‘ทนายอั๋น’ ยื่น ‘กมธ.งบฯ’ ตรวจสอบพิรุธ สร้างถนนทองคำบุรีรัมย์ 2.8 ก.ม. ใช้เงิน 450 ล้าน ถูกตีตกแล้ว แต่ฉวยจังหวะชุลมุนทางการเมือง ยกขึ้นประมูลได้ผู้ชนะแล้ว

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ ยื่นหนังสือต่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการประมูลก่อสร้างถนนสาย 288 ในจังหวัดบุรีรัมย์ ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 450 ล้านบาท ส่อทุจริตฮั้วประมูลหรือไม่

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนมายื่นของให้กมธ.ฯ ถนนทองคำที่บุรีรัมย์ หรือถนนสาย 288 ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นอะไรนักหนา เนื่องจากถนนเป็นเส้นรอบเมือง ผ่านหน้าศูนย์ราชการแห่งใหม่ ระยะทาง 2.8 กม. ใช้งบประมาณ 450 ล้านบาท

ดังนั้น วันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนไปยื่นเบรกขอคัดเอกสารทั้งหมด จากนั้นวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาก็ได้ไปติดตามผล สุดท้ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการเบรกโครงการไปนี้ไว้ เนื่องจากไม่มีผู้มาประมูล แต่ในช่วงสถานการณ์การเมืองมีวิกฤตหลายอย่างเกิดขึ้นกลับ มีการอาศัยช่วงชุลมุนนี้นำโครงการดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง มีการเปิดประมูลและได้ผู้ชนะการประมูลแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประกาศรายชื่อผู้ชนะ

ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ในส่วนของถนนทองคำที่บุรีรัมย์เส้นนี้ก็มีการตั้งคำถามว่า ระยะทางสั้นๆ 3 กม. ทำไมถึงต้องใช้งบฯ ที่สูงถึง 450 ล้านบาท เมื่อประมูลรอบแรกไม่สำเร็จ เหตุใดยกขึ้นมาประมูลอีกครั้ง มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร

ดังนั้น ในฐานะประธานกรรมาธิการติดตามงบฯ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของกรรมาธิการต่อไป เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นถนนที่เกิดขึ้นที่บุรีรัมย์ซึ่งเป็นจังหวัดอันดับหนึ่งเรื่องการทำถนน รื้อ แล้วก็ทำใหม่ มีการตั้งงบฯ หรือว่าสร้างถนนที่มีเลนมากเกินจำเป็น มากเกินที่จะคุ้มค่า ซึ่งมันเป็นเพราะอะไรเนี่ย พวกเราก็รู้ๆ กันอยู่ ดังนั้น ก็ต้องบอกว่าทรัพยากรที่ถูกดูดกลืนไปใช้ในจังหวัดใดมากเกินจำเป็น แปลว่ามันต้องเบียดเบียนเอามาจากจังหวัดอื่นๆ จังหวัดข้างเคียง

“ก็อยากจะขอความเข้าใจจากพ่อแม่พี่น้องชาวบุรีรัมย์ เราก็ไม่ได้อยากจะไปตัดงบฯ ของท่าน หรือว่าไม่ได้อยากที่จะไปฉุดรั้งความเจริญของจังหวัดบุรีรัมย์ แต่เราต้องพูดกันจริงๆ ว่า บางทีการที่จังหวัดบุรีรัมย์ได้อะไรที่มากเกินไป ด้วยอำนาจที่สามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า มันใช้ไปในทางมิชอบหรือเปล่า หรือว่าได้มาแบบไหน มันเป็นการไปดูดกลืนเอาทรัพยากรของจังหวัดรอบๆ ข้าง ที่ควรจะได้ถนน ได้สาธารณูปโภคพื้นฐานเหมือนกันนี้มา” น.ส.รักชนก กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า โครงการทำถนนเส้นดังกล่าวเป็นงบประมาณส่วนกลาง กรมทางหลวงเป็นคนดำเนินการ “ก็ท่านพิพัฒน์นั่นแหละครับ ไปตามนะครับ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน