อนุทิน ลงพื้นที่ ชุมชนริมคลองเปรมฯ ชาวบ้านตะโกน “รวยไม่ไหว” เลือกมากับมือ จะขออุ้มลงเรือ ไปดูสภาพน้ำท่วม ร้อง นายกฯ ขอสุขาเคลื่อนที่-อาหารไม่พอ สั่ง “รมว.กลาโหม” จัดครัวให้ พร้อม ควักเงิน เหมาร้านลูกชิ้น-ตามสั่ง-ก๋วยเตี๋ยว แจกคนในชุมชน เรียกถก ครม.นัดพิเศษเคาะวันหยุด
27 ก.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนร่วมพัฒนา ริมคลองเปรมประชากร เขตบางเขนทันที
โดยได้นั่งรถยกสูงของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จากท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งนี้นายกฯ ได้สวมเสื้อโปโลสีขาว ลายมังกร ซึ่งสวมใส่มาตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน พร้อมกับกางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าผ้าใบลงพื้นที่

เมื่อ นายกฯ มาถึงมีประชาชนตะโกนว่า “รวยไม่ไหว” พร้อมตะโกนเรียกร้องให้ นายกฯ เดินมาลุยน้ำที่ท่วมขังอยู่ โดยรระบุอีกว่า จะอุ้ม นายกฯ ลงเรือไปดูสภาพความเป็นอยู่ เพราะเลือกมากับมือ
เมื่อทีมงาน นายกฯ ได้ยิน จึงไปแจ้งให้ นายกฯ ทราบ ทำให้ นายกฯ เดินลงไปพูดคุยกับชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว โดย ชาวบ้านได้ร้องขอ สุขาเคลื่อนที่ เนื่องจากใช้ชีวิตไม่สะดวกในช่วงน้ำท่วม
ขณะที่ นายกฯ ได้สอบถามว่า ผู้ที่พักอาศัยในชุมชนนี้มีผู้สูงอายุหรือไม่ หากมีขอให้ออกไปที่ศูนย์พักพิง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมลำบาก เสี่ยงจะติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ ส่วนเรื่องสุขาเคลื่อนที่ จะให้ กทม. ดำเนินการจัดหามาให้โดยเร็ว
นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกกลุ่ม ร้องเรียนกับ นายกฯ ว่า ข้าวที่นำมาแจกจ่าย เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ไม่เพียงพอ ทำให้ นายกฯ เรียก รมว.กลาโหม มาสั่งการ ให้ทำโรงครัวเคลื่อนที่ที่ชุมชนแห่งนี้ เสร็จแล้วนายกฯ ได้เดินไปที่ร้านลูกชิ้น พร้อมกับควักเงินให้จำนวน 3,000 บาท เพื่อให้ร้านลูกชิ้น นำลูกชิ้นไปแจกจ่ายคนในชุมชน
พร้อมกันนี้ยังได้เหมา ร้านอาหารตามสั่ง โดยให้เงินจำนวน 10,000 บาท และร้านก๋วยเตี๋ยว 5,000 บาท โดยให้นำไปแจกจ่ายคนในชุมชน พร้อมระบุว่า หากรอครัวเคลื่อนที่อาจจะไม่ทันการณ์ ขอให้ชุมชนนำอาหารที่ได้จากตรงนี้ไปบริหารจัดการก่อน
จากนั้น นายกฯ ได้เดินทางต่อมายังศูนย์พักพิงโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กทม. เพื่อมอบของบริจาค เพื่อพบปะประชาชนและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนในศูนย์พักพิง
นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นัดพิเศษในช่วงบ่ายวันนี้ เกี่ยวกับวันหยุดราชกา ว่า
ตนยังกำหนดวันไม่ได้ ต้องอยู่ที่ ครม.และต้องเช็กข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ซึ่งขณะนี้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างดูข้อกฎหมายและจะนำเสนอเข้าครม.เพื่อประกาศให้เป็นวันหยุดราชการ เพราะต้องใช้มติครม.
เมื่อประกาศแล้วก็จะได้ใช้มติเดียวกัน ไม่ต้องแยกว่า โรงเรียนหรือสถานที่ราชการจะหยุดวันใด ยกตัวอย่างข้อที่เรากังวลสำหรับคนที่โดนหมายเรียกที่ต้องไปรายงานตัวในวันที่ 28 ก.ย. แล้วไม่สามารถไปได้ก็จะผิดกฎหมาย ซึ่งจะไม่ยุติธรรมกับคนเหล่านั้น เนื่องจากออกจากบ้านไม่ได้ จึงจะมีการออกประกาศคุมไว้ก่อน ส่วนข้าราชการที่เกี่ยวข้องจะไม่ได้หยุดอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงเกณฑ์เยียวยา นายอนุทิน กล่าวว่า ยังคงเป็นเกณฑ์เดิม เพราะเป็นกฎหมาย และระเบียบ ส่วนการลงพื้นที่วันนี้ ชาวบ้านก็พูดถึงเรื่องความไม่สะดวก เราต้องจัดสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยารักษาโรค เป็นต้น
และต้องทำความเข้าใจกับชาวบ้าน เพราะบางคนยังรัก และห่วงบ้านเรือนตัวเอง ทำให้ส่วนใหญ่ยังไม่ยอมออกจากพื้นที่ แต่อย่างไรก็ตาม เราพยายามทำความเข้าใจสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ถ้าไม่มีคนดูดูแลก็อยากให้ออกมาอยู่ศูนย์พักพิงซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลเต็มที่
เมื่อถามว่า ชาวบ้านยังรู้สึกว่า การประกาศแจ้งเตือนของภาครัฐล่าช้า นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงมหาดไทย ตัวคำสั่งไม่ได้ล่าช้า แต่เนื้อหาค่อนข้างเข้าใจยาก เพราะมีศัพท์เทคนิค ซึ่งตนได้กำชับ รัฐมนตรีดีอีและอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแล้ว ตั้งแต่อยู่ลอนดอน ต้องใช้ข้อความที่เข้าใจง่าย เพราะน้ำท่วมไปแล้ว
เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ เกิดความเดือดร้อน รัฐบาล ต้องดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา แต่ฝนก็ตกไม่หยุดไม่หย่อน หวังว่า วันนี้จะไม่ตกมาซ้ำอีก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเร่งระบายน้ำออกให้เร็ว และมากที่สุด ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังค่อนข้างลึก เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ต่ำ ส่วนรถที่ถูกน้ำท่วม หากมีประกันก็ให้เร่งแจ้งไปยัง คปภ. ซึ่งตนจะย้ำเรื่องนี้ในที่ประชุมครม. อีกครั้ง
ต่อข้อถามว่า มีเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้ออกมารับผิดชอบ ในฐานะนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า เรารับผิดชอบในหน้าที่ของเราเต็มที่อยู่แล้ว รอจัดสรรทุกองคาพยพที่เรามีอยู่ เร่งแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งหลายที่ ก็คลี่คลายไปแล้ว
และในพื้นที่คลองเปรมประชากร ที่ลงพื้นที่วันนี้ จะเห็นว่า มีการรุกล้ำพื้นที่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย คลองที่เคยกว้างก็แคบ นี่คือส่วนหนึ่งของปัญหาหลักที่ทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่รอบคลอง แต่กฎหมายหลักเราก็มี ซึ่งเราก็อะลุ่มอล่วยกันเรื่อยมา แต่หากจะเจอปัญหาแบบนี้ทุกปี ตนก็ต้องใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เหมือนกัน
เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล อยากจะกล่าวขอโทษอะไรประชาชนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ครับ รู้สึกเสียใจ กังวลใจ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และพยายามแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”
สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ในห้วงที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 พื้นที่เขตหลักสี่ มีชุมชนตั้งอยู่ริมคลองเปรมประชากร ได้รับผลกระทบ 39 ชุมชน 10,017 ครัวเรือน ประชากร 69,565 ราย โดยสำนักงานเขตหลักสี่ ได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวรองรับผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 3 แห่ง คือ โรงเรียนการเคหะท่าทราย โรงเรียนวัดหลักสี่ และโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์)
โดยศูนย์พักพิงชั่วคราวโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) มีผู้ประสบภัยพักอาศัยจำนวน 170 ราย ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเปราะบาง 33 ราย ได้แก่ เด็ก 14 ราย ผู้พิการ 4 ราย และผู้สูงอายุ 15 ราย โดยประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบและต้องการขอรับความช่วยเหลือสามารถประสานสายด่วน 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง
