การดี แฉไทม์ไลน์ TH-AI Passport ซัด รวบรัดตัดตอน TOR หลุดข้อตกลงคุณธรรม ยันไม่มีเจตนาพูดถึงการสร้างจำนวนตัวเลขปลอม ชี้การเข้าถึงแพลตฟอร์มต้องใช้ ThaID เข้าอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความคืบหน้าตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ตนได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องการใช้เงินใน 7 ประเด็น

มี 2 ประเด็นที่ได้พูดคุยกันอย่างกว้างขวางคือ 1.เร่งให้ สตง. ตรวจเงินทางด้านการใช้ คำนิยามผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ซึ่งเป็นฐานการเบิกจ่ายเงินแผ่นดินกว่าพันล้าน แต่โครงการนี้ออกมาแล้ว 3 สัปดาห์ ยังไม่มีความชัดเจนในกระบวนการ พอลงลึกไปในสัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติม มีแค่ค่าดำเนินงานงวดคงที่ และค่าฝั่งและค่า Generative AI ซึ่งคำนวณตามจำนวนผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ในอัตรา 24 บาท 70 สตางค์ต่อคนต่อเดือน

นางการดี กล่าวว่า สัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติมได้นิยามคำว่าผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หมายถึง ผู้ใช้งานบริการแพลตฟอร์ม Generative AI โดยเข้าเรียนในระบบและมีคะแนนสะสมในแต่ละเดือนตามเกณฑ์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ตนอ่านครั้งแรกรู้สึกดีกว่าการเหมาจ่ายแบบเดิม แต่สิ่งที่ตนอยากเรียกร้อง คือเกณฑ์การนับยังไม่ได้กำหนดในสัญญาที่ชัดเจน

ส่วนต่างทางการเงินในการสร้างแรงจูงใจตรงนี้มีมูลค่าสูง สิ่งที่อยากให้หน่วยงานเร่งชี้แจงและให้ สตง. เร่งตรวจ คือ การนับคะแนนสะสมหรือการนับผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่พูดว่าจะกำหนดเป็นอย่างไรกันแน่เพื่อให้เกิดความชัดเจน หากดูในสัญญาและกรรมการตรวจรับ สัญญาตามตัวหนังสือก็อาจจะไม่ให้เกิดความเสียหายกับประเทศและงบประมาณได้

​ นางการดี กล่าวอีกว่า ตนไม่มีเจตนาพูดถึงเรื่องการสร้างจำนวนตัวเลขปลอม เพราะการเข้าถึงแพลตฟอร์มต้องใช้ ThaID เข้าอยู่แล้ว แต่ตนหมายถึงคำจำกัดความของการนับ

2.เราถกเถียงกันมากคือ เรื่องการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามที่ TOR กำหนดไว้ ถ้าพูดถึงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม ปกติแล้วต้องเข้าร่วมตั้งแต่การร่าง TOR แต่ตามไทม์ไลน์ในวันที่ 12 พ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้รับอนุมัติเงิน 1,650 ล้านบาท

วันที่ 18 พ.ย. 2568 ยื่นขอเข้าข้อตกลงคุณธรรม วันที่ 15 ธ.ค. 2568 ประกาศร่าง TOR เสร็จเรียบร้อยไปแล้วก่อนที่คณะกรรมการจะประชุมตัดสินใจ วันที่ 17 ธ.ค. 2568 คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตมีมติไม่คัดเลือก TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม ด้วยเหตุผลว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างล่วงเลยขั้นตอนการจัดทำร่าง TOR แล้วจึงไม่เข้าเงื่อนไข
​

นางการดี กล่าวต่อว่า จากนั้น 22 ธ.ค. 2568 กรมบัญชีกลางออกหนังสืออย่างเป็นทางการถึง สดช. แม้ไม่ได้รับคัดเลือก ในวันที่ 24 ธ.ค. 2568 แม้ไม่ได้รับคัดเลือก สดช. ยังลุยประกาศเชิญชวนเผยแพร่ TOR ต่อ

ตนเห็นว่าไม่ใช่เหตุที่จะเป็นให้เราปล่อยผ่านไปได้ ซึ่งใน TOR เดิมกำหนดไว้ชัดในข้อ 3.16 ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรมกรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งในข้อ 3.15 กำหนดว่าผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง วันนี้การที่หน่วยงาน บอกว่าไม่ได้รับคัดเลือก
​

“ปกติทั่วไปเราต้องเริ่มโครงการข้อตกลงคุณธรรม ตั้งแต่ร่าง TOR วันนี้เห็นชัดว่ารีบทำไปก่อน รีบทำอย่างรวดเร็ว แม้ TOR ของตัวเองเป็นข้อกำหนดไว้ ก็ออกมาอย่างที่เห็นว่าแม้จะไม่ร่วมโครงการ แต่ก็ยังเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป ” นางการดี กล่าว

นางการดี กล่าวว่า สิ่งที่ควรจะเป็น หากย้อนเวลากลับไปได้ก็น่าจะมีอยู่ 2 ทาง ทางแรกคือถ้าไม่ผ่านแบบนี้ ก็แก้ไขใน TOR ทางเลือกที่สอง คือเริ่มกระบวนการร่าง TOR ใหม่ให้ถูกต้อง และร่วมกระบวนข้อตกลงคุณธรรมให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ถ้าจะกล่าวอ้างว่าทำให้โครงการนี้เสียเวลา ก็ต้องบอกว่าไม่เสียมาก เพราะการเริ่มต้นใหม่และมีผู้สังเกตการณ์จะทำให้ กระบวนการเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งกว่า

” โครงการนี้ทำผิดในกฎเกณฑ์ตัวเอง ที่เขียนเอาไว้เองแล้ว ฉะนั้น วันนี้ขอตั้งคำถามว่าแล้วโครงการนี้จะไปอย่างไรต่อ TOR ที่ทำ กรรมการจัดซื้อจัดจ้างปล่อยผ่านสิ่งนี้ไปได้อย่างไรมีความผิดหรือไม่ ทำให้โครงการนี้ยังเป็นโครงการที่ทำได้โดยชอบอีกหรือเปล่า เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งคำถามและเร่งให้ สตง. เข้าตรวจสอบ ” นางการดีกล่าว

​เมื่อถามว่ารมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่าเอกสารของกรมบัญชีกลาง ไม่ได้ระบุเหตุผลว่าทำไมโครงการดังกล่าว ถึงไม่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในข้อตกลงคุณธรรม นางการดี กล่าวว่า ตนรับทราบแล้วว่าโครงการไม่ได้รับการคัดเลือก

อย่างไรก็ตาม สดช. สามารถส่งโครงการในอนาคตให้มีระยะเวลาให้เหมาะสมกว่านี้ การไม่บอกว่าเป็นเพราะเหตุผลอะไร สำหรับตน ไม่ใช่ประเด็น โดยในรายงานการประชุม มีการระบุเหตุผลชัดเจนว่า โครงการนี้ล่วงเลย TOR มาแล้ว

ดังนั้น การทำงานในลักษณะข้อตกลงคุณธรรม ถือว่าผิดขั้นตอน การบอกว่าไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลอะไร แต่ปล่อยผ่านมาถึงจุดนี้ ในขณะที่ TOR ของหน่วยงาน ที่มีลายเซ็นครบ เขียนไว้ชัดเจน ตนคิดว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะมาสงสัย ว่าเขาไม่ได้ให้เหตุผล สำหรับตน มันคือคนละประเด็น
​

นางการดี กล่าวว่า หน่วยงานและคณะอนุกรรมการเรื่องความโปร่งใสทุจริต หรือ คปท. เป็นหน่วยที่ต้องไปร้องขอ ทำข้อตกลงคุณธรรม แต่หน่วยงาน สดช. มีหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ที่ตัวเองเขียนขึ้นมาเอง จึงเป็นเหตุให้ตนเรียกร้องให้ สตง. ตรวจสอบ และหากเห็นว่ามีมูลทุจริต ให้ส่งไปที่ ป.ป.ช. ต่อไป

ที่ผ่านมา ตนเฝ้าถามหาตลอดว่าโครงการใหญ่ โครงการซับซ้อนขนาดนี้ ทำไมไม่เอาผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสังเกตการณ์ หรือดูว่าสิ่งที่ทำนั้น ถูกต้องหรือไม่ เพราะเราเริ่มเห็นปัญหาตั้งแต่เห็น TOR ที่ซับซ้อนย้อนแย้ง หากตนเป็นคนตรวจรับงานนี้ต้องเสียวสันหลังแล้ว เพราะมีความซับซ้อนในเชิงเทคนิคมาก

เอกสารที่ส่งในชั้นกรรมาธิการ หรือส่งไปให้รัฐมนตรีโดยตรงในช่วงเดือนมิ.ย.และก.ค.ที่ผ่านมาก็พูดมาตลอด ย้ำว่าหากทำถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องมาวุ่นวายกันเรื่องนี้มากขนาดนี้ด้วยซ้ำ

ส่วนว่าเป็นเจตนาหมกเม็ดหรือไม่ นางการดี กล่าวว่า ตนไม่กล้ากล่าวหาในเจตนา แต่ตอนนี้ความผิดพลาด และกรรมที่เกิดขึ้นแล้วกับกฎที่ สดช. ได้เขียนเอง ทำเองทั้งหมด อนุมัติเองด้วย และวันนี้อยากให้ชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น หากถามองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ลักษณะนี้แม้ว่าจะไม่ได้รับคัดเลือก แต่ไม่ได้หมายความว่า ความพยายามที่จะทำให้ความโปร่งใส มันจะหมดความรับผิดชอบไปจากผู้บริหาร

เมื่อไปรับทราบมาแล้ว ยังมีโครงการอื่นที่ไม่ได้รับคัดเลือก อาจเป็นเรื่องระยะเวลา หรืองบประมาณ แต่สุดท้ายแล้วหากเกิน 1,000 ล้านบาท บางโครงการก็ถือว่าไปเริ่มหาข้อตกลงคุณธรรมด้วยตัวเอง และกลับมาเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับทราบจากผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน