ศศินันท์ กางเกณฑ์-ช่องทางยื่นคำร้อง ‘นิรโทษกรรมคดีการเมือง’ เปิดรับถึง 31 ม.ค. 70 ย้ำนิรโทษกรรมจะมีความหมาย ต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
วันที่ 6 พ.ย. 2569 น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้ากระบวนการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองว่า ขณะนี้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้ประกาศช่องทางและวิธีการยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมอย่างเป็นทางการแล้ว
สำหรับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีจากการกระทำอันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งมีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ครอบคลุมคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2548 จนถึงวันที่ 16 ก.ค.2568 โดยเปิดให้ยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2570
น.ส.ศศินันท์ระบุว่า สำหรับเกณฑ์ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง คือผู้ที่มีคดีความเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมืองในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอาจเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม แต่ต้องพิจารณาลักษณะการกระทำและฐานข้อหาของแต่ละคดีตามเงื่อนไขของกฎหมายอย่างละเอียด
เนื่องจากกฎหมายยังมีข้อยกเว้นสำคัญ เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ, ความผิดที่ส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับอันตรายสาหัส ตลอดจนความผิดอื่นตามที่กฎหมายกำหนดไว้
โดยมีคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาว่าผู้ร้องเข้าเกณฑ์ได้รับสิทธินิรโทษกรรมหรือไม่ และมีสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับคำร้องและประสานงาน
ประชาชนผู้ประสงค์จะขอรับสิทธินิรโทษกรรม สามารถยื่นคำร้องได้ 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
1.ยื่นด้วยตนเอง: ที่ศูนย์บริการร่วม สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี อาคารสำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ
2.ทางไปรษณีย์: ส่งมาที่ ตู้ ปณ. 1111 ปณ. ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ 10302 โดยไม่ต้องติดแสตมป์
3.ทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล): ส่งเอกสารคำร้องและหลักฐานมาที่ [email protected]
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงาน มี 4 ขั้นตอนสำคัญ คือ เริ่มจากการดาวน์โหลดแบบฟอร์มคำร้องขอนิรโทษกรรมผ่านเว็บไซต์สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
จากนั้นกรอกรายละเอียดข้อเท็จจริงในแบบคำร้องให้ครบถ้วนถูกต้อง พร้อมแนบเอกสารหลักฐานประกอบตามประกาศ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตน, บันทึกแจ้งข้อกล่าวหา, คำฟ้อง, คำพิพากษา (ถ้ามี) รวมถึงหลักฐานแสดงการเข้าร่วมชุมนุมหรือการแสดงออกทางการเมือง และส่งเอกสารผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อประสานรายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับถัดไป
ส่วนข้อกังวลกรณีผู้ถูกดำเนินคดีที่ขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ น.ส.ศศินันท์ชี้แจงว่า ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ สามารถจัดทำคำร้องและส่งผ่านทางไปรษณีย์จากเรือนจำได้ ขณะที่ครอบครัว ญาติ และทนายความ ช่วยรวบรวมเอกสารคดีและประสานงาน เพื่อให้ผู้ต้องขัง เข้าถึงสิทธิได้อย่างเต็มที่
แต่ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์การลงลายมือชื่อและการยื่นเรื่องแทนกับสำนักงานปลัดสำนักนายกฯก่อนดำเนินการ ทั้งนี้ อย่าปล่อยให้ผู้ต้องขังที่ไม่มีญาติหรือทนายความคอยช่วยเหลือ ต้องสูญเสียโอกาสในการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย
น.ส.ศศินันท์ ย้ำว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องเข้าใจร่วมกัน คือ การยื่นคำร้องไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการปล่อยตัวในทันที แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและสิทธิ
เมื่อคณะกรรมการฯ พิจารณาให้ความเห็นชอบว่าเข้าเกณฑ์ จึงจะมีการประสานงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายในแต่ละชั้นคดีต่อไป ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ ชั้นศาล หรือกรณีผู้ต้องขังที่กำลังรับโทษจำคุก เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามกฎหมายนิรโทษกรรม
น.ส.ศศินันท์กล่าวสรุปว่า ตนขอฝากให้ประชาชนและสื่อมวลชน ช่วยกันกระจายและเผยแพร่ข้อมูลนี้ออกไปในวงกว้าง โดยเฉพาะให้ส่งไปถึงกลุ่มผู้ที่กำลังถูกดำเนินคดี ครอบครัวของผู้ต้องขัง ทีมทนายความ เพราะการนิรโทษกรรมจะมีความหมายต่อสังคมอย่างแท้จริง ต่อเมื่อประชาชนผู้มีสิทธิทุกคน เข้าถึงกระบวนการได้อย่างเสมอภาค และไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิ