หมอเปรม เปิดปมฉาวกระทรวง สธ. แฉพฤติกรรมล็อกสเปกจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์-ฟอกไต พร้อมตีแผ่ระบบตั๋ววิ่งเต้นโยกย้าย ข้ามภาค ไร้ธรรมาภิบาล
เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. แถลงเรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบข้อร้องเรียนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ความโปร่งใสในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และการจัดบริการฟอกไต หลังได้รับข้อมูลที่ตั้งข้อสงสัยว่า การพิจารณาตำแหน่งบางส่วนอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ โดยย้ำว่าต้องเปิดเผยหลักเกณฑ์ให้ตรวจสอบได้ และให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง 4 ตำแหน่ง ออกจากการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี แต่ได้รับทราบความเคลื่อนไหวว่า อาจนำรายชื่อชุดเดิมกลับเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันที่ 27 ต.ค. โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าได้พิจารณาข้อทักท้วงต่าง ๆ แล้วหรือไม่
ประเด็นสำคัญคือหลักเกณฑ์ด้านอาวุโส ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยึดถือเป็นแนวทางมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะพิจารณาความรู้ความสามารถหรือใช้ระบบฟาสต์แทร็กประกอบได้ แต่ต้องอธิบายให้ชัดว่าให้น้ำหนักแต่ละองค์ประกอบอย่างไร และเหตุใดจึงต้องถอนวาระกลับไปทบทวน
ขอให้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบว่า การแต่งตั้งโยกย้ายมีความเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่าสูงในเขตสุขภาพที่ 10 หรือไม่ ซึ่งครอบคลุม จ.อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และมุกดาหาร
จึงต้องการให้ตรวจสอบว่า มีบุคคลใดแอบอ้างผู้บริหาร โดยอ้างว่าหากโรงพยาบาลจัดซื้ออุปกรณ์กับบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจ จะช่วยให้ได้รับการพิจารณาขึ้นดำรงตำแหน่งระดับสูงหรือไม่ ทั้งนี้ อาจเป็นการแอบอ้างของบุคคลภายนอก ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน
นพ.เปรมศักดิ์ ยังเรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสของบริการฟอกไตและล้างไต รวมถึงบริการที่ใช้งบประมาณจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. โดยเฉพาะหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการ การจัดสรรงบ และการเบิกจ่ายค่าบริการ ว่ามีมาตรฐานชัดเจนและปฏิบัติต่อผู้ให้บริการอย่างเสมอภาคหรือไม่
นอกจากนี้ ควรเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและการคัดเลือกบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์ทางธุรกิจได้ว่า มีการเอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายใดหรือไม่
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ขอตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมในการคัดเลือกและแต่งตั้งผู้บริหาร หลังการแต่งตั้งปลัดกระทรวงและอธิบดี ซึ่งจะพิจารณาตำแหน่งระดับรองลงมาตามลำดับ
กรณีผอ.รพ.อุดรธานี ตนได้รับข้อมูลว่าหลังเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน มีความเห็นไม่ตรงกับผู้มีอำนาจในบางเรื่อง ก่อนถูกโยกย้ายไปโรงพยาบาลในจังหวัดเลย ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า รวมถึงกรณีผู้บริหารรพ.อุตรดิตถ์ที่ถูกย้ายไปภาคใต้ จึงต้องการให้ชี้แจงเหตุผลและความเหมาะสมของคำสั่งแต่ละกรณี
นพ.เปรมศักดิ์อ้างว่า ได้รับข้อมูลทางลับเกี่ยวกับกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งผอ.รพ. และผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่เรียกกันว่า “สอบเข้าตะกร้า” โดยมีข้อกล่าวอ้างว่าต้องจ่ายเงินก่อนเข้าสู่บัญชีรายชื่อ จ่ายอีกครั้งเมื่อได้รับการหยิบชื่อขึ้นมาพิจารณา และจ่ายเพิ่มเติมเมื่อจะเข้าสู่ตำแหน่ง
ตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง มีผู้กล่าวอ้างถึงยอดเงินรวมสูงถึง 8 ล้านบาท หรือใช้คำเรียกว่า “8 กิโล” ส่วนตำแหน่งอื่น มีการกล่าวถึงตัวเลขตั้งแต่ 1–5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและกระบวนการดังกล่าวเ ป็นข้อมูลที่เขานำมาเรียกร้องให้ตรวจสอบ ยังไม่ใช่ข้อยุติว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง จึงขอให้ตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าวอย่างจริงจัง
นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้มีอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขรวมตัวกันเพื่อสะท้อนปัญหาและทักท้วงการใช้อำนาจที่อาจไม่เป็นธรรม แต่ได้รับข้อมูลว่ามีทั้งการข่มขู่และการต่อรอง จนไม่สามารถทักท้วงได้อย่างเต็มที่
ในฐานะผู้เคยรับราชการในกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องการให้ประเด็นเหล่านี้ถูกกลบด้วยกระแสข่าวอื่น และเห็นว่าข้อมูลจากอดีตข้าราชการที่ส่งถึงตนมีน้ำหนักเพียงพอที่จะนำไปตรวจสอบต่อ
นพ.เปรมศักดิ์กล่าวถึงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบุคคลแวดล้อมฝ่ายบริหาร ทั้งฝ่ายการเมือง เลขานุการ ที่ปรึกษา และผู้ประสานงานที่ไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ มีคำพูดในกระทรวงเกี่ยวกับการติดต่อเรื่องตำแหน่งและงบประมาณผ่านบุคคลใน “ชั้น 3–4–5”
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอ้างถึงบุคคลที่เรียกว่า “ที่ปรึกษา จ.” และ “นายก ด.” โดยเชื่อมโยงบุคคลหลังกับจังหวัดเพชรบูรณ์ ตนขอเรียกร้องให้ตรวจสอบว่า บุคคลเหล่านี้มีบทบาทอย่างไร และมีผู้แอบอ้างอำนาจผู้บริหารหรือไม่
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐมนตรีจะแสดงจุดยืนวางตัวเป็นมืออาชีพและไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว แต่ควรลงมาตรวจสอบบุคคลแวดล้อมให้ชัดเจนด้วย
“อย่าคิดว่าจะปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ผมเคยพยายามตรวจสอบผ่านการตั้งกระทู้ถาม แต่รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไม่ได้มาตอบ จึงต้องนำประเด็นมาแถลงต่อสาธารณะ” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ เรียกร้องให้กระทรวงเปิดเผยหลักเกณฑ์คัดเลือกบุคคล โดยเฉพาะผู้ตรวจราชการทั้ง 4 ตำแหน่ง ว่าพิจารณาอาวุโส ผลงาน ความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมกับหน้าที่อย่างไร หากใช้ระบบฟาสต์แทร็กต้องมีเหตุผลที่อธิบายได้ และตอบข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์อย่างตรงไปตรงมา
นพ.เปรมศักดิ์ย้ำว่า การออกมาเรียกร้องครั้งนี้มีเป้าหมายให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ให้ความเป็นธรรมแก่ข้าราชการ และรักษาประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โดยผู้บริหารที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงข้อสงสัยด้วยข้อมูลและเหตุผลที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ควรเข้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง