ชาวอยุธยา เดือด! ขนปี๊บมาให้ สส.ภูมิใจไทย เขต 5 คลุมหัว ซัดน้ำท่วมซ้ำซาก รัฐบาลไม่เหลียวแล ลั่น เสียใจอุตส่าห์เลือกทั้งจังหวัด ย้อนคำพูด “อนุทิน” บอกจะเยียวยา ผ่านมา 1 ปี มีแต่หนี้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต สส.อยุธยา พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายปุ้ย แสงนาค และชาวบ้านในพื้นที่ ยื่นหนังสือถึงนายเจษฎา ดนตรีเสนาะ สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในกรณีการระบายน้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและพื้นที่ภาคกลาง
นายทวิวงศ์ กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนชาวพระนครศรีอยุธยา จากการเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ขณะนี้กำลังจะเจอกับน้ำท่วม จึงอยากส่งเสียงไปยังรัฐบาล และข้อเสนอไปยังคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ
เรื่องแรกที่รัฐบาลละเลย คือ รัฐบาลคาดการณ์มาตลอดว่า ปีนี้จะเกิดภัยแล้ง แต่เมื่อฝนตกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เกิดขึ้นแค่ในกรุงเทพ แต่ภาคกลางก็ฝนตกตลอดเช่นกัน ทำให้การคาดการณ์ของรัฐบาลผิดพลาดไป จากเดิมที่คิดว่าจะเป็นภัยแล้ง แต่ปัจจุบันน้ำเพิ่มมากขึ้นแล้วโดยมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็นหลัก ทำให้ส่งผลถึง จ.พระนครศรีอยุธยา อย่างแน่นอน และการเตรียมการของรัฐบาลก็ยังไม่มีความพร้อม
โดยน้ำขึ้นในพื้นที่ อ.บางบาล และ อ.เสนา เกือบ 1 เมตร ทำให้ประชาชนไม่สามารถเตรียมพร้อมได้ ส่งผลให้เกิดความเสียหายมากขึ้น เกิดความละเลยเรื่องการแจ้งเตือนที่ทันเหตุการณ์และแม่นยำ รัฐบาลแจ้งเตือนกระชั้นชิด ทำให้ประชาชนเตรียมตัวไม่ทัน เช่น กรมชลประทานแจ้งเตือนเมื่อคืนนี้ว่า มีการระบายน้ำที่ 1500-2000 ลูกบาศก์เมตร โดยเริ่มระบายตั้งแต่เมื่อวานช่วง 15:00 น. แต่ช่วงเย็นเพิ่งมาแจ้ง
รัฐบาลควรแจ้งเตือนล่วงหน้ามากกว่านี้ อย่างน้อย 2-3 วัน เพื่อให้ประชาชนลดความเสียหายในครัวเรือน ชีวิตประจำวัน และทรัพย์สิน
นายทวิวงศ์ ฝากข้อเสนอไปถึงรัฐบาลว่า ควรเร่งรัดการระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำ และฝากไปบอกนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง ไปบอกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ซึ่งนายเอกนิติ บอกว่า จะระบายน้ำเข้าสู่ช่องซ้าย-ขวาในเขื่อนเจ้าพระยา แต่ความจริงแล้ว รับน้ำได้เพียง 450-500 คิวเท่านั้น ลดผลกระทบของคนอยุธยาได้น้อยมาก
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ สิ่งที่นายภราดรโพสต์ การระบายน้ำเข้าสู่ทุ่งรับน้ำไม่ใช่แค่ที่อยุธยาที่เดียว แต่รวมถึงจังหวัดที่อยู่เหนือกว่าอยุธยาด้วย ทั้งสิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง เป็นพื้นที่ทุ่งนา
รัฐบาลต้องเข้าไปจัดการกับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรให้เก็บเกี่ยวได้ทันท่วงที และระบายน้ำเข้าไป ตั้งแต่เหนืออยุธยาขึ้นไป เพื่อลดผลกระทบ เพราะตอนนี้อยุธยาเป็นพื้นที่รับน้ำที่เยอะที่สุดและใหญ่ที่สุด มิฉะนั้นผลกระทบจะตกอยู่ที่คนอยุธยาต่อไป
เรื่องเร่งรัดต่อมา คือ พื้นที่ริมแม่น้ำน้อยและริมคลองบางหลวง กินพื้นที่ อ.เสนา อ.ผักไห่ และอ.บางบาล 2 เส้นทางนี้ ปริมาณน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำแล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การระบายน้ำเข้าสู่คลองชลประทาน เข้าสู่ทุ่งเจ้าเจ็ด ปัจจุบันน้ำคอขวดอยู่ที่ ต.หัวเวียง ซึ่งเป็นจุดรวมกันระหว่างแม่น้ำน้อยและคลองบางหลวง ไม่สามารถระบายต่อไปได้ที่ทุ่งเก้าเจ็ด ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่และมีคลองชลประทานหลายสาย หากระบายน้ำลงไปได้ก็จะเป็นพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องชาวอยุธยาในเฉพาะหน้าได้
นายทวิวงศ์ ฝากถึงรัฐบาลอีกว่า ปัจจุบันนี้การเตรียมการรับมือในพื้นที่ แทบไม่แตกต่างจากการรับมือ เมื่อปี 2568 ปีที่แล้วน้ำท่วมเยอะมาก ควรจะได้รับบทเรียนบ้าง แต่รัฐบาลก็ยังเงียบกริบ
จึงฝากไปบอกนายกรัฐมนตรีว่า การดูแลประชาชนในพื้นที่ ควรเตรียมศูนย์พักพิงที่มีมาตรฐานให้ท้องที่ ให้ความพร้อม ความสะดวกสบาย และห้องน้ำต้องสะดวกสบาย รองรับประชาชนได้ มีลานอเนกประสงค์ให้คนมาอยู่ นำเครื่องมือทำมาหากินมาใช้ได้
และต้องเลิกอ้างแม้ว่าจะเตรียมศูนย์พักพิงดีแค่ไหนก็ตาม แต่ประชาชนยังห่วงของที่บ้านก็อยู่ที่บ้าน จึงถามกลับว่า หากศูนย์พักพิงไม่ดีเพียงพอ ไม่เหมาะสม คงไม่มีใครอยากอยู่ ก็อยู่บ้านดีกว่า เฝ้าของที่บ้านดีกว่ามาอยู่ศูนย์พักพิงแล้วลำบากกว่าเดิม จึงเรียกร้องกระทรวงมหาดไทยให้เตรียมศูนย์พักพิงที่มีมาตรฐาน เหมาะสม ปลอดภัย และสะดวกสบาย
นายทวิวงศ์ กล่าวว่า ตนติดตามเรื่องน้ำท่วมมาตลอด ซึ่งการบริหารจัดการงบประมาณเรื่องน้ำส่วนใหญ่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไม่ได้ใช้สร้างเทคโนโลยีจากรัฐบาล แม้เราจะมีหน่วยงานอย่างจิสด้า และมีคนที่มีความรู้ แต่ทางการเมืองยังไม่สามารถใช้ประสิทธิภาพได้มากเพียงพอด้วยเครื่องมือที่มีที่จะเปลี่ยนมาเป็นการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาให้ประชาชนได้
ด้าน นายปุ้ย แสงนาค แกนนำชาวบ้าน จ.อยุธยา ได้นำปี๊บมาตี ก่อนกล่าวว่า รัฐบาล กรมชลประทาน รู้หรือยังว่า อยุธยาน้ำท่วมแล้ว พูดมาตลอดว่าปีนี้ไม่มีน้ำ จะไม่ท่วมอยุธยา รู้หรือยังว่าขณะนี้ชาวบ้านอยุธยาเดือดร้อนแสนสาหัสจากการบริหารน้ำที่ดักดานทุกปี แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น เพิ่มแต่งบประมาณ แต่ไม่ถึงมือชาวบ้าน ไม่รู้บริหารจัดการอย่างไรถึงได้สร้างความเดือดร้อนได้รวดเร็วฉับพลัน
ตนยอมรับว่าอับอายขายขี้หน้าแทนประชาชนในพื้นที่ เพราะ สส.รัฐบาลเขตตน พูดมาเกือบ 1 ปี ว่าน้ำจะไม่ท่วม ซึ่งก่อนน้ำท่วม 1 วัน ก็ยังไปไลฟ์สดหน้าระรื่น บอกว่าน้ำแค่ล้นตลิ่ง ปรากฏว่า 3 วัน น้ำท่วมพรวดพลาด
นายปุ้ย กล่าวว่า ขอฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพราะปีที่แล้ว ไปพูดที่อ่างทองว่า จะใช้อำนาจนายกฯ หางบประมาณมาช่วยชาวนาชาวไร่ที่เสียสละรับน้ำ พูดมา 1 ปีจนน้ำจะท่วมอีกรอบแล้ว ยังไม่ทำตามคำพูด ยังไม่มีใครได้อะไรตอบแทน แต่ชาวนาได้หนี้สินคนละเป็นแสน คนทำสวนทำไร่ไม่มีทุนประอบอาชีพต่อ หลายคนเดินหน้าต่อชีวิตไม่ได้
นายปุ้ย กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า “นี่คือสิ่งที่พวกคุณตอบแทนพวกผมเหรอ ขนาดปีนี้มีความหวัง แต่ดีใจได้ไม่ถึงเดือน ความหวังก็พังทลาย ขนาดในสภา เมื่อสักครู่ฝนตกคนยังวิ่งกันวุ่น พวกผมแช่น้ำกัน 3-4 เดือน ตายกันปีละกว่า 20 ศพ แต่ก็ไม่เคยมาเหลียวแลชาวบ้านหรือให้ความจริงใจเลย”
ตนคนอยุธยาต้องพูดตามตรง อุตส่าห์เลือกพรรครัฐบาลมาทั้งจังหวัดก็แอบหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่ปัจจุบันมันแย่กว่าเก่า ไม่เคยเห็นปีไหน ที่มันแย่กว่าปีนี้ ตอนนี้สิ่งที่ต้องการคือการช่วยเหลืออย่างจริงใจ ไม่เอาหน้า
นายปุ้ย กล่าวว่า วันนี้ตนไม่ได้นำปี๊บมาเคาะเพียงอย่างเดียว แต่ตนเอาปี๊บมาให้ นายประดิษฐ์ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ท่านเป็น สส.รัฐบาล พูดมาเกือบปีว่า ปีนี้จะแล้ง น้ำจะไม่มี แต่น้ำท่วม ชาวบ้านรุมประณาม จึงอยากเอาปี๊บมาให้ท่านเผื่อจำเป็นต้องใช้
ก่อนที่นายปุ้ยจะถอดหมวกเพื่อให้ดูว่า ตนไถผมรอ เพราะเคยพูดว่าหากน้ำท่วมจะโกนหัว ตนทำตามคำพูด เพราะเป็นลูกผู้ชาย
ด้าน นายเจษฎา กล่าวว่า จะรับข้อร้องเรียนและเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบปัญหาและแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลประเมินและแจ้งเตือนสถานการณ์ล่วงหน้า
โดยเฉพาะกรณีคาดว่าจะมีฝนตกหนักช่วงวันที่ 24–27 ก.ย. และหากต้องระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตร ขอให้แจ้งประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนเพื่อเตรียมรับมือ รวมถึงชี้แจงแผนบริหารจัดการน้ำและแนวทางดูแลประชาชนปลายน้ำ ตลอดจนแจ้งเตือนปริมาณและระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้น พร้อมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชน และจัดแถลงข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง