‘อภิสิทธิ์’ ซัดรับไม่ได้ งบกระทรวงพลังงานไม่ตรงปกตามโฆษณา ยกเคสแก้น้ำมันแพงทำรัฐบาลแรกเก็บเงินหน้าโรงกลั่น สุดท้ายประชาชนแบกภาระเอง
8 ก.ย. 69 – เวลา 22.20 น. ที่รัฐสภา เข้าสู่การพิจารณามาตรา 18 กระทรวงพลังงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ที่ตนได้ปรับลดร้อยละ 10 ของกระทรวงพลังงาน โดยเฉพาะด้านพลังงาน ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงพอในการปกป้องผลประโยชน์ประชาชนและประเทศ
เรื่องที่เราพูดกันมาตลอดเป็นเรื่องของพลังงานน้ำมัน และค่าไฟ โดยค่าน้ำมันแพงสูงนั้นเราไม่ได้เพิ่งมาเผชิญ ในอดีตเราเผชิญสูงกว่านี้ แต่รัฐบาลสามารถจัดการน้ำมันดีเซลได้ดีกว่านี้ วันนี้สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดคือจากเดิมรัฐมนตรีบอกกับเราว่าครั้งนี้จะปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ และพร้อมที่จะให้นายทุนหรือกลุ่มทุนพลังงาน ธุรกิจใหญ่ต้องมาแบกรับภาระเผชิญกับรัฐบาล และจะนำมาช่วยประชาชน
ครั้งแรกแต่ที่ตนเห็นผ่านครึ่งปีไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรมในแบบโครงสร้าง แต่รัฐมนตรีจะมาบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ไปเอาเงินจากโรงกลั่นประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท แต่ต้องอย่าลืมไปดูว่าข้อเท็จจริงในวันนี้โรงกลั่นกำไรเท่าไหร่ สูตรที่พยายามคิดมานั้น ตนดูตารางทุกวัน ตนรู้ว่าท่านยังใช้หลักผลตอบแทนของโรงกลั่นต้องไม่ลดลง ใช้สูตรแบบนี้ไม่คิดที่จะให้รวมกันธุรกิจมาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับประชาชนหรือ
ส่วนค่าไฟชัดเจนเช่นเดียวกันว่า ในภาวะราคาผันผวนต้องปรับเปลี่ยนสูตรค่าไฟ แต่ก็ยังไม่เป็นรูปธรรมที่สำคัญที่รัฐบาลพยายามดำเนินตามที่หาเสียงไว้นั้นก็ยังไม่มีคำตอบให้กับสังคม ว่าเอาเงินมาจากไหนที่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างยั่งยืนเข้าใจว่าในที่สุดจะไปเฉือนกำไรจากรัฐวิสาหกิจทั้งหลายซึ่งนั่นก็เป็นของประชาชน และในที่สุดประชาชนเท่านั้นที่แบกรับภาระ นี่คือเหตุผลที่ตนยอมรับไม่ได้
อีกประการคือเรื่องของการเปลี่ยนผ่าน อภิปรายเงินกู้ 2 แสนล้านก็แล้ว เงินซ้ำซ้อนในงบกลางก็แล้วสิ่งที่เราเห็นชัดเจนก็ยังไม่มีที่ชัดเจน ไม่มีคำตอบโครงการที่จะผ่านการกลั่นกรองจะสามารถทำได้จริง เมื่อพิจารณารวมกับหน้าที่ของกระทรวงแล้ว ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายอื่นเช่นดาต้าเซ็นเตอร์ รีบทำให้มองไม่เห็นเลยว่าอะไรคือนโยบายอะไรคือยุทธศาสตร์ ตนไม่เชื่อว่าการปล่อยดาต้าเซ็นเตอร์แบบนี้แล้วจะสามารถเปลี่ยนผ่านพลังงานได้
ดังนั้นจึงทำให้ตนไม่สามารถยอมรับว่าในการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงาน ที่ไม่ได้มีการทำแผนยุทธศาสตร์ เพื่อให้ประชาชนมองเห็นอนาคต แต่ไม่ต้องคิดถึงอนาคต แค่หลายเดือนที่ผ่านมาในการบริหารประชาชนคือผู้ที่แบกภาระไม่ตรงกับปกที่ประกาศว่าจะปฏิรูปครั้งใหญ่ ทำให้ผู้ที่มีผลกำไรใหญ่มาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับพวกเรา