ภาวุธ จี้รัฐบาลรื้อ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ ชี้กฎหมายล้าหลัง ทำข้าราชการกลัวถูกฟ้อง เรียกร้อง นายกฯ ออกข้อสั่งการปลดล็อกทันที-เร่ง ครม. ส่ง พ.ร.บ.ให้สภาพิจารณา
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงถึงกรณีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ข้อมูลข่าวสารของราชการว่า ประเทศไทยต้องการความโปร่งใส และเราต้องการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้ามาดู ซึ่งที่ผ่านมาลำบากมาก โดยหน่วยงานราชการเปิดเผยข้อมูลลำบากยากมาก
จากที่ติดตามและพูดคุยกันกับข้าราชการหลายคน พบว่า หลายหน่วยงานราชการไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล เพราะหากเปิดเผยข้อมูลอะไรไปแล้ว และเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้น เมื่อเกิดการฟ้องร้อง เจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะกลายเป็นคนที่รับภาระโดนฟ้องร้องทันที สะท้อนว่าวันนี้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารราชการยังไม่สามารถทำงานได้ดีเท่าที่ควร
นายภาวุธ กล่าวต่อว่า จากการหารือกับชุดคณะอนุกรรมธิการ ว่ากฎหมายดังกล่าว ครม. ส่งเข้ามา ให้ตรวจสอบปรับปรุงกฎหมายแล้วตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 เป็นเวลา 6 ปีก่อน ดังนั้น พ.ร.บข้อมูลข่าวสารของไทย พร้อมระดับหนึ่งแล้ว ว่าการเผยแพร่ข้อมูลของราชการ เป็นอย่างถูกต้องมากขึ้น
แต่ตอนนี้ติดอยู่ที่คณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องฝากถามถึงนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล ว่ากฎหมายฉบับนี้จะนำเข้ามาเมื่อไหร่
นายภาวุธ เสนอข้อเรียกร้องว่า มาตรการเร่งด่วนในระดับผู้บริหาร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารสูงสุด จะสามารถออกข้อสั่งการในเชิงระดับประเทศและทำได้เลยทันที Open by Default ให้เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น หมายถึงข้อมูลของหน่วยงานราชการ ที่จะต้องแบ่งกลุ่มว่า ข้อมูลไหนสามารถเปิดเผยได้ทันที
หรือข้อมูลไหนที่จะต้องเข้ามาแจ้งต่อหน่วยงานราชการเพื่อขอเข้าดู ซึ่งทำได้ทันทีเพื่อเป็นเกราะป้องกันให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่ต้องการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐออกมา สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ในการทำงานราชการส่วนใหญ่เกิดจากข้อมูลภาครัฐที่ถูกปกปิดเอาไว้
ข้อเรียกร้องต่อมา มาตรการระยะยาว คือการปรับโครงสร้างด้านกฎหมาย ขณะนี้ ครม. ต้องส่ง พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร เข้ามาที่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อปรับปรุง และยื่นเรื่องเข้ามา เพื่อพิจารณาให้กฎหมายฉบับนี้มีการบังคับใช้ ดังนั้นก็สามารถทำได้แบบเร็ว ทำได้ทันที
นายภาวุธ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลเปิดเผยถึงสถานะ วันนี้มีการพูดคุยกันอยู่ แต่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนของ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารราชการที่จะกลับเข้ามา อาจจะต้องถามว่าจะเข้ามาเมื่อไหร่ และใครเป็นคนที่ดูแลเรื่องนี้ และหลายหน่วยงานมีการพูดคุยถึงการปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้แล้วจึงขอฝากนายกฯให้เร่งพูดคุยถึงการปรับปรุงด้วย