ประธาน กมธ.ศาสนา เตือนสติสังคม หยุดนำกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์มาล้อเลียน-ทำคอนเทนต์ลามกเรียกยอดไลก์ ชี้อย่าเอาศรัทธาคนทั้งประเทศเป็นต้นทุนความบันเทิง

เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์เตือนสติสังคม กรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งกำลังเป็นข่าว และอยู่ในความสนใจของประชาชน ไปดัดแปลง ล้อเลียน แต่งกายเลียนแบบ หรือสร้างคอนเทนต์ในลักษณะสองแง่สองง่ามและลามก ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการแสดงบนเวที เพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ยอดไลก์ ยอดแชร์ และยอดรับชม

นางธิวัลรัตน์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะกระทำด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ความคึกคะนอง หรือมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์จากกระแสข่าว ขอให้ทุกฝ่ายหยุดคิดก่อนเผยแพร่ เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงบุคคลหนึ่งบุคคลใด แต่กำลังพาดพิงไปถึง สมณเพศ สัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา และความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก

“คนหนึ่งอาจประพฤติผิดและเสื่อมจากสมณเพศได้ แต่พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อมตามคนคนนั้น อย่าเอาความผิดของบุคคลหนึ่งมาเป็นข้ออ้างในการเหยียบย่ำสิ่งที่คนทั้งประเทศเคารพ ก่อนจะล้อ ก่อนจะแชร์ หรือก่อนจะเอาขึ้นเวที ขอให้คิดสักนิดว่าเสียงหัวเราะของเรา กำลังแลกมาด้วยความสะเทือนใจของชาวพุทธหรือไม่”

ประธาน กมธ.ศาสนาฯ กล่าวอีกว่า เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นหรือการสร้างสรรค์เนื้อหามีขอบเขต โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับศาสนาและการแสดงออกในลักษณะลามก ไม่ควรเข้าใจว่าการอ้างว่าเป็น “มุกตลก” หรือ “คอนเทนต์” จะทำให้พ้นจากความรับผิดตามกฎหมายได้ทุกกรณี

ทั้งนี้ หากมีการแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายแสดงตนเป็นพระภิกษุ สามเณร หรือนักบวชโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นนั้น อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่หากพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำต่อวัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพทางศาสนาในลักษณะเหยียดหยาม อาจต้องพิจารณา มาตรา 206 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการแสดงลามกต่อหน้าธารกำนัลอาจเข้าข่าย มาตรา 388 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ทั้งนี้ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดเป็นรายกรณี

นางธิวัลรัตน์ ย้ำว่า สังคมสามารถวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่กระทำผิดได้เต็มที่ และผู้กระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “การตรวจสอบคนทำผิด” กับ “การนำศาสนามาย่ำยีเพื่อความบันเทิง” เพราะสองเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

พร้อมเรียกร้องให้ประชาชน ผู้จัดงาน ผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผู้ผลิตคอนเทนต์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ ช่วยกันสอดส่อง หากพบการแสดงหรือพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายดูหมิ่น เหยียดหยามศาสนา แต่งกายแอบอ้างเป็นพระสงฆ์ หรือแสดงออกในลักษณะลามกไม่เหมาะสม ขอให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

“ยอดไลก์อาจอยู่เพียงไม่กี่วัน คลิปไวรัลอาจถูกลืมในไม่กี่สัปดาห์ แต่บาดแผลที่เกิดกับศรัทธาของผู้คนอาจอยู่ยาวนานกว่านั้น อย่าปล่อยให้ความคึกคะนองของคนไม่กี่คน กลายเป็นการทำร้ายความรู้สึกของชาวพุทธทั้งสังคม” นางธิวัลรัตน์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน