จุลพันธ์ ยันวงดินเนอร์แกนนำรัฐบาล ไม่คุยปรับครม. แจงไม่ได้เตรียมรับศึกซักฟอก มองขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านถาม ชี้ฮั้วสว.ขึ้นอยู่กับหลักฐาน มั่นใจพท.เสียงไม่แตก
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกรัฐมนตรีจะเปิดบ้านพักส่วนตัว นัดรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลในวันที่ 6 ก.ย. เพื่อเลี้ยงอาหาร จะมีการหารือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ว่า ไม่มีเราเป็นรัฐบาลร่วมกัน รัฐบาลเดียวกันทำงานเพื่อประชาชน
ส่วนเรื่องที่สื่อและสังคมเป็นห่วงเสถียรภาพภายในรัฐบาลนั้น ยืนยันไม่มี เพราะเราพูดคุยกันตลอด อย่างการประชุมครม.สัญจร ที่จ.สงขลา ก็ทำงานและประชุมร่วมกัน การทำงานของเราสอดประสานกัน
“ส่วนนัดกินข้าว เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคน ได้นั่งพูดคุยกันในบรรยากาศที่รีแล็กซ์ขึ้น ไม่ใช่การประชุมเพียงหน้างานเท่านั้น หรือ รัฐมนตรีช่วยบางคนอาจจะไม่มีโอกาสไปพูดคุยกับนายกฯ มากนัก จะได้ไปเล่าต่อหน้าว่างานมีอะไรที่ติดขัดบ้าง หรือขับเคลื่อนอะไรอยู่ เพื่อให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า การนัดรับประทานอาหารครั้งนี้ ยังเชิญฝ่ายสภาฯด้วย เพราะการเป็นรัฐบาลไม่ได้กำหนดเฉพาะ ครม. แต่ยังมีการทำงานในสภาฯ ก็จะได้พูดคุยถึงประเด็นปัญหาและข้อหารือต่างๆให้ครบถ้วย เพื่อให้การทำงานราบรื่นกว่าเก่า
เมื่อถามว่าสาเหตุที่เชิญฝ่ายสภาฯ ร่วมรับประทานอาหารด้วยเพื่อเตรียมรับศึกซักฟอกหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้เตรียม ตนก็ไม่ได้เตรียมอะไร ขึ้นอยู่กับฝ่ายค้านที่จะซักถามข้อสงสัย เรายินดีที่จะตอบอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ต้องเชิญฝ่ายสภาฯ ไปด้วยนั้น การทำงานในส่วนของรัฐบาล สภาฯ ต้องขับเคลื่อนเพราะกฎหมายต้องส่งเข้าสภาฯ
เมื่อถามว่าเรื่องฮั้ สว. อาจจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก จะวางบทบาทของพรรคเพื่อไทยอย่างไร ในฐานะที่เคยผลักดันและขับเคลื่อนเรื่องนี้สมัยเป็นแกนรัฐบาล แต่วันนี้เป็นร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีก็เป็นบทบาทหนึ่งในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และตนก็มีสถานะเป็นสส.ด้วย ซึ่ง สส.มีหน้าที่ตรวจสอบและกำกับการทำงานของรัฐ
ดังนั้น การรับฟังข้อมูลจึงเป็นสิ่งสำคัญ แล้วมาตัดสินใจว่าเราจะเดินหน้าอย่างไร มีข้อมูลใหม่หรือไม่มี อะไรที่ฟังได้หรือฟังไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการตามขั้นตอนของระบอบประชาธิปไตย
กรณีฮั้ว สว. พรรคเพื่อไทยเคยเป็นแกนนำรัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องนี้ และเราเดินไปจนสุดทางแล้ว ส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรอิสระ เราต้องเชื่อมั่นในกลไกการตรวจสอบ วันนี้ไม่ได้อยู่ในมือของพรรคเพื่อไทยหรืออยู่ในมือของ สส.
การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน แต่กระบวนการตรวจสอบมีองค์กรและหน่วยงานดำเนินการอยู่ ต้องให้เขามีอิสระ
“ส่วนผลจะเป็นอย่างไร หากออกมาเป็นคุณแล้วจะบอกว่าเห็นด้วย แต่พอไม่เป็นคุณแล้วก็บอกว่าไม่ถูกต้อง ถ้าเราพูดอย่างนี้ บ้านเมืองมันเดินไม่ได้ เราก็ต้องยึดมั่นในกรอบและกระบวน ผลออกมาอย่างไร ก็ต้องยอมรับและเดินหน้าต่อ“ นายจุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยจะส่งผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชนหรือไม่ เนื่องจากถูกมองว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะมีข้อมูลเรื่องฮั้ว สว.ในระดับหนึ่ง นายจุลพันธ์ ตอบกลับทันทีว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีข้อมูลอะไรเป็นพิเศษ
พรรคเพื่อไทยดำเนินการตามหน้าที่รับผิดชอบ ขั้นตอนทั้งหมดมันผ่านไปแล้ว และข้อมูลทั้งหมดอยู่ในขบวนการของหน่วยงานที่ตรวจสอบทั้งหมด ไม่ได้มีอะไรพิเศษเพิ่มเติม หรือมีข้อมูลลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย เพราะทุกอย่างส่งดำเนินการไปหมดแล้ว ต้องปล่อยให้กระบวนการเดินหน้าต่อ
เมื่อถามว่าที่มีเสียงเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยยกมือไม่ไว้วางใจไว้ หากรัฐบาลถูกซักฟอกเรื่องนี้ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ใครเรียกร้องอะไรเราก็รับฟังทุกฝ่าย แต่ยังไม่มีคนมาพูดกับตนในประเด็นนี้
ส่วนการลงมติของพรรคเพื่อไทย จะยึดมติพรรคหรือให้เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่กำหนด แต่คิดว่าไม่น่ามีอะไร เพราะในพรรคก็พูดคุยกันและอยู่ในหลักการของพรรค คงไม่มีเสียงแตก เราทำงานเป็นทีม อยู่ในเส้นเดียวกัน
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมีการพูดคุยเรื่องปรับรัฐมนตรีในส่วนของพรรคหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่มี หากติดตามการทำงานรัฐมนตรีของพรรค ตนเชื่อมั่นว่าพยายามทำงานเต็มที่และสามารถส่งมอบนโยบายให้กับประชาชน มองว่ารัฐมนตรีของพรรคทำงานอยู่ในเกณฑ์บรรลุเป้าหมาย
ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงต้น เท่านั้นเป็นรัฐบาลมา 4 เดือนเท่านั้น ต้องให้เวลาพิสูจน์ตนเองและผลงาน ว่าจะแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ประชาชนได้หรือไม่