซึ่งเรื่องที่ร้ายแรงที่สุดคือ เรื่องทุจริต แต่คนกลับบอกว่า คนที่ออกมาแฉทุจริต ผิดมากที่สุด

“ผมในฐานะประธานกมธ.กฎหมาย และจบด้านนิติศาสตร์ บางทีผมอยากเรียกร้องไปถึงผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ซึ่งถูกปลูกฝังในเรื่องความยุติธรรม แต่กลับปล่อยให้มีการข่มขู่พยานที่สำคัญที่สุด ข่มขู่คนที่รู้เรื่องทุจริตที่สุดที่เขาออกมาแฉ

การปล่อยให้มีการข่มขู่แบบนี้ดำเนินอยู่ในสังคม ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะทำให้ทุกคนที่ให้ข้อมูล เขาไม่กล้าให้ข้อมูลต่อ เพราะเขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีทางรู้เลยว่าองค์กรอาชญากรรมนี้ ถึงที่สุดแล้ว จะใช้อำนาจ ใช้เส้นสาย รังแกคนทั่วไปได้ขนาดไหน ผมอยากเรียกว่า นี่คือองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน ที่พวกเราคงต้องต่อสู้กับเรื่องนี้ต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามย้ำว่ากมธ.จะมีมาตรการอย่างไร เพื่อให้บุคคลที่เข้ามาให้ข้อมูลรู้สึกปลอดภัย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คงหารือกัน ซึ่งมีหลายวิธีที่จะดำเนินการเรื่องนี้ ต้องหารือกับม.บูรพาด้วยรูปแบบแบบไหนที่จะเหมาะสมที่สุด เพราะบางรูปแบบที่เราคิดว่า แบบนี้ดี แต่ทาง ม.บูรพา ไม่ได้รู้สึกปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไร

จึงต้องหาวิธีที่ทำให้ฝั่งของผู้ให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม รู้สึกปลอดภัย ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่กล้าให้ข้อมูลอีกเลย ยืนยันว่าข้อมูลที่เรามี เป็นข้อมูลที่ชัดมากๆ และยืนยันว่า ข้อมูลในหลาย ๆ ส่วน วันนี้หน่วยงาน และผู้ที่มีอำนาจโดยตร ในการให้คุณ ให้โทษเชื่อว่าน่าจะหมดแล้ว

ให้รอดูข้อมูลเกี่ยวกับที่ปรึกษานายกฯ

ต่อข้อถามว่าขณะนี้มีการเพิกถอนรายชื่อผู้ทุจริตสอบท้องถิ่น แต่กลับจ้างเหมาคืนกลับมานั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การสอบท้องถิ่นมีหลายส่วน ส่วนที่เราต้องปราบการทุจริตก็ส่วนหนึ่ง และส่วนที่ผู้มีเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงิน และได้ตำแหน่งกันไปแล้วก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่ง ซึ่งปัญหาส่วนนี้ ตนคิดว่ามีรายชื่อออกมาแล้วว่า มีใครบ้าง

ปัญหาคือ รัฐบาลแบ่งออกเป็นเทียร์ ซึ่งจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้เราอาจจะยังไม่ลงตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะต้องให้รัฐบาลทำงาน แต่สิ่งที่เราเป็นกังวล แม้จะแบ่งออกเป็นเทียร์แบบนี้ บางคนอาจบอกว่า อย่างไรเขาก็สอบได้อยู่แล้ว ยังได้ปรับคะแนนขึ้น

ถ้าคิดดูแค่ผลคะแนนอย่างเดียว เป็นห่วงว่า แล้วเราจะแก้ไขปัญหาทุจริตจริงๆ ได้หรือไม่ และน่าเป็นห่วงว่าสุดท้ายแล้ว จะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น ในการสอบท้องถิ่นได้จริง ๆ หรือไม่ อย่างไรก็ตาม วันนี้เรามุ่งไปที่การตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังทุจริตเป็นสำคัญ

เมื่อถามว่าวันนี้กมธ.เชิญ บริษัท ไอรีครูท จำกัด มาชี้แจง เกี่ยวอะไรกับการทุจริตสอบท้องถิ่น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้รอดูในช่วงแถลงข่าว เนื่องจากเชิญบริษัทดังกล่าวครั้งแรก แต่มีข้อมูลในหลาย ๆ ข้อมูลที่เรารวบรวม ไม่ใช่ดูจากคำตอบอย่างเดียว หรือความสัมพันธ์ของบุคคลอย่างเดียว แต่เจาะลึกข้อมูลอื่นๆ ที่มีความสำคัญด้วย

เมื่อถามย้ำว่าบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องอะไรกับนายทองเจือ นายรังสิมันต์ ได้ยิ้ม ก่อนระบุว่า “เดี๋ยวรอดูดีกว่า”

อุบบอกชื่อ เดี๋ยวตื่นกันหมด

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่เรียก มศว มาชี้แจงอีกครั้งนั้น เพราะครั้งนี้เรียกอธิการบดี มศว มาชี้แจง ที่ผ่านมาไม่เคยมาชี้แจง แต่ถ้ามาก็จะได้ข้อมูลที่แตกต่าง เพราะอธิการบดี เป็นหนึ่งในบุคคลที่กุมความลับสำคัญ แต่ทราบว่า อธิการบดีน่าจะไม่มา ซึ่งไม่เป็นไร แต่คนที่มาชี้แจงแทน จะสามารถตอบแทนอธิการบดีได้น้อยแค่ไหน

ยืนยันว่าการที่อธิการบดีมาให้ข้อมูลกับกมธ. จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะบางครั้งคนในแวดวงการศึกษา หรือแวดวงราชการ ถ้าคนถูกบังคับให้ทำผิด หรือบางอย่างที่ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ คิดว่าการมาให้ข้อมูลกับกมธ. จะเป็นประโยชน์สูงสุด เพราะสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด ไม่ต้องการจัดการกับตัวเล็กตัวน้อย แต่ต้องการตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้

เมื่อถามว่ากมธ.มีข้อมูล และหลักฐานชัดเจนหรือไม่ที่จะโยงไปถึงฝ่ายนักการเมือง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “มี แต่ขอไม่ยกตัวอย่าง ไม่เช่นนั้น ก็ตื่นกันหมด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน