ภูเก็ต เฉลิมพงศ์ จี้รัฐบาล เร่งเดินหน้าโครงการ ทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง ชาวบ้านรอนานกว่า 30 ปี ลั่น ถึงเวลาต้องลงมือสร้างเร็วที่สุด ยิ่งช้ากระทบ ประชาชน-ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ จังหวัด

14 ก.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ ทางด่วนพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ยังคงเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่ชาวภูเก็ตติดตามและรอคอยมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี

เนื่องจากปัญหาการเดินทางระหว่างกะทู้และป่าตอง โดยเฉพาะการจราจรบนเส้นทางข้ามเขา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ได้ติดตามโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และเคยตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงปรึกษาหารือในสภา หลายครั้ง เพื่อสอบถามความคืบหน้าและเร่งรัดรัฐบาลให้เดินหน้าโครงการ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อจังหวัดภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโครงการมีความล่าช้า โดยมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายครั้ง ทั้งรูปแบบโครงการ แบบก่อสร้าง โครงสร้างอุโมงค์ ตลอดจนขั้นตอนการจัดหาผู้รับจ้างและการประมูล ซึ่งทุกครั้งหมายถึงระยะเวลาที่ประชาชนต้องรอเพิ่มขึ้น

สำหรับแบบที่เคยมีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ อุโมงค์ลอดเขานาคเกิดเคยกำหนดให้มีความกว้างประมาณ 17.10 เมตร รองรับการจราจร 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง และมีความยาวประมาณ 1.85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง

ขณะที่ ช่วงที่ผ่านมา มีการทบทวนรูปแบบโครงการ และล่าสุดมีการปรับลดขนาดอุโมงค์จากประมาณ 17 เมตร เหลือประมาณ 14–14.2 เมตร

โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ให้เหตุผลว่า เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการก่อสร้าง และควบคุมต้นทุน จากภาวะต้นทุนวัสดุและค่าแรงก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า การปรับแบบ ช่วยลดค่าก่อสร้างได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังคงจำนวนช่องจราจรตามที่กำหนดไว้

นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า ไม่ได้คัดค้านการปรับแบบ หากการปรับดังกล่าวมีเหตุผลทางวิศวกรรม มีความปลอดภัย และทำให้โครงการมีความคุ้มค่ากับงบประมาณของประชาชน แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจน คือกระบวนการทบทวนแบบ การเปลี่ยนรูปแบบ และการแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ที่ผ่านมา ใช้เวลาไปเท่าใด และส่งผลให้โครงการล่าช้าออกไปมากน้อยเพียงใด

นายเฉลิมพงศ์ ระบุอีกว่า สำหรับประชาชน การปรับแบบไม่ได้หมายถึงเพียงการแก้ไขเอกสาร แต่หมายถึงระยะเวลาที่ คนภูเก็ตต้องรอถนนเพิ่มขึ้น ต้องเสียเวลาเดินทาง แบกรับต้นทุนการเดินทาง และยังต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรบนเส้นทางเดิมต่อไป

ล่าสุด กทพ. มีแนวทางเร่งผลักดันโครงการอีกครั้ง พร้อมปรับรายละเอียดโครงการและลดค่าผ่านทาง โดยมีแนวทางให้ค่าผ่านทางเริ่มต้นประมาณ 10 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ และ 20 บาท สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ ขณะที่ อุโมงค์จะช่วยลดเวลาเดินทางข้ามเขาจากประมาณ 30 นาที เหลือประมาณ 5 นาที

นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ยินดีที่โครงการกำลังกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และเห็นด้วยกับการกำหนดค่าผ่านทางในระดับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพราะทางพิเศษกะทู้–ป่าตองไม่ควรเป็นโครงการที่อำนวยความสะดวกเฉพาะนักท่องเที่ยวหรือภาคธุรกิจ แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่คนภูเก็ตสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และไม่เป็นภาระเกินไป

ทั้งนี้ ได้ฝากถึงรัฐบาลว่า ไม่ควรปล่อยให้โครงการกลับเข้าสู่วงจรเดิม หากแบบใหม่มีความเหมาะสม มีความปลอดภัย และสามารถลดต้นทุนได้จริง ขอให้เดินหน้าต่อโดยเร็ว ทั้งขั้นตอนการอนุมัติ การประมูล และการก่อสร้าง พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

“รัฐบาลต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า เมื่อไรจะประมูล เมื่อไรจะเริ่มก่อสร้าง และเมื่อไรคนภูเก็ตจะได้ใช้ทางพิเศษเส้นนี้จริง ๆ”

นายเฉลิมพงศ์ ย้ำว่า วันนี้ไม่ควรกลับไปถกเถียงกันอีกว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง แต่ควรเหลือเพียงคำถามว่า จะทำอย่างไรให้โครงการสร้างได้เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด คุ้มค่าที่สุด และประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด พร้อมยืนยันว่า จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปในสภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง

“ทางด่วนกะทู้–ป่าตอง ไม่ใช่เพียงเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่คนภูเก็ตรอคอยมาหลายสิบปี ถึงเวลาที่คำว่า “จะสร้าง” ต้องเปลี่ยนเป็น “ลงมือสร้าง” และต้องทำให้เกิดขึ้นจริงเสียที”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน