เพื่อไทยเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ส่งเสริมความเท่าเทียม เสนอตั้ง คกก.ดูแลหากถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ปรับปรุงกองทุนคนพิการให้มีประสิทธิภาพ ยึดปชช.เป็นศูนย์กลาง ย้ำไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 ก.ย.2569 ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ประภาพร ทองปากน้ำ สส.สุโขทัย ฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า
พรรคเพื่อไทยเดินหน้าผลักดันร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายสำคัญ คือทำให้สิทธิของคนพิการมีความชัดเจนมากขึ้น เข้าถึงการคุ้มครองและการเยียวยาได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญต้องสามารถนำไปบังคับใช้ได้จริง เพราะที่ผ่านมาแม้จะมีกฎหมายรับรองสิทธิของคนพิการอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติคนพิการจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติ การเข้าไม่ถึงอาคาร ระบบขนส่ง และบริการสาธารณะ รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงเข้ามาแก้ปัญหาใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่
1.การคุ้มครองคนพิการจากการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม โดยนิยามของการเลือกปฏิบัติจะครอบคลุมมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะการกระทำที่มีเจตนาเท่านั้น แต่รวมถึงการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อคนพิการทางอ้อม การปฏิเสธความช่วยเหลือที่เหมาะสม การทารุณกรรม ตลอดจนการละเลยคนพิการที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง และเสนอให้มีคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการโดยเฉพาะ เพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย วินิจฉัย กำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว และสั่งให้มีการเยียวยาความเสียหาย เมื่อคนพิการถูกละเมิดสิทธิ จะต้องมีช่องทางร้องเรียนที่ชัดเจน มีหน่วยงานรับผิดชอบ และได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ไม่ต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว
น.ส.ประภาพร กล่าวว่า 2.การทำให้สถานที่และบริการสาธารณะสามารถเข้าถึงได้จริงตามหลัก Universal Design หรือการออกแบบเพื่อคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นอาคาร ระบบขนส่ง หรือบริการสาธารณะ จะต้องคำนึงถึงการเข้าถึงของคนพิการตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและก่อนเริ่มก่อสร้าง ไม่ใช่สร้างเสร็จแล้วจึงค่อยกลับมาแก้ไขภายหลัง นอกจากนี้ร่างกฎหมายยังให้ความสำคัญกับคนพิการในกระบวนการยุติธรรมด้วย ซึ่งหากคนพิการต้องเข้าสู่กระบวนการในฐานะผู้เสียหาย พยาน ผู้ต้องหา หรือจำเลย ก็สามารถขอให้นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา หรือบุคคลที่ตนไว้วางใจ เข้ามาช่วยในระหว่างการสอบสวนและการสืบพยานได้ เพื่อให้สามารถสื่อสาร เข้าใจ และใช้สิทธิของตนเองได้อย่างเต็มที่
น.ส.ประภาพร กล่าวต่อว่า 3.การปรับปรุงการบริหารกองทุนคนพิการให้มีประสิทธิภาพและมีความมั่นคงมากขึ้น โดยร่างกฎหมายเสนอให้ยกระดับคณะอนุกรรมการชุดเดิมขึ้นเป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนอย่างเต็มรูปแบบ โดยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน บัญชี เศรษฐศาสตร์ และกฎหมาย เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร
ขณะเดียวกันยังเปิดทางให้กองทุนสามารถนำเงินไม่เกินร้อยละ 30 ไปลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มความมั่นคงให้กับกองทุนในอนาคต รวมถึงเปิดโอกาสให้กองทุนส่วนกลางร่วมสนับสนุนกองทุนคนพิการในระดับท้องถิ่น และเพิ่มมาตรการช่วยเหลือผู้กู้เงินจากกองทุนที่ประสบปัญหาร้ายแรง เช่น เสียชีวิต เจ็บป่วย พิการมากขึ้น หรือไม่สามารถทำงานได้ ให้สามารถขอลดหย่อนหรือพักชำระหนี้ตามหลักเกณฑ์ได้
“พรรคเพื่อไทยมองว่าคนพิการไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงผู้รอรับความช่วยเหลือ แต่ต้องได้รับสิทธิ ได้รับโอกาส และได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียมกับประชาชนทุกคน ดังนั้น หัวใจของร่างกฎหมายฉบับนี้ จึงไม่ใช่แค่การเขียนสิทธิเพิ่มขึ้นในเอกสาร แต่คือการทำให้สิทธิเหล่านั้นเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน คนพิการต้องสามารถเดินทางได้ เข้าถึงบริการของรัฐได้ ทำงานได้ และได้รับการคุ้มครองเมื่อถูกละเมิดสิทธิ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี” น.ส.ประภาพร กล่าว
น.ส.ประภาพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังเป็นร่างกฎหมาย ซึ่งจะต้องดำเนินการตามกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป ยังมิใช่กฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว พรรคเพื่อไทยจะติดตามและผลักดันการพัฒนากฎหมายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้คำว่า “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ไม่ใช่เพียงคำพูด แต่เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนสัมผัสได้จริง