เปิด 7 ข้อหา คดีฮั้วสว. กกต.มาครบทั้ง 7 คน ลงมติชี้ชะตา 229 คน ตำรวจบก.น.2 กว่า 200 นายคุมเข้มรอบสำนักงาน ก่อนแถลงผล 15.00 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ว่า กกต. ได้เริ่มการประชุมเพื่อลงมติในสำนวนคดีฮั้ว สว. 229 คน แล้ว โดยมีกกต.มาครบทั้ง 7 คน ซึ่งบรรยากาศโดยรอบสำนักงานกกต.มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากบก.น.2 และ สน.ทุ่งสองห้อง สน. ประชาชื่น และสน. ดอนเมือง เข้ามาดูแลรักษาความเรียบร้อยจำนวน 200 นาย

โดยกันพื้นที่ไม่ให้สื่อมวลชนและผู้ที่สังเกตการณ์เข้าไปในภายในบริเวณชั้น 2 สำนักงานกกต. ซึ่งจัดเป็นสถานที่ในการแถลงข่าวในเวลา 15.00 น. โดยกำหนดให้เฉพาะสื่อมวลชนที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมรับฟังเท่านั้น ส่วนผู้สังเกตการณ์และประชาชนสามารถรับฟังการแถลงข่าวผ่านโทรทัศน์กล้องวงจรปิดหน้าสำนักงานกกต. หรือ เพจ YouTube ECT Thailand

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการลงมติในวันนี้กกต.แต่ละคนเมื่อเข้าห้องประชุมแล้วจะได้ส่งใบลงมติส่วนตัว ต่อที่ประชุมเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักการประชุมรวบรวมผลคะแนนและขานมติ

การลงมติใน 7 ข้อกล่าวหา ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ได้แก่

1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง

2.ผู้สมัครยินยอมให้บุคคลทางการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง

3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด ในการแนะนำตัวตามมาตรา 36 และมาตรา 70

4.มีการจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือเตรียมจะให้ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจในการลงคะแนน ตามมาตรา 77 (1)

5.มีการจัดเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยง เพื่อจูงใจผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือก ตามมาตรา 77 (3)

6.มีการเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อการลงสมัคร ตามมาตรา 79ผู้

7.มีสิทธิเลือก เรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใด เพื่อเลือกหรือไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81

ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม โดยสว.ชุดปัจจุบันจำนวน 138 คน, รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จำนวน 21 คน, เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย จำนวน 20 คน รวมถึงสว. สำรองและผู้สมัคร สว.อีก 50 คน

อ่านข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน