นันทนา ซัด กกต. 28 ปีสอบตกจัดเลือกตั้ง ลั่นต้องปฏิรูปใหญ่ ให้สส.เลือกองค์กรอิสระแทน สว. แซะ กกต. ไม่ค่อยเห็นแจกใบเหลือง-ส้ม-แดง-ดำ เห็นแต่ ‘ใบน้ำเงิน’ ผ่านฉลุย แนะแยกอำนาจจัดการ-ตรวจสอบ-ลดอำนาจ อัด รายงานผลเลือกตั้งช้า ทำปชช.ตั้งคำถามมี ‘ซีเคร็ทรูม’ หรือไม่
วันที่ 21 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณารับทราบรายงานการพิจารณาเรื่องรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่พิจารณาเสร็จแล้ว
เวลา 11.15 น. น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า รายงานของ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ฉบับนี้เป็นรายงานที่ถี่ถ้วน รอบคอบ เป็นประโยชน์น่ายกย่องสมควรอย่างยิ่งที่จะเผยแพร่สู่สาธารณะและส่งให้ กกต. เพื่อเป็นกระจกสะท้อนการทำงาน
เราจัดตั้งกกต. ขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ด้วยความเชื่อว่าการให้กกต. จัดการเลือกตั้งจะมีประสิทธิภาพเป็นกลาง ไม่เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมือง ผ่านไป 28 ปี เราพบว่ากกต. ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งให้สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม ตามคำขวัญได้เลย
โดยเฉพาะการจัดการเลือกสว. และเลือกตั้งสส.ครั้งล่าสุด ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อกกต. ทุกสำนักรายงานสอดคล้องกันว่าประชาชนขาดความเชื่อถือต่อกกต. มีที่น่าเชื่อถือได้อยู่ไม่ถึง 5% หมายความว่า 95% ไม่เชื่อถือ
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ในช่วงชีวิตของตน ไม่มีการเลือกตั้งครั้งใดที่เละเทะได้เท่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 วันนี้เสียงของคนในสังคมจึงมองเป็นเอกฉันท์ว่าต้องมีการปฏิรูปการจัดการเลือกตั้ง
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า โครงสร้างการบริหารจัดการการเลือกตั้ง ควรแยกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายจัดการกับฝ่ายตรวจสอบ กกต.ควรทำหน้าที่บริหารจัดการการเลือกตั้งเท่านั้นแล้วให้ศาลเป็นผู้ตรวจสอบ เช่น การเลือกสว.ที่ผ่านมา ทำไมประชาชนจึงไม่ไว้ใจให้กกต.เป็นผู้ตัดสินว่าใครสุจริต เนื่องจาก กกต.ชุดนี้มาจากสว.เสียงข้างมาก ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
ฉะนั้นสมควรหรือที่กกต. จะมาทำหน้าที่เป็นศาลตัดสินคดีดังกล่าว จึงเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์โดยสิ้นเชิง จึงควรลดอำนาจของกกต.
“การให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ ควรเป็นศาล แต่จะว่าไปแล้วกกต. ก็ไม่ค่อยได้แจกใบพวกนี้อยู่แล้ว เห็นแต่แจกใบน้ำเงินให้ผ่านฉลุยอย่างเดียว ดิฉันจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอการแยกอำนาจตามรายงานฉบับนี้” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า ที่มาของกกต. ต้องยึดโยงกับประชาชน ไม่ใช่ให้สว.ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มาเลือกเหมือนทุกวันนี้ นี่คือความอัปลักษณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้
ต้องมีการแก้ไขด่วน เพราะเขียนที่มาของสว.แบบวิปริต สร้างปัญหามาก แต่ยังมอบอำนาจให้เลือกองค์กรอิสระ ทำให้การตรวจสอบถ่วงดุลไม่เกิดขึ้นจริง และสุ่มเสี่ยงที่ประชาชนจะถูกกินรวบอำนาจ โดยพรรคที่ควบคุมองค์กรอิสระได้ ดังนั้น ข้อเสนอสำคัญคือให้สสส. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงเป็นผู้เลือกองค์กรอิสระ
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ส่วนการกำหนดคุณสมบัติของกกต. กระบวนการสรรหาและบทลงโทษต้องปรับปรุงใหม่ ที่มาของกกต. ควรจะหลากหลาย ไม่ควรจำกัดเฉพาะข้าราชการเพราะองค์กรอิสระจะกลายเป็นบ้านพักข้าราชการชราหลังเกษียณหมดแล้ว
เราควรลดอายุผู้สมัครลงให้เริ่มต้นที่ 35 ปี เพราะความแก่ไม่ได้ช่วยให้มีวุฒิภาวะ รู้วิจารณญาณที่ดีเลย ดูรอบๆ แถวนี้ก็ได้ กระบวนการสรรหาต้องเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครให้ประชาชนได้รับรู้ ไม่ใช่ทำแบบลับๆ ล่อๆ เช่นปัจจุบัน ต้องยึดหลักยิ่งเปิดเผยยิ่งโปร่งใส
น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า ที่สำคัญต้องมีบทลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งที่บิดเบี้ยว ไม่สุจริต ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้ และสส.อาจมีมติถอดถอย
สำหรับการจัดทำบัตรเลือกตั้งไม่ใช่ลายแทงขุมทรัพย์ ท่านใส่บาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด มาทำไม ท่านทำสิ่งที่ไม่ควรทำและเป็นปัญหาโกลาหล ขณะที่การรายงานผลการเลือกตั้ง ต้องรวดเร็วโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ท่านจัดให้มีการเลือกสว. เสร็จตอน 05.00 น. ประเทศไหนเขาทำกัน ทำไมการเลือกจึงได้ช้าจนคนสงสัย
ท่านประกาศผลการเลือกสส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ท่านเปิดหีบนับคะแนน พอถึงเวลา 20.00 น. ก็หยุดไปดื้อๆ เลขไปค้างอยู่ที่ 18% นาน 2-3 ชั่วโมง จนบางคนสงสัยว่ามีซีเคร็ทรูม เพื่อตกแต่งผลการเลือกตั้งหรือไม่ 9 วันผ่านไปกว่าตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะออกมา แต่ผลการเลือกตั้งยังแช่อยู่ที่ 94% จนถึงขณะนี้กกต. ยังไม่เคยสรุปผลคะแนนรายหน่วย
“นี่เรารายงานผลเลือกตั้งช้ากว่าประเทศอินเดียที่มีพลเมืองมากกว่าเรา 21 เท่าแล้วหรือ หากจ่ายเงิน 7 พันล้าน แล้วได้ประสิทธิภาพแค่นี้ต่อไปไม่ต้องมีกกต. ใช้เอไอดีกว่า” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ควรเปิดให้มีการลงทะเบียนประชามติล่วงหน้าเช่นเดียวกับการเลือกตั้งล่วงหน้าและควรให้ระยะเวลาพอสมควร ไม่ใช่ทำกติกาแบบลับ ลวง พราง เพื่อไม่ให้มีคนมาเลือกตั้งหรืออย่างไร
สุดท้ายการสื่อสารเรื่องการเลือกตั้งกับประชาชน นอกจากกกต. จะไม่ทำแล้วยังกีดกันผู้ที่เข้ามาช่วยรณรงค์ด้วย เช่น เมื่อประชาชนเข้ามารณรงค์เช่น ไอลอว์ we watch ก็กลับไปฟ้องเขาอีก หวังว่าสิ่งที่ตนได้นำเสนอเป็นแนวทางจะถูกนำไปปรับปรุงเพื่อให้การเลือกตั้งประเทศไทยมีความเป็นสากลและเรียกได้เต็มปากว่า Free and fair election