ศาลรธน. มติเอกฉันท์รับคำร้องฟัน ‘ก้องเกียรติ’ สส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ปกปิดเคยถูกจำคุกคดีลักทรัพย์ เข้าข่ายมีคุณสมบัติต้องห้ามสมัครสส.
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2569 ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณากรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้รอง) ยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 54 เพื่อมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ (ผู้ถูกร้อง)
เนื่องจากผู้ถูกร้องสมัครรับเลือกตั้งโดยรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแล้วปกปิด หรือไม่แจ้งข้อความจริงว่าผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา335 วรรคหนึ่ง (1)
ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า กรณีเป็นไป ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 54 และพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัธธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7(13)
ศาลรัฐธธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย แจ้งให้ผู้ร้องทราบ และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้องตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัธธธรรมญ พ.ศ.2561 มาตรา54
สืบเนื่องจากกรณี กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัครและผู้ได้รับเลือกตั้งสส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 มาตรา 54 พร้อมให้ดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
กกต.ตรวจสอบพบว่า นายก้องเกียรติ ซึ่งได้รับเลือกตั้งเข้ามา เคยถูกศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี พิพากษาถึงที่สุดในปี 2542 ในคดีลักทรัพย์ โดยศาลพิพากษาจำคุก 1 ปี และปรับ ก่อนลดโทษเหลือจำคุก 6 เดือน และปรับ พร้อมรอการลงโทษจำคุก 2 ปี
คดีดังกล่าวทำให้นายก้องเกียรติ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.มาตรา 42 (12) และในการลงสมัครเมื่อวันที่ 4 เม.ย.2568 นายก้องเกียรติ ได้ลงลายมือชื่อรับรองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม จึงเข้าข่ายมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า นายก้องเกียรติ รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีลักษณะต้องห้าม แต่ยังสมัครรับเลือกตั้ง
อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.มาตรา 151 ประกอบมาตรา 42 (12) รวมถึงเข้าข่ายแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 13 ส่งผลให้การเลือกตั้ง สส.นครศรีธรรมราช เขต 8 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนายก้องเกียรติ ซึ่งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม