“ภราดร” แจงหั่นงบ 70 ดึง 6 พันล้าน เข้างบกลาง สำรองจ่ายค่าโง่คลองด่าน ชี้ไม่เพิ่มงบ “กยศ.” เหตุได้มากกว่าปีก่อนอยู่แล้ว บอกให้เวลาไปบริหารจัดการให้ดี
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 ก.ย. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ปีนี้กรรมาธิการ (กมธ.) สามารถปรับลดงบฯ ได้ทั้งสิ้น 11,162 ล้านบาท มีส่วนที่แปรญัตติเพิ่มเข้ามา และนำมาใส่ในงบกลาง
หลายคนถามว่าทำไมต้องนำมาใส่ในงบกลางถึง 6,000 ล้านบาท เหตุผล คือ ในคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษ ได้ตั้งงบประมาณไว้ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ค่าโง่คลองด่าน โดยจะมีการอภิปรายเรื่องนี้ในมาตรา 17
นายภราดร กล่าวว่า ตนจะขออธิบายคร่าวๆ ว่า หลังไปเจรจาตกลงแล้วมีภาระที่เราต้องจ่ายประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยกำหนดไว้ให้ใช้งบกลางปี 69 จำนวน 4,000 ล้านบาท งบปี 70 จำนวน 3,000 ล้านบาท และงบกลางปี 70 อีก 3,000 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด
และเมื่อไม่กี่วันนี้ รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อไปเจรจาหนี้ให้เรียบร้อย จึงเป็นเหตุให้คณะอนุกมธ.ตัดเงินก้อนนี้ออกมาก่อน โดยเขียนไว้ในข้อสังเกตของกมธ.ชุดนี้ว่า ในกรณีที่ตั้งคณะกรรมการแล้วไปเจรจากันแล้ว และสุดท้ายสิ้นสุดความ รัฐบาลจะต้องชำระเงินกันแบบไหน หลังจากนั้นกรมควบคุมมลพิษ จะสามารถใช้งบกลางในส่วนนี้ได้
นายภราดร กล่าวว่า ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากรัฐต้องชำระเงินตามเงื่อนไขเดิมที่ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี คือ ต้องชำระ 6,000 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลที่ต้องตั้งงบก้อนนี้ เพื่อแปรญัตติเพิ่มกลับไปยังงบกลาง
นายภราดร ชี้แจงถึงงบกลาง 12,000 ล้านบาท ที่สมาชิกหลายคนแสดงความเห็นว่าซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาทว่า วัตถุประสงค์แตกต่างกัน แน่นอนว่ากรอบใหญ่คือเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่วิธีการมีความแตกต่างกัน
ในส่วนของเงินกู้ที่เหลืออยู่ 2 แสนล้านบาทหลัง รัฐบาลพยายามจะสนับสนุนไปถึงประชาชนโดยตรง ส่วนเงินทุนสนับสนุนแบบจับคู่ หรือ กลไกร่วมลงทุน (Matching Fund) เกิดขึ้นจากข้อสังเกตในหลายๆ ปีงบประมาณว่า เงินสะสมของหน่วยงานรัฐหรือเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วันนี้มีจำนวนสูงมาก เข้าใจว่าทั้งประเทศมีเงินที่อยู่ในกระเป๋าสำรองของหน่วยงานประมาณ 1 ล้านล้านบาท
ฉะนั้น รัฐบาลต้องหาแนวทางนำเงินเย็นออกมาใช้ในระบบเศรษฐกิจให้มากที่สุด เพื่อลดภาระงบประมาณภาครัฐ จึงคิดโครงการดังกล่าวขึ้นมา ส่วนที่ไม่นำไปใส่ไว้ในหน่วยรับงบประมาณอื่น ตนถาม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ว่าควรจะนำไปใส่ไว้ตรงไหน เชื่อว่าปี 2571 จะหาช่องทางที่นำเงินไปใส่ไว้ได้
นายภราดร ชี้แจงถึงเงินชดเชยที่จะต้องจ่ายคืนให้กับ กบข. ที่มีกฎหมาย กบข. ค้ำอยู่ ตนได้ชี้แจงไปแล้วว่าเราต้องทำร่วมกัน วิธีแก้เพียงแค่แก้กฎหมาย กบข. ซึ่งในส่วนพรรคภูมิใจไทยได้เสนอกฎหมายนี้แล้ว โดยจะพยายามผลักดันให้กฎหมายนี้คลอดออกมาก่อนทำงบประมาณปี 2571
จึงอยากขอแรงสนับสนุนจากสมาชิกฝ่ายค้านว่า หากเห็นตรงกันในสภาเรามาทำร่วมกันได้ ตนเสนอกฎหมายเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับฟังความเห็นตามมาตรา 77
ส่วนประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่จะทำให้ประชาชน รัฐบาลเห็นว่าแต่ละปีต้องจ่ายเงินเยียวยาภัยพิบัติจำนวนมหาศาลหลายหมื่นล้านบาท ปีที่ผ่านมาตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท จึงคิดว่ารัฐควรมีแนวทางใหม่ที่จะจำกัดวงเงินในกระเป๋าของรัฐให้ได้มากที่สุด
จึงคิดเรื่องการทำประกันภัยขึ้นมาให้กับ 30 ล้านหลังคาเรือน แม้ในทะเบียนราษฎร์มี 20 กว่าล้านหลังคาเรือน แต่มีบ้านบางหลังที่ไม่มีทะเบียนบ้าน ซึ่งคนเหล่านี้ควรได้รับสิทธิ์ด้วยหากเป็นผู้ประสบภัย
นายภราดร ชี้แจงถึงเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่บางท่านอภิปรายว่ารัฐบาลไม่เห็นความสำคัญของนักเรียน นักศึกษาว่า ปัญหาของกองทุน กยศ. บริหารเงินกองทุนไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อเงินไม่พอก็มาของบกลาง ถ้าเป็นแบบนี้ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม
ปีที่แล้วตั้งงบกยศ. 5,000 ล้านบาท ปีนี้ตั้ง 9,000 ล้าน บาทจึงไม่ได้แปรญัตติเพิ่มเข้าไป เพราะเห็นว่าตั้งมากกว่าปีที่แล้ว และกยศ. ต้องติดตามทวงเงินเก็บเงินให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ เราให้เวลากยศ.ไปทำให้ดีก่อน ถ้าทำเต็มที่แล้วเงินไม่พอ สามารถใช้งบกลางไปอุดหนุน กยศ.ได้
ยืนยันว่า กมธ.เสียงข้างมากไม่ได้ไม่เห็นความสำคัญของนักเรียนนักศึกษาที่ต้องใช้เงินกู้ไปต่อยอดทางการศึกษา เพียงแต่อยากเห็นความเข้มแข็งของ กยศ. ในการบริหารเงินกองทุนให้มากกว่านี้
จากนั้น ที่ประชุมสภาฯ มีมติผ่านมาตรา 6 งบกลาง ด้วยคะแนนเห็นด้วย 276 ไม่เห็นด้วย 137 งดออกเสียง 52 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง