อภิสิทธิ์ ชำแหละงบกลาง ซ้ำซ้อนเงินกู้แสนล้าน ท้าแจงงบลงทุน 6 หมื่นล้าน หากตอบไม่ได้ขอเดินหน้าตัดทิ้ง

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว

เวลา 12.18 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายมาตรา 6 งบกลาง ว่า ตนได้แปรญัตติปรับลดจากรายการงบกลางประมาณ 12,000 ล้านบาท คือส่วนที่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายเพื่อการแก้ไขปัญหาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมและรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน

โดยในส่วนนี้มีความซ้ำซ้อนกับเงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะ 2 แสนล้านบาทหลังอย่างชัดเจน ในการพิจารณาโครงการที่จะดำเนินการตามเงินกู้ 2 แสนล้านบาทหลัง เรื่องพลังงานนั้น มีการประเมินจากผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดเวลาว่า ไม่เชื่อว่ารัฐบาลหรือประเทศจะมีศักยภาพดำเนินการตามเป้าหมายที่พูดกันอยู่ เช่น จำนวนครัวเรือนที่จะเปลี่ยนหลังคาโซลาร์เซลล์ ด้วยข้อจำกัดทั้งอุปทาน หรือบุคลากรที่จะไปติดตั้ง

ฉะนั้น นอกจากความซ้ำซ้อนแล้ว ตนยังประเมินว่าเงิน 2 แสนล้านบาทใน พ.ร.ก.กู้เงิน จะมีเหลือ จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ที่จะเอาเงินงบกลางเติมเข้าไปอีก 12,000 ล้านบาท

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ในมาตรานี้มีการแก้ไข หลังจากพิจารณาตัดงบงบประมาณจากหน่วยงานต่างๆแล้ว กมธ.ตัดสินใจที่จะเอาเงิน 6 พันล้านบาทโดยประมาณ กลับมาเติมให้กับเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

ในมาตราก่อน ตนได้ชี้ให้ชัดแล้วว่าเมื่อประหยัดงบประมาณได้ จะมีค่าใช้จ่ายหลายรายการที่ควรไปเพิ่มให้ แม้จะตัดสินใจกลับมาเพิ่มในงบกลาง ตนยังยืนยันว่าเราต้องจัดงบประมาณตามความเป็นจริง

“ในการอภิปรายงบช่วง 2-3 ปีงบประมาณที่ผ่านมา รวมทั้งในวาระหนึ่งหรือในวันนี้ ผมว่าหลายคนเห็นตรงกันว่าแม้แต่รายจ่ายในงบกลางที่ตั้งเอาไว้ ไม่ว่าการใช้จ่ายรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐ หรือเงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ในที่สุดแล้วไม่ได้จัดไว้เพียงพอกับความเป็นจริง สุดท้ายต้องเบิกเงินคงคลังไปใช้ ซึ่งต้องมาจัดงบชดเชยในปีถัดไป

การทำเช่นนี้ทำให้ขาดความโปร่งใส และมีการประเมินในเรื่องประสิทธิภาพของการใช้จ่ายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำให้การปฏิรูปที่เราพูดกันมาตั้งแต่วาระที่หนึ่งจะไม่สามารถอยู่บนความเป็นจริง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตกลงเราจะทำเป็นมองไม่เห็นใช่หรือไม่ ว่าจะใช้วิธีการหลีกเลี่ยงกฎหมายมากกว่าที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ตอนแรกตนอภิปรายในมาตราก่อนบอกว่าในงบกลางแสนล้านบาท ที่เป็นงบฉุกเฉิน ท่านบอกว่า 6 หมื่นล้านบาทเป็นรายจ่ายลงทุน ซึ่งตนบอกว่าไม่เชื่อเพราะดูจากการใช้จ่าย

เช่น ปีที่แล้ว งบกลางใช้ส่วนใหญ่แต่ละโครงการไม่ใช่ลงทุน ส่วนใหญ่เป็นลักษณะเงินโอนหรือเงินช่วยเหลือเฉพาะหน้าเกือบทั้งสิ้น กมธ.ฯตอบตนว่ามั่นใจแล้วว่าปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งตนขอให้ช่วยแจกแจงว่า ที่คาดการณ์ว่า 6 หมื่นล้านบาท จะเป็นรายจ่ายเงินทุนในงบกลางที่จัดอยู่นี้จะเป็นรายจ่ายในเรื่องอะไรบ้าง

ตนจะได้ตามไปตรวจสอบวันที่นายกฯและ ครม.อนุมัติรายจ่ายเงินงบกลางว่าเป็นไปตามที่มาชี้แจงกับกมธ. หากกมธ.มั่นใจว่าเป็นรายจ่ายลงทุน 6 หมื่นล้านบาทจริงในงบกลาง ถ้าท่านตอบอย่างชัดแจ้ง ตนจะสบายใจ และไม่ติดใจ หากท่านตอบไม่ได้ ยืนยันว่าจะต้องแปรญัตติตัดงบกลางในส่วนนี้ออกไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน