‘กิตติพงษ์’ ค้านซื้อจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ชี้อะไหล่ต้องรอสหรัฐฯอนุมัติอีก เผยใช้ D11A ของไทยที่พัฒนาโดย สทป. ถูกกว่าหลายเท่า แทบไม่เห็นความแตกต่าง
7 ก.ย. 69 – ในการเข้าสู่การพิจารณามาตรา 8 กระทรวงกลาโหม นาวาโทกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่กองทัพบกจะต้องพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ
ตนขอปรับลดงบประมาณโครงการจัดหาระบบจรวดหลายลำกล้อง HIMARS วงเงินผูกพัน 4,200 ล้านบาท งวดแรกงบประมาณปี 70 วงเงิน 420 ล้านบาท ซึ่งในการจัดหากระสุนเพิ่มเติม แต่การจัดซื้อกระสุนและองค์ประกอบ ยังอยู่ภายใต้การอนุมัติของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
หากเกิดวิกฤต จะสามารถได้รับของในจำนวนและเวลาที่ต้องการหรือไม่ ต่อให้ประเทศไทยมีเงินพร้อมซื้อ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเพิ่มกำลังรบได้ทันทีในวันเวลาที่ต้องการ
ขอตั้งข้อสังเกต ว่าไทยกำลังจะซื้อจรวดหลายลำกล้องหรือซื้อขีดความสามารถ เพราะ HIMARS เป็นเพียงฐานยิง การซื้อมาพร้อมกับจรวดประเภทใด มีระยะยิงไกลเท่าไหร่ มีเงื่อนไขในการใช้งานอย่างไร เป็นเรื่องที่กองทัพบกจะต้องชี้แจง
นาวาโทกิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีทางเลือกอื่นที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมกับกองทัพบกและบริษัทเอกชนพัฒนาจรวดหลายลำกล้องเอนกประสงค์ D11A ที่สามารถยิงได้ไกลสุด 300 กิโลเมตร ซึ่งหากเทียบกับ HIMARS แทบไม่เห็นความแตกต่าง และไม่แน่ชัดว่าสหรัฐอเมริกาจะอนุมัติจรวดยิงระยะใดให้กับประเทศไทย
เมื่อเปรียบเทียบจรวดหลายลำกล้อง D11A มีราคาถูกกว่าหลายเท่าตัว ทำไมเราไม่ใช้งบงบประมาณ 4,200 ล้านบาทนี้ ต่อยอดสิ่งที่ประเทศไทยสร้างขึ้นมา ต้นทุนของอาวุธไม่ได้มีเฉพาะราคาที่ซื้อ เวลาพิจารณายุทโธปกรณ์จะต้องคิดถึงค่ากระสุน อะไหล่ การซ่อมบำรุง การปรับปรุงระบบและความเสี่ยงซัพพลายอายุการใช้งาน เพราะในยามสงบเราอาจซื้ออะไหล่จากต่างประเทศและสามารถรอได้ แต่หากสงครามอาวุธที่ซ่อมไม่ได้ คืออาวุธที่ใช้งานไม่ได้
ภาพ : กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ (FACEBOOK)