เท้ง จี้รัฐบาล รับปาก 3 ข้อปฏิรูปงบประมาณ ชี้งบปี 70 กว่า 90% เป็นโครงการเดิม หวั่น ปี 71 ซ้ำรอยเดิม ลั่นทำไม่ได้ไม่ขอผ่านงบสำนักนายกฯ
เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 16.05 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอแปรญัตติงบประมาณในมาตรา 7 สำนักงานนายกรัฐมนตรีว่า สำนักงบประมาณ ได้เสนอกรอบงบประมาณตัวเองมา 1.05 พันล้านบาท แต่กมธ.ปรับลดงบลงเพียงแค่ 2.4 แสนล้านบาทเท่านั้น ตนเชื่อว่ากมธ.ทุกคนทราบดีถึงหลักเกณฑ์การปรับลดงบประมาณ
แต่หากเรามาลองดูตัวชี้วัดงบของสำนักนายกรัฐมนตรี เช่น มีการตั้งตัวชี้วัดตัวเองว่าการจัดทำงบต้องตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในวาระ 1 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง บอกว่าเราจะจัดทำงบในปีนี้เป็นงบฐานศูนย์
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ตนได้แสดงตัวเลขตั้งแต่ในวาระหนึ่งว่า กว่า 90% อาจถึง 95% ด้วยซ้ำของโครงการที่อยู่ในร่างพ.ร.บ.งบปี 70 ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่อยู่ยกมาจากปีก่อนๆ แทบมองไม่เห็นเลยว่าโครงการไหนที่รัฐบาลจงใจบรรจุมาเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลบ้าง
ดังนั้น ท่านตอบได้จริงๆ หรือว่าการจัดทำงบประมาณปี 70 นำโดยสำนักงบประมาณ นำโดยรัฐบาล สามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีการระบุตัวชี้วัดไว้ว่างบต้องโปร่งใส ซึ่งเราไม่ได้พูดถึงแค่เงินในงบประมาณเท่านั้น แต่เรายังมีเงินนอกงบด้วยเช่น โครงการ TH-AI Passport ในโครงการดีอี ที่มีการตั้งคำถามว่ากำลังถูกล็อกสเปกหรือไม่ในทีโออาร์
วันนี้จึงอยากชี้ให้เห็นว่าสำนักงบประมาณนำโดยรัฐบาล ทำผ่านตัวชี้วัดที่ตั้งไว้เองหรือไม่ หากไม่ผ่านตัวชี้วัด จึงมีคำถามว่า ตกลงแล้วเราใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับที่เราพิจารณาหน่วยรับงบอื่น ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับที่เราพิจารณางบให้กับสำนักงบประมาณหรือไม่ เพราะมันตกทั้ง 2 ตัวชี้วัด
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ปฏิเสธที่จะให้งบเต็มเม็ดเต็มหน่วยกับสำนักงบประมาณเพื่อทำให้งบดี โปร่งใส และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ตนอยากได้คำยืนยันจากตัวแทนของรัฐบาล เพื่อให้พวกตนได้สบายใจ หากท่านยืนยันข้อเสนอเหล่านี้ไม่ได้ ตนคงให้งบกับสำนักงบประมาณแบบที่กมธ.พิจารณาผ่านมาแบบนี้ไม่ได้จริงๆ เพราะตกตัวชี้วัด
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ข้อเสนอที่ตนอยากเสนอคือ 1.เราอยากเห็นงบที่มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และประชาชนมีส่วนร่วม โดยพวกตนได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะเข้าสู่สภาฯแล้ว ซึ่งมีหลักเกณฑ์คือให้เปิดเผยข้อมูลต่างๆ เป็นหลัก เช่น การสืบราคา คณะกรรมการยกร่าง ส่วนไหนจะปกปิดว่าเป็นเรื่องๆ ไป
จึงอยากถามตัวแทนรัฐบาลว่าท่านเห็นด้วยกับพวกเราหรือไม่ และพร้อมผลักดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ผ่านสภาฯในปีงบประมาณนี้ได้หรือไม่ เพื่อทำให้ปีงบถัดไปมีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ทุจริตน้อยลง
2.ในต้นปีงบประมาณ รัฐบาลอยากให้งบในปีนั้นมีทิศทางอย่างไร อยากให้รัฐบาลตั้งกรอบให้แต่ละหน่วยรับงบให้ชัดเจนก่อนยื่นคำขอ เพื่อให้แต่ละหน่วยรับงบส่งคำขอเข้ามาตรงกับภารกิจกับตัวเอง อยู่ในกรอบคำขอเขาจะได้ไม่โดนตัด ซึ่งกระบวนการเช่นนี้ ODCD ไกด์ไลน์เขียนไว้ชัดเจน
ท่านกล้าที่จะรับปากพวกเราหรือไม่ว่าว่าท่านอยากปรับปรุงกระบวนการจัดทำงบประมาณเช่นนี้ให้ตรงกับ ODCD ไกด์ไลน์ กำหนดกรอบให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ซึ่งตนและพรรคประชาชนได้เสนอ ร่างพ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เรียบร้อยแล้ว จึงอยากได้คำยืนยันจากตัวแทนของรัฐบาลว่าท่านพร้อมผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ร่วมกับพวกเราภายในปีงบประมาณนี้หรือไม่ เพื่อให้งบปี 71 มีประสิทธิภาพมากกว่านี้
3.การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยในข้อสังเกตเขียนไว้ว่ารัฐบาลจะต้องปรึกษาหารือประชาชนและตัวแทนของประชาชนแต่ต้นกระบวนการจัดทำงบ ซึ่งกระบวนการเช่นนี้ ในประเทศที่พัฒนาแล้วมีการจัดทำงบช่นนี้ หากท่านอยากเห็นหน้าตางบเป็นแบบไหนก็ขอเปิดรับฟังความคิดเห็น แล้วให้รัฐบาลนำความคิดเห็นเหล่านั้น ไปเป็นแนวทางให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณส่งคำขอเข้ามา
รัฐบาลมีอำนาจอยู่แล้วตามมาตรา 165 ที่ระบุไว้ว่ากรณีที่มีปัญหาสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินที่ครม.เห็นสมควร นายกฯ สามารถขอเปิดประชุมสภาเพื่อหารือในที่ประชุมรัฐสภาได้โดยไม่ต้องมีการลงมติ เพื่อให้การจัดทำงบในปีถัดไป ตัวแทนประชาชนมีส่วนร่วม
“นี่คือคำยืนยันที่ผมอยากได้ยินจากตัวแทนรัฐบาลว่าท่านพร้อมเปิดพรีบัดเจ็ตดีเบตแบบที่ผมเสนอหรือไม่ หากท่านไม่สามารถรับปากพวกผมได้ทั้ง 3 ข้อ ผมก็มีข้อกังวลจริงๆ ว่าการจัดทำงบในปี 71 หากทำแบบเดิมก็คงได้ผลลัพธ์แบบนี้ และผมคงไม่สามารถผ่านงบประมาณให้ได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว