‘ศุภชัย’ ร่ายยาวอัดคดีฮั้วสว. ถูกตั้งธงมาแต่แรก เหน็บ ‘พรรคส้ม’ ไล่งับตามธงดีเอสไอ หวังล้ม ‘ภูมิใจไทย’ ‘ทวี’ ลุกแจงไม่เกี่ยวรัฐบาลก่อน
เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 10 ก.ย.2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายงบประมาณมาตรา 32 หน่วยงานขององค์กรอิสระฯ ว่า เราควรที่จะให้ความเป็นธรรมกับหน่วยราชการหรือองค์กรอิสระ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยมาตลอดที่จะมีสูตรสำเร็จว่าเมื่อเข้าอนุฯ กรรมาธิการแล้วจะต้องตัดลดงบประมาณ แต่คิดว่าหากองค์กรอิสระไหนที่ทำหน้าที่ของเขาอย่างเต็มความสามารถ ทำอะไรแล้วคุ้มค่า เป็นประโยชน์กับประชาชน เราก็ต้องสนับสนุนแต่หากเห็นว่าจริงๆ แล้วเขาทำงานมีปัญหา ไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีผลต่อตัวชี้วัดที่มันแย่ก็ไม่ควรที่จะต้องให้แต่วันนี้สิ่งที่หลายคนอภิปรายมา ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องคิดว่าเราจะต้องคิดว่าจะลดงบประมาณของกกต.หรือไม่อย่างไร
นายศุภชัย กล่าวว่า สิ่งที่ผู้อภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องของคดีฮั้ว สว. ท่านพูดกันมาหลายเดือน และมีความคิดของท่านอยู่ว่าจะดำเนินการเดินเรื่องต่อไปจนถึงวันที่ 14 ก.ย. แต่สิ่งที่ตนอยากทบทวนให้ทราบ เพราะหลายคนเพิ่งมาจับเรื่องนี้ทีหลัง โดยคดีดังกล่าวหลังจากที่มีการเลือกการในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งเริ่มที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในช่วงเดือนก.ย.2567 ดีเอสไอโดยอธิบดีในขณะนั้นได้มีการตั้งพนักงานขึ้นมาสอบสวนว่าจะดำเนินการกับใคร แปลกใจที่ธงที่ตั้งไว้คือ 229 คน แต่ธงนี้เป็นธงที่ประหลาดมาก คือ ผู้สมัครซีกอื่นไม่เคยถูกได้รับการตั้งข้อกล่าวหา
นายศุภชัย กล่าวว่า พฤติการณ์ทั้งหลายเราเห็นว่าจริงๆ แล้วมีธงที่มาจากกลุ่มผู้ร้องคนหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ เคยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอแล้วก็เกษียณอายุแล้วไปสมัครสว. ก่อนจะไปเป็นที่ปรึกษาอยู่หน้าห้องกระทรวงหนึ่ง เป็นผลทำให้มาร้องเรื่องนี้และกกต. ต้องรับเรื่องดังกล่าวมาพิจารณา ทำให้กกต.ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอีก 1 คณะคือคณะกรรมการชุดที่ 26 โดยมีความพิเศษคือพนักงานสอบสวนที่ดีเอสไอตั้งขึ้นมา 3 คนก็มาเป็นกรรมการคณะนี้ที่ท่านทั้งหลายชื่นชม ถูกอก ถูกใจ อยากให้เป็นไปตามนั้น
“ผมอภิปรายเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อจะให้กกต. ต้องช่วยใครหรือไม่ช่วยใคร เพราะหัวใจทั้งหมดอยู่ที่อำนาจของกกต. ที่จะมีการวินิจฉัยกันในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ซึ่งคณะกรรมการชุดที่ 26 และคณะอนุไต่สวนชุดที่ 36 ก็ต่างกัน ซึ่งทั้งสองไม่ใช่ศาล ไม่ใช่คำพิพากษา เพราะคำตัดสินตามกฎหมายความเป็นอิสระของกกต. ก็อยู่ในรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ต้องถามต่อ ท่านพูดกันต่อจิ๊กซอว์กันรากโยงกันไปมาคำถามคือทั้งหมดนี้สิ่งที่ท่านพูดพยานหลักฐานมีน้ำหนักหรือ“ นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า เมื่อมีการตรวจสอบต้นน้ำของคณะสำนวนชุดที่ 26 ก็พบว่าเอาสำนวนของดีเอสไอมาผูกรวมมั่วไปหมด ซึ่งเป็นต้นน้ำที่น่ากลัว เพราะหลังจากนั้นน้ำก็ขุ่นอยู่ใน 26 ทั้งหมด วันนี้ความจริงต้องเปิดเผยออกมา เมื่อข้อมูลจากหน่วยงานหนึ่งมาอีกหน่วยงานหนึ่ง ก็เป็นปัญหาที่ท่านไปหลงเชื่อตามนั้นแล้วตั้งธงเหมือนที่เขาตั้งธงกัน เรื่องนี้ตนคิดว่ามีที่มาที่ไปไม่ชอบมาพากล ส่วนจะทุจริตหรือไม่ตนจะไม่พูดด้วยอารมณ์ทางการเมือง แต่ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ มีผู้เกี่ยวข้องมากการทำหน้าที่ของท่านต้องระวัง ท่านกำลังเอาความสัมพันธ์ระหว่างคนนั้นกับคนนี้ที่คนนั้นโทรไปหาคนนี้ไปสู่ความผิด ซึ่งจริงๆ หลักทางอาญามันทำไม่ได้
“อย่าลืมนะครับ ข้อกล่าวหานี้เป็นโทษทางอาญา มีผลที่ต้องโทษจำคุก และวันนี้ต้องบอกท่านจริงๆ ว่าการวิเคราะห์ที่ท่านพยายามวิเคราะห์กัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลงต่างๆ นานา รูปแบบการลงคะแนนเลือกบุคคลที่ซ้ำกัน มันเป็นแค่พยานแวดล้อมมันไม่สามารถที่จะทำให้พยานแวดล้อมนี้มีค่าเท่ากับสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันด้วยทางอื่น ฉะนั้น ต่อให้มีการให้ทรัพย์สินหรือมีคำสั่งให้คะแนนกันต่างๆ เหมือนที่ท่านพยายามพูดกันในเวทีต่างๆ วง เรกเซอร์ต่างๆ มันไม่มีน้ำหนักพอ การที่ท่านบอกว่ามีความผิดมีหลักฐานหรือ ท่านคงดูในสำนวนคณะกรรมการชุดที่ 26 ท่านคงพูดเพื่อกล่อมคนที่เชื่อท่าน แต่วันนี้ท่านต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าใครจ่าย จ่ายให้ใคร จ่ายเมื่อไหร่ จ่ายเท่าไหร่ จ่ายเพื่ออะไรแล้วพยานอะไรที่เชื่อมคะแนนนั้นเข้ากับการลงคะแนน พิสูจน์ได้หรือ” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า ฉะนั้น คำที่ท่านบอกว่าฮั้ว ฮั้ว ฮั้ว คราวหลังเปลี่ยนเป็นโกงเป็นการพูด เพื่อให้มันสนุก เพื่อให้คึกคักได้แต่ในที่สุดขอเรียนถามตรงๆ ว่าหากท่านเป็นผู้ถูกกล่าวหาจริงๆ ข้อกล่าวหาเช่นนี้ท่านจะยอมเดินเข้าไปรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำหรือ ส่วนเรื่องโพยก็ต้องพิสูจน์ให้ชัดว่ามันมากันตั้งแต่เมื่อไหร่ การพิสูจน์นั่นเป็นหน้าที่ แต่วันนี้ท่านไปได้ยินได้ฟังมาลงตัดสินใจเอาตามสิ่งที่ท่านอยากให้เป็น
“วันนี้ท่านทราบหรือไม่ว่าเลข 229 ของท่านนั้น ข้อกล่าวหาเป็นกระดาษแผ่นเดียวเหมือนกันหมด แต่เป็นข้อกล่าวหาที่มาเปลี่ยนชื่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเดียว เรื่องเหมือนกัน เนื้อหาข้างล่างเหมือนกัน เหมือนใครสักคนที่ถูกกล่าวหาว่าไปข่มขืนผู้หญิงแต่ไม่เคยบอกว่าไปข่มขืนใคร ที่ไหน อย่างไร เวลาเท่าไหร่ ถึงเวลาบอกว่านาย ก. คุณถูกกล่าวหาฮั้ว สว. เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นให้เขามีโทษจำคุก ฉะนั้น ต้องเรียนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้อกล่าวหาการลงโทษ สิ่งที่ท่านบอกว่าต้องฟ้องทั้งหมดทั้ง 229 คนนั้น หากเขามีการกระทำใดมันไม่เหมือนกันหรอก คนจังหวัดนั้นกับคนจังหวัดนี้มันเหมือนกันตรงไหน แล้วท่านบอกว่า 229 ของ 26 ดีแล้วเพราะเหวี่ยงแหฟ้องทุกคน มันถูกต้องตามหลักนิติธรรมหรือ โทษทางอาญา ต้องพฤติกรรมแต่ละคน ต้องพิจารณาว่าใครทำผิดอะไร ที่ไหน อย่างไร เข้าองค์ประกอบตามกฎหมายหรือไม่” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ตนทราบมาว่ามีการกันบุคคลเข้ามาเป็นพยาน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว บอกจากการเป็นพยานแต่ต้องซัดทอดคนนี้ แล้วถูกดำเนินคดี เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง สิ่งที่น่ากลัวและหนักกว่านั้นในสำนวนคดีนี้ซึ่งตนเชื่อว่าทั้งไอลอว์และนายพริษฐ์ รวมถึงคนอื่นๆ ไม่เคยออกมาเปิดด้านนี้เลยคือคดีนี้มีการข่มขู่เพื่อให้ใส่ร้ายว่าบุคคลนี้ทำหนังสือถึงประธานกกต. ก่อนหน้านั้นทำหนังสือถึงดีเอสไอมีความว่า รัฐบาลมีแผนจะใช้ดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ เป็นเครื่องมือทำลายล้างและใส่ร้ายทางการเมืองพรรคภูมิใจไทย โดยในขณะนั้นมีการเตรียมการสร้างพยานหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าบุคคลดังกล่าวมีส่วนร่วมในการฮั้ว สว.
นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น จึงขอให้ความร่วมมือในการซัดทอดพรรค โดยจะรับรองในความปลอดภัย และจะมีกระบวนการใช้กฎหมายเลือกตั้งและข้อบังคับของดีเอสไอในการกันตัวบุคคลนั้นเป็นพยาน ซึ่งหากเป็นอเมริกันมันไม่ใช่ดีลโพเสซออฟลอว์ มันเป็นผลไม้พิษที่มาจากต้นไม้พิษ ผลไม้พิษที่มาจากต้นไม้พิษนั้น ผลคือมันก็ใช้การไม่ได้ หลักกฎหมายต้องมีการพิสูจน์กัน พิสูจน์ให้มีเหตุมีผลกัน และต้องพิสูจน์ได้ว่าคนนั้นกระทำความผิด แล้วสำนวนทั้งสำนวนนี้ก็อาจจะเป็นสำนวนที่เป็นพิษที่มาจากการข่มขู่พยาน
“สิ่งที่ผมเป็นห่วงวันที่ 14 ก.ย.นี้ คดีท่านอาจจะช็อกมากกว่านี้ก็ได้ เพราะมันเต็มไปด้วยพิษ ฉะนั้น วันนี้ท่านประเมินด้วยจินตนาการของท่าน มันเป็นสิ่งที่ท่านวาดเอาไว้ หากมันอยู่ในสำนวนที่ท่านได้มาทำไมไม่พูดในมุมนี้บ้าง หากรักชาติบ้านเมือง หากไม่มีวาระซ่อนเร้น แต่นี่ทั้งหมดก็หวังเป็นมุมทางการเมือง สว.จะล้มหรือไม่ล้ม ไม่เป็นอะไร แต่ขอให้ล้มภูมิใจไทยได้ก็เอา นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องพูด หากรายงานกกต. เข้าเราคงได้พูดกัน และอยากบอกว่าหากวันนี้กกต. ทำดีเราก็ไม่ควรตัดงบ ไม่ควรทำให้การทำงานของเขาต้องสะดุดหยุดลง“ นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวว่า พวกตนพยายามอยู่เฉยๆ ท่านออกมาแต่วันนั้น มีการไปยื่นเรื่องให้ดำเนินการกับ 9 คนของพรรคภูมิใจไทย ปกติตนอยู่นิ่งไม่เคยตอบโต้แต่ท่านเข้ามาแตะตรงนี้ ในสิ่งที่ท่านเชื่อของท่านแล้วลากยาวมาจนถึงวันนี้ แล้วจะลากอีก 11 กิโลเมตร เพื่อที่จะเดินไปไหนก็ไม่รู้ นั่นเป็นสิทธิ์ของท่าน วันนี้ตนตำหนิกกต. อย่างเดียวคือ เอกสารลับที่หลุดมา ท่านไม่ทำอะไร ทำไมไม่ดำเนินคดีกับคนที่นำสำนวนมาเปิดเผย สิ่งที่ท่านบอกว่าฮั้วหรือโกงสว.นั้น
“เขาทำกันหมด สีส้มมีคุยกัน ซึ่งเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมาก็มีข่าวแล้วว่าอดีตผู้สมัครสว.แฉยับ กระบวนการฮั้วสายสีส้มกักตัว 400 ชีวิต ยึดมือถือ-แจกโพย จี้กกต. ฟ้องยกเข่ง 14 ก.ย. นี่คือสิ่งที่กกต.ละเลย นี่คือกระบวนการฮั้ว แต่ท่านพุ่งเป้าไปที่ 229 คน ตามที่ผู้ร้องได้ร้องต่อประธานกกต. เรื่องนี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะมีกระบวนการข่มขู่ เพื่อที่จะล้มภูมิใจไทย แล้วผมจะบอกให้โรงแรมแถวแอร์พอร์ตดอนเมือง ห้อง 406 คืนหมาหอน เขาชุมนุมกันเต็มเลย มีสายเงินด้วย กกต.ทำอะไรอยู่แล้วสีส้มตรงนี้จูปีเตอร์ใครจ่ายตังค์ ถามว่าจัดเลี้ยงหรือไม่ ทำไมกกต.ไม่ทำ ฉะนั้น จึงอยากฝากถึงกรรมาธิการว่าต่อไปจะตัดงบหรือไม่ตัด ให้ดูที่การทำงานของหน่วยงาน ไม่ใช่สักแต่จะจ่าย” นายศุภชัย กล่าว
จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า การที่ระบุถึงจดหมายฉบับหนึ่งที่มีบุคคลหนึ่งทําหนังสือถึงประธาน กกต. นั้น แสดงว่านายศุภชัยได้สํานวนของ กกต.มา ซึ่งสํานวนทั้งหมดเป็นกระบวนการของ กกต.ชุดที่ 26 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัยให้ตนและนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่าการทําสํานวนทั้งหมดไม่มีการแทรกแซง ไม่มีเรื่องความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และศาลรัฐธรรมนูญยังวินิจฉัยอีกว่า คณะกรรมการชุดที่ 26 ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ฉะนั้น ประเด็นต่างๆ ที่ท่านพูดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคําวินิจฉัยละเอียดกว่านั้น
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า แต่เรื่องการกลับคําให้การของพยาน เป็นเรื่องของ กกต. และ กกต.ต้องดําเนินคดีกับพยานที่กลับคําให้การ เพราะพยานในชั้นดีเอสไอมีสหวิชาชีพ หรืออัยการร่วมสอบอยู่ด้วย จึงขอความเป็นธรรมให้กับรัฐบาลชุดที่แล้ว
นายศุภชัย กล่าวว่า สิ่งที่ พ.ต.อ.ทวีกล่าว ทําให้คนเข้าใจผิด เป็นการขยายความไปกันคนละทิศ เพราะตนไม่ได้บอกว่ารัฐบาลที่แล้ว หรือที่ท่านบอกว่าเป็นเอกสาร กกต.แล้วตนได้มานั้น ถ้าจํากันได้ในสัปดาห์ที่แล้วมีคนนําสํานวนออกมาเปิดเผย และสำนวนของคณะกรรมการชุดที่ 26 ก็มีการเปิดเผยมาออกมาก่อนหน้านั้น ต่อให้เป็นแฟลชไดรฟ์ท่านก็เอาไปปรินท์ ตนไม่ทราบว่าใครบ้าง ทั้งหมดมันก็หลุดไปเรื่อย ขอเพิ่มเติมว่า การที่ท่านบอกว่าอยู่กับ กกต.นั้น นอกจากอยู่ที่ กกต.แล้ว ยังมีดีเอสไอด้วย พร้อมมีการไปร้องดีเอสไอด้วย แต่ดูเหมือนว่าท่านจะโยนให้ กกต.
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ท่านจะตัดงบประมาณของ กกต.ไปเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นอะไร เพราะไม่เกี่ยวกับตน แต่เรื่องการข่มขู่มีอยู่จริง ส่วนศาลจะตัดสินว่าท่านบริสุทธิ์อย่างไร แทรกแซงหรือไม่อย่างไร ก็เป็นอีกเรื่อง