เปิดวิธีเตรียมรับมือภัยพิบัติ รัฐบาลญี่ปุ่น ประกาศเตือนประชาชน ตุนอาหาร 3 ถึง 7 วัน เผย แนวทางรับมือที่คนไทยไม่ควรมองข้าม

จากสถานการณ์ที่หลายประเทศได้ออกประกาศให้ประชาชนเตรียมตัวรับสถานการณ์ภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ หรือแม้แต่โซนเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น ก็ออกประกาศแก่ประชาชนด้วยเช่นกัน

ทางรัฐบาลของญี่ปุ่นได้ออกมาเรียกร้องให้ประชานชนเตรียมอาหารไว้ให้มากพอสำหรับ 3-7 วันอย่างเร่งด่วน เพื่อรับมือภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ บริเวณร่องลึกนันไก ใต้กรุงโตเกียว หมู่เกาะคูริล และร่องลึกญี่ปุ่น ไฟฟ้าดับ รวมถึงการปะทุของภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากการคมนาคมและเส้นทางต่างๆ อาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ได้

ทั้งนี้ โกชิ โฮโซโนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงภัยพิบัติของญี่ปุ่น ได้เริ่มส่งคำร้องขอให้ประชาชนเตรียมตัวไปยังกระทรวงต่างๆ ทุกจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะเริ่มใช้ในวันที่ 2 พฤศจิกายนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินการเข้าช่วยเหลืออาจจะล่าช้า การเตรียมตัวของประชาชนก็จะช่วยชะลอความสูญเสียได้

สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับภัยพิบัติ 3–7 วัน

  • น้ำดื่มสะอาด ประมาณ 3 ลิตรต่อคน เป็นเกณฑ์มาตรฐานของของญี่ปุ่นที่ใช้ทั้งดื่มและประกอบอาหาร ดังนั้น 1 คนต้องมีน้ำประมาณ 9 ลิตร สำหรับ 3 วัน หรือ 21 ลิตร สำหรับ 7 วัน แยกสัดส่วนสำหรับใช้ดื่ม ทำอาหาร และล้าง เพื่อความปลอดภัย
  • อาหารแห้งหรืออาหารที่เก็บไว้ได้นาน เลือกอาหารที่คุ้นเคย กินได้จริง และต้องไม่อาศัยความเย็นในการเก็บรักษา เช่น ข้าวพร้อมทาน โจ๊กหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง ไม่ว่าจะเป็น ปลา เนื้อสัตว์ ถั่ว แครกเกอร์ ขนมปัง ผลไม้อบแห้ง และอาหารสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดด้านอาหาร
  • ยาและอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ยาประจำตัวควรจะเตรียมให้พอสำหรับ 3-7 วันหรือตามแผนการรักษา ยาสามัญประจำบ้าน พลาสเตอร์ ผ้าก๊อซ น้ำยาทำแผล และเทอร์โมมิเตอร์ รวมถึงสำเนารายการยา ใบสั่งยา และข้อมูลติดต่อโรงพยาบาลเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • อุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น ไฟฉาย ถ่านสำรอง พาวเวอร์แบงก์ที่ชาร์จเต็มแล้ว วิทยุที่ใช้ถ่าน เงินสดย่อย
  • ของสำหรับการอพยพออกจากบ้าน กระเป๋าสะพาย เสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน รองเท้าที่มั่นคง นกหวีด หน้ากาก ถุงกันน้ำ สำเนาบัตรประชาชน เอกสารสำคัญ เบอร์ฉุกเฉิน ของจำเป็นสำหรับเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยง

นอกจากการเตรียมอาหารแล้ว ยังต้องวางแผนอื่นๆ เพื่อรับมือภัยพิบัติร่วมด้วย ดังนี้

  • สำรวจความเสี่ยงของภัยพิบัติว่าเป็นรูปแบบใด น้ำท่วม ดินถล่ม แผ่นดินไหว เพื่อให้ปรับวิธีการรับมือได้
  • จัดเสบียงให้เป็นหมวดหมู่ เก็บอาหารหรือยาให้เป็นหมวดหมู่
  • ติดต่อสมาชิกในครอบครัว กำหนดจุดนัดพบให้อยู่นอกพื้นที่ จดเบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็นลงกระดาษ เผื่อโทรศัพท์แบตหมด
  • ควรหาช่องทางรับข่าวสารหากไฟฟ้าดับ
  • ตรวจสอบสิ่งของให้ครบ
  • ฝึกซ้อม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อยู่เสมอ

อีกเทคนิคหนึ่งที่น่าสนใจที่ญี่ปุ่นใช้ คือ วิธี Rolling Stock หรือการหมุนเวียนเสบียง ซึ่งเป็นวิธีทำตามได้จริงในทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะน้ำท่วม ไฟฟ้าดับ น้ำประปาหยุดไหล หรือเส้นทางถูกตัดขาด วิธีนี้ง่ายกว่าการซื้อของตุนตอนฉุกเฉิน เช่น

  • ระหว่างการซื้อของในทุกๆ วัน ก็ซื้อของจำเป็นอย่างอาหารแห้งหรืออาหารกระป๋องเพิ่มทีละนิดมาเก็บไว้
  • กินหรือใช้ของที่ซื้อเก็บไว้นานแล้วก่อน แล้วจึงนำของใหม่เข้ามาเติมอยู่สม่ำเสมอ
  • แยกของแต่ละหมวดหมู่ให้ดี
  • เลือกอาหารที่ทุกคนกินได้อย่างแน่นอน
  • กรณีอพยพ ไม่พกสิ่งของที่หนักเกินไป เลือกของที่จำเป็นเท่านั้น

โดยในการรับมือภัยพิบัติของญี่ปุ่น ประเทศไทยควรศึกษาหรือเรียนรู้เช่นกัน เพราะไทยเองก็เป็นอีกประเทศที่มักพบเจอกับภัยพิบัติอยู่เรื่อยๆ เช่น น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไลหลาก ดินโครถล่ม ไฟไหม้ ซึ่งในบางครั้งมักเกิดขึ้นแบบกะทันหัน ฉับพลัน จนประชาชนเตรียมตัวไม่ทันการ ดังนั้น ข้อมูลข้างต้นจึงเป็นประโยชน์ต่อการรับมือสถานการณ์ต่างๆได้

ที่มาข้อมูล : en.sedaily

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน