“ชวน” ย้อนปมไฟใต้ 7 พันศพ จี้ รัฐบาล ต้องเข้าใจ เจตนารมณ์ นโยบาย “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เตือน รมต. อย่าสร้างแตกแยก ชี้แก้ไฟใต้ ต้องเชื่อมั่น ศักยภาพคนไทย
16 ก.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาติดตามการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้และบางส่วนของสงขลา ซึ่งตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2547 เป็นต้นมา มีผู้สูญเสียชีวิตแล้วมากกว่า 7,000 คน และหากย้อนไปเหตุการณ์ระเบิดสถานีรถไฟหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2544

ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบายหละหลวม ที่สั่งการให้จัดการหัวโจก 18 คน เดือนละ 10 คน จนเกิดขบวนการอุ้มฆ่า และผลักดันให้เกิดกลุ่มก่อความไม่สงบชุดใหม่ หรือ RKK ที่ก่อเหตุซุ่มซ้อมมือและนำไปสู่เหตุการณ์ปล้นปืนค่ายปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ปล้นปืนไปกว่า 413 กระบอก จนกลายเป็นการบานปลายของความรุนแรงมาจนถึงปัจจุบัน
นายชวน กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด คือการยึดถือแนวทางพระราชทานเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งเคยกอบกู้สถานการณ์ความขัดแย้ง พัฒนาพื้นที่ และสร้างความกลมกลืนระหว่างชาวพุทธและมุสลิมได้สำเร็จตลอด 40 ปี
ฉะนั้น ตนจึงตั้งคำถามไปยัง รัฐบาล ปัจจุบันว่า ได้เข้าใจเจตนารมณ์ของนโยบายนี้อย่างแท้จริงหรือไม่ หลังเสนอเขียนไว้ในนโยบายรัฐบาลข้อ 9.3 แต่เมื่อตั้งกระทู้ถาม กลับตอบว่า ยังไม่พร้อมตอบ
นายชวน กล่าวด้วยว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดตรัง แต่กลับใช้โอกาสดังกล่าวโจมตีตนว่า ดำรงตำแหน่ง นายกฯ 6 ปีเศษ แต่ไม่พัฒนาจังหวัดตรัง
จึงขอชี้แจงว่า ตนเป็น นายกฯ ของคนทั้งประเทศ ความเจริญต้องกระจายอย่างเท่าเทียม เช่น การขยายถนน 4 เลนทั่วประเทศ รถไฟทางคู่ สุวรรณภูมิ กยศ. และโครงการนมโรงเรียน ไม่ใช่การเอาเปรียบฉวยโอกาสกระจายงบลงเฉพาะบ้านตัวเอง
“ฉะนั้น จึงขอเตือนไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้ตักเตือน รัฐมนตรีใน ครม. ให้มีวุฒิภาวะ อย่าใช้โอกาสตรวจราชการ สร้างความแตกแยกในพื้นที่” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า ตนขอฝากแนวทางการแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่า รัฐบาล ต้องวางตำแหน่งปัญหาให้ชัดเจนว่า เป็นปัญหาภายในประเทศ หรือปัญหาระหว่างประเทศ หากเป็นปัญหาภายใน รัฐบาลต้องเชื่อมั่นในศักยภาพและแก้ไขด้วยตัวเอง อย่าประเมินคนของตัวเองต่ำไป
และขอเสนอให้ ฟื้นฟูความร่วมมือ ตามกรอบการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยม อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย เพื่อสร้างสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป
