นักวิชาการ นักกฎหมาย เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชี้แจงผลกระทบและมาตรการรองรับให้ชัดเจน ก่อนพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เสนอโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแหล่งเงินของกองทุนและความต่อเนื่องของงานสร้างเสริมสุขภาพ

30 ต.ค. 69 – ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569

ระบุสาระสำคัญของร่างกฎหมายว่าเป็นการยกเลิกเงินบำรุงกองทุนที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบ และเปลี่ยนให้กองทุนได้รับเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี รวมทั้งแก้ไขเรื่องเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

“ประเด็นที่ควรพิจารณาคือ หากเปลี่ยนแหล่งเงินเป็นงบประมาณรายปี จะมีหลักประกันอย่างไรให้การจัดสรรงบประมาณเพียงพอและต่อเนื่อง เพื่อให้งานสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันปัจจัยเสี่ยงดำเนินต่อไปได้ โดยเฉพาะงานที่ต้องทำร่วมกับภาควิชาการชุมชนและภาคีเครือข่าย ภาคประชาสังคมอื่นในระยะยาว”

รายงานฉบับดังกล่าวสรุปข้อคิดเห็นจากผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมาย โดยผู้ที่เห็นด้วยกับร่างแก้ไข พรบ. สสส.ได้ยกเรื่องวินัยการเงินการคลัง การตรวจสอบ และการจัดสรรงบประมาณผ่านระบบงบประมาณของรัฐ

ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยกังวลเรื่องความต่อเนื่องของแหล่งเงิน ความเป็นอิสระในการดำเนินงาน และผลกระทบต่อโครงการสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ เพราะจากประสบการณ์จากนานาชาติ มีการแทรกแซงของผู้ส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ การดื่มสุรา การบริโภคอาหารขยะเกิน การป้องกันการใช้สารพิษในอาหาร รวมถึงการพนัน พยายามแทรกแซงระบบขององค์กรสร้างสุขภาพหรือนโยบายที่จะปกป้องสังคม โดยเฉพาะเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

รายงานระบุว่ามีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นผ่านระบบรัฐสภา 85,727 ราย มีผู้ไม่เห็นด้วยกว่าร้อยละ 89 ในส่วนการวิเคราะห์ผลกระทบ รายงานประเมินว่า การยกเลิกเงินบำรุงกองทุนอาจลดภาระของผู้ประกอบการสุราและยาสูบ ถือเป็นการเอื้อให้กับธุรกิจทำลายสุขภาพ และกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ต้นทุนหรือราคาสินค้า การทำการตลาด และระดับการบริโภคอาจเปลี่ยนแปลง

ซึ่งอาจทำให้มีการส่งเสริมการขายสินค้าทำลายสุขภาพเพิ่มมมากขึ้นจนเกิดภาระสุขภาพ เพราะการดำเนินงานป้องกันปัจจัยเสี่ยงจะอ่อนแอลง ศจย.เห็นว่าประเด็นเหล่านี้ควรแสดงข้อมูล แหล่งอ้างอิง และสมมติฐานที่ใช้ประเมินให้ชัด เพื่อให้ผู้อ่านแยกข้อเท็จจริงออกจากการคาดการณ์ได้

อ.ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ทนายความและผู้จัดการหน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (สปสส.) กล่าวว่า รายงานทำเครื่องหมายว่าไม่พบความเสี่ยงด้านการทุจริตในหัวข้อประเมินหลายด้าน แต่ควรเปิดเผยรายละเอียดหรือหลักเกณฑ์ที่ใช้ประกอบการประเมิน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจว่ามีการพิจารณาความเสี่ยงในประเด็นใดและอย่างไร

“การเปิดเผยข้อมูล วิธีประเมิน และหลักประกันด้านงบประมาณอย่างชัดเจน จะช่วยให้การพิจารณาร่างกฎหมายรอบด้านขึ้น และทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบเหตุผลและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้” อ.ดร.วศิน กล่าว

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และหน่วยวิชาการเครือข่ายนักสาธารณสุขจัดการปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ (สปสส.) เสนอให้คงโครงสร้างที่มาของแหล่งทุน Earmarked tax ที่มาจากธุรกิจที่ทำความเสียหายแก่สุขภาพมาใช้สร้างเสริมสุขภาวะของประชาชน ซึ่งไม่ได้กระทบกับงบประมาณภาครัฐ เป็นนวัตกรรมที่เหมาะสมแล้ว

แต่ควรปรับวินัยการคลังภายในของหน่วยงานที่ได้รับเงินบำรุงให้อยู่บนหลักความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และความโปร่งใส การทำให้แหล่งทุนที่ใช้ต่อสู้กับธุรกิจทำลายสุขภาพมีความไม่แน่นอน เป็นการบ่อนทำลายรากฐานการสร้างเสริมสุขภาพให้ประชาชน

จึงควรยับยั้งการเสนอร่างดังกล่าวเข้าสู่รัฐสภา จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถชี้แจงแหล่งเงินและหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงประเมินผลต่อการดำเนินงานของกองทุน ภาคีเครือข่าย และประชาชนอย่างรอบด้าน ก่อนนำร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาในขั้นต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน