ศุภจี เผยภารกิจแต่ละกระทรวง เร่งช่วยน้ำท่วม เฝ้าระวัง แจ้งเตือน 24 ชม. ทั้งการระบายน้ำ การเดินทาง ตั้งศูนย์พักพิง ดูแลกลุ่มเปราะบาง ป้องกันสินค้าขาดแคลน
วันที่ 26 ก.ย. 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการดำเนินการรับมือสถานการณ์น้ำท่วมของทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองสั่งทุกอำเภอเฝ้าระวังและแจ้งเตือนตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมฝ่ายปกครองและ อส. ช่วยอพยพประชาชนและจัดศูนย์พักพิง
ด้านการประปาส่วนภูมิภาคสั่งทั้ง 234 สาขาเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อให้ผลิตและจ่ายน้ำประปาได้ต่อเนื่อง หากระบบเสียหายให้เร่งซ่อม
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกาศพื้นที่ประสบภัย 5 อำเภอ เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานได้บริหารการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา กระจายน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่ง และเร่งระบายน้ำลงอ่าวไทยผ่านประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ พร้อมเตรียมเครื่องจักรช่วยพื้นที่น้ำท่วม
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจังหวัดปราจีนบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี เพื่อระบายน้ำท่วมขัง ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ ได้รับคำสั่งให้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และเครื่องสูบน้ำสนับสนุนจังหวัด พร้อมพิจารณาเปิดพื้นที่หน่วยงานเป็นที่พักพิงและที่จอดรถ
กระทรวงกลาโหม หน่วยทหารทั่วประเทศระดมกำลังพลกว่า 10,000 นาย และรถกว่า 1,000 คัน ช่วยประชาชนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงรับส่งประชาชนที่ติดค้างบริเวณปากเกร็ด และเตรียมกำลังฟื้นฟูหลังน้ำลด
กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบทสำรวจถนนที่ได้รับผลกระทบ 24 สายใน 6 จังหวัด โดยผ่านไม่ได้ 5 สาย พร้อมสั่งติดตั้งป้ายเตือนและป้ายทางเลี่ยง การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง และแจ้งจุดน้ำท่วมขังบริเวณทางขึ้นลงทางพิเศษ กรมท่าอากาศยานติดตามสภาพอากาศและประสานสายการบินเพื่อแจ้งผู้โดยสาร โดยสนามบินในสังกัดยังเปิดให้บริการตามปกติ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เตรียมอพยพกลุ่มเปราะบางและจัดพื้นที่เป็นศูนย์พักพิง โดยใช้ข้อมูล MSO Logbook ชี้เป้าผู้ต้องการความช่วยเหลือ ด้านศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชนรับแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง
กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์สั่งสถานพยาบาลสำรวจจุดเสี่ยง เตรียมยา เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ เพื่อให้บริการรักษาพยาบาลได้ต่อเนื่อง พร้อมแจ้งช่องทางรับบริการแก่ประชาชน
กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับอำนาจให้ปรับรูปแบบการเรียนหรือหยุดเรียนตามความเสี่ยง และยืดหยุ่นการเข้าเรียน การส่งงาน และการประเมินผล
โดย สพฐ. จัดเงินช่วยซ่อมแซมโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ เขตพื้นที่การศึกษาละ 350,000 บาท คุรุสภาแจ้งจัดสอบชดเชยแก่ผู้เข้าสอบที่ได้รับผลกระทบใน 3 ศูนย์สอบ ส่วนสถานศึกษาอาชีวศึกษาเตรียมทีมช่างช่วยตรวจและซ่อมบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะหลังน้ำลด
กระทรวงแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเปิดจุดตรวจเช็กรถที่ได้รับผลกระทบนำร่องแล้ว 6 จังหวัด พร้อมเตรียมจุดพักพิงและทีมช่างซ่อมระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะ ด้านสำนักงานประกันสังคม เตรียมแผนย้ายหน่วยเลือกตั้งหรือเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในพื้นที่เสี่ยงตามสถานการณ์
กระทรวงพาณิชย์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น ประสานผู้ประกอบการเติมสินค้าและส่งสิ่งของเข้าพื้นที่ประสบภัย ส่วนกรมการค้าภายในรับร้องเรียนสินค้าขาดแคลน ราคาไม่เป็นธรรม และการกักตุน ผ่านสายด่วน 1569
กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดได้รับคำสั่งให้สำรวจผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและความต้องการเยียวยา ส่วนนิคมอุตสาหกรรมได้รับคำสั่งให้ตรวจความแข็งแรงของคันกั้นน้ำและดูแลประชาชนโดยรอบ ด้าน ศูนย์อุตสาหกรรมรวมใจได้ประสานสิ่งของบริจาคจากภาคเอกชน และรับขอความช่วยเหลือผ่าน 1564
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรติดตั้งแนวป้องกันน้ำและเครื่องสูบน้ำที่วัดไชยวัฒนารามแล้ว โดยหน่วยงานและเครือข่ายวัฒนธรรมได้รับคำสั่งให้สำรวจศาสนสถานและทรัพย์สินทางวัฒนธรรม เตรียมสิ่งของช่วยเหลือและแผนฟื้นฟู
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเปิดสายด่วน 1672 และประสานสนามบิน กทม. โรงแรม และสถานประกอบการ เพื่อช่วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางล่าช้าหรือตกเที่ยวบิน ส่วนศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC)นั้น กระทรวงมอบผู้แทนประจำศูนย์เพื่อประสานและแก้ปัญหาให้นักท่องเที่ยว
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สถาบันอุดมศึกษาและ อว.ส่วนหน้า ได้รับคำสั่งให้ปรับการเรียนเป็นออนไลน์ในพื้นที่เสี่ยง เตรียมศูนย์พักพิง จุดพักรถ และหน่วยบริการสุขภาพ รวมถึงทีมช่วยซ่อมแซมหลังน้ำลด
ด้านสำนักนายกรัฐมนตรี สั่งการให้กรมประชาสัมพันธ์ยกระดับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือน เชื่อมข้อมูลฝน น้ำ เส้นทางและจุดช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสื่อสารเรื่องการฟื้นฟูและเยียวยา โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบผู้แทนลงพื้นที่รังสิต เพื่อติดตามปัญหาและประสานการช่วยเหลือ
กระทรวงการคลัง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดตามแนวป้องกันน้ำและแผนกระจายน้ำเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งหน่วยพื้นที่เตรียมช่วยอพยพ จัดการจราจร ช่วยรถเสีย และแจ้งเส้นทาง ตำรวจท่องเที่ยวได้รับการประสานให้เตรียมสายด่วน 1155
ส่วนกรุงเทพมหานครมีการประสานให้แจ้งข้อมูลเส้นทางไปสนามบิน เตรียมเรื่องที่จอดรถช่วยประชาชน และร่วมติดตามการระบายน้ำบริเวณรังสิต
ขณะที่สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) มีการประสานให้สนับสนุนข้อมูลแจ้งเตือนและเส้นทางที่ได้รับผลกระทบผ่านแอป ทางรัฐ
กรมประชาสัมพันธ์ และสำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT เป็นช่องทางรับแจ้งเหตุน้ำท่วมของกรมประชาสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2275-4016, 0-2275-4035,09-2246-8705, 09-2246-8735, 09-2246-8739