สส.ปชน. แฉ ตร. ซื้อชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดละ 6 แสน ขณะที่ราคาตลาด 40,000-140,000 บาท สูงกว่าราคาตลาด 15 เท่า เสนอใช้หุ่นยนต์-ใช้อุปกรณ์เก็บกู้ ร่วมกับทหาร

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 10 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายเลิศศักดิ์​ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นวันที่ 4

เข้าสู่มาตรา 27 ส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลสำนักนายกรัฐมนตรี

โดย น.ท.กิตติพงษ์ ​ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายปรับลดงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ว่า เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่นแล้ว หลายรายการที่มีคำของบประมาณราคาต่อหน่วยที่ถูกกว่าหน่วยงานอื่นๆ แต่มีบางรายการที่เห็นว่ามีราคาสูงผิดปกติและจำเป็นต้องได้รับคำอธิบาย คือ ชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด

ตร. ได้จัดหาชุดอุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเบิด จำนวน 50 ชุด ราคาชุดละ 6 แสนบาท รวมวงเงิน 30 ล้านบาท ถามว่าชุดละ 6 แสนบาทนี้เรากำลังซื้ออะไร เพราะตามทีอาร์อาร์ชุดประกอบด้วยอุปกรณ์ประมาณ 40 รายการ เมื่อดูรายละเอียดอุปกรณ์จำนวนมากไม่ได้เป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อน มีตั้งแต่เชือก ตะขอ หมุดตอก ครีมล็อก ลิ้มยาง มีดพับ รอก และอุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ

น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า อุปกรณ์เหล่านี้ต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเหมาะสมกับภารกิจ เพราะงานเก็บกู้วัตถุระเบิดที่เป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง แต่สิ่งที่ต้องย้ำ คือ ความพิเศษของภารกิจ EOD ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเชือกหรือตะขอราคาแพง แต่อยู่ที่ความรู้ประสบการณ์และขั้นตอนการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ฉะนั้น ความเสี่ยงของภารกิจจึงไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้เราเลิกตั้งคำถามกับกระบวนการจัดซื้อและการตั้งราคาของ

น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อตรวจสอบชุดอุปกรณ์ในลักษณะเดียวกันที่ผู้ผลิตต่างประเทศเปิดเผยราคาต่อสาธารณะ ผู้ผลิตจากประเทศสหรัฐฯ รายหนึ่ง ราคาประมาณ 3,600 ดอลลาร์ หรือประมาณ 120,000 บาท ผู้ผลิตจากสหรัฐฯ อีกรายหนึ่งราคาประมาณ 4,250 ดอลลาร์ หรือ 140,000 บาท ขณะที่ผู้ผลิตจากประเทศจีนราคาอยู่ที่ชุดละ 1,200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 40,000 บาทต่อชุด

ตนเข้าใจดีว่าราคาปรากฏตามหน้าเว็บไซต์ของผู้ผลิตไม่ใช่ราคาสุดท้ายที่ทางหน่วยงานภาครัฐจะจัดซื้อ เพราะยังมีค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่ารับประกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และสเปกของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจจะไม่เหมือนกับทีโออาร์ของ ตร. แต่เมื่อเปรียบเทียบราคาที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 40,000-140,000 บาท ในขณะที่ ตร. ตั้งราคาไว้ชุดละ 600,000 บาท

“จึงเกิดคำถามว่า ส่วนต่างอีกหลายแสนบาทต่อชุดเกิดจากอะไร เพราะถามเปรียบเทียบราคา 140,000 บาท ที่ ตร. ตั้งไว้ก็จะสูงกว่า 4 เท่า หากเทียบกับราคาชุดละ 40,000 บาท ส่วนต่างมากถึง 15 เท่า ที่ไม่ใช่ส่วนต่าง 10 หรือ 20% ที่อธิบายได้ด้วยค่าขนส่งหรือค่าดำเนินการ ดังนั้น ตร. ต้องแจกแจงให้สภาฯ เห็นว่า เงิน 600,000 บาทต่อชุดจ่ายไปกับอะไรบ้าง และมีคุณลักษณะเฉพาะส่วนใดที่ทำให้ราคาสูงกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีขายอยู่ในท้องตลาดหลายเท่าตัว” น.ท.กิตติพงษ์ กล่าว

น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า อีกทางเลือก คือ เราไม่จำเป็นต้องซื้อชุดสำเร็จจากต่างประเะทศ เพราะอุปกรณ์จำนวนมากสามารถจัดหาเป็นรายชิ้นภายในประเทศได้ เช่น เชือกเคฟลาร์ ขนาด 5.5 มิลลิเมตร ความยาว 120 เมตร ตามสเปกที่ ตร. ได้เสนอ ราคาอยู่ที่ประมาณชุดละ 14,400-21,600 บาท เชือกพร้อมล็อก อยู่ที่ประมาณ 15,000-20,000 บาท

อุปกรณ์อีกหลายรายการเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่สามารถจัดหาได้ภายในประเทศ เป็นชุดพร้อมกระเป๋าภายราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000-60,000 บาทต่อชุด และไม่ว่าจะเลือกการนำเข้าชุดสำเร็จจากต่างประเทศหรือการกำหนดมาตรฐานประกอบเป็นชุดภายในประเทศ ราคาก็แตกต่างจากชุดละ 600,000 บาทอยู่หลายเท่า

น.ท.กิตติพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เสนอให้ตำรวจเลือกซื้อของที่ถูกที่สุด เพราะชีวิตเจ้าหน้าที่ไม่ใช่พื้นที่สำหรับการลดต้นทุน แต่เสนอว่าของที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพต้องเป็นของที่สามารถจัดซื้อในราคาที่อธิบายได้ และเรื่องที่ตนคิดว่าสำคัญกว่าอุปกรณ์ คือ เรากำลังใช้เทคโนโลยีเพื่อลดความเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่มากพอหรือยัง เพราะในงานเก็บกู้ระเบิดสิ่งที่มีค่ามากที่สุดไม่ใช่อุปกรณ์ในกระเป๋า แต่คือชีวิตของเจ้าหน้าที่

ดังนั้น เป้าหมายควรเป็นการลดเวลาที่มนุษย์เข้าไปอยู่ใกล้วัตถุระเบิดให้เหลือน้อยที่สุด ภารกิจใดที่หุ่นยนต์เข้าไปเสียงแทนคนได้ก็ให้หุ่นยนต์เข้าไปก่อน และขอเสนอให้ใช้อุปกรณ์เก็บกู้วัตถุระเกิดและหุ่นยนต์ EOD ร่วมกันระหว่างตำรวจและทหาร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน