อนุทิน เปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ “เมตตา สุคโต” จ.หนองคาย แซว “อธิบดีใครไม่มาอาจเป็นอดีต” ปลุก อสม.กำลังสำคัญ ลั่นไม่มี อสม. ก็ไม่ได้เป็นนายกฯ
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 2 พ.ย.2569 ที่รพ.หนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์โรคหัวใจเมตตาสุคโต และพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน (คทช.) ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พรานพร้าว – แก้งไก่ โดยเดินทางด้วยรถยนต์โตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ หมายเลขทะเบียน ขต 158 อุดรธานี
โดยมีรัฐมนตรีเข้าร่วมด้วย อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อมาถึงนายกฯ ทักทายข้าราชการและพูดคุยโบกมือทักทายกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่มารอต้อนรับด้วยบรรยากาศคึกคัก และกลุ่มอสม.ได้ร้องเพลงมาร์ช อสม.ต้อนรับนายกฯด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายกฯ ได้แนะนำคณะที่เดินทางมาด้วยโดยไล่เรียงอธิบดีแต่ละกรม ซึ่งช่วงหนึ่งได้ถามถึงอธิบดีกรมป่าไม้ นายนิกร ศิรโรจนานนท์ ก่อนแซวว่า “มาบ่ ไม่มายุ่งแล้ว” และ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นายณัฐ โก่งเกษร “มาไหม ถ้าไม่มารัฐมนตรีไหว้ประชาชนแทน”
ทำให้นายสุชาติลุกขึ้นไหว้ประชาชน ก่อนถามหาอธิบดีกรมที่ดิน โดยนายกฯ ถามว่า “อธิบดีกรมที่ดินของผมมาหรือไม่” ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินเดินทางมาด้วย ก่อนที่นายกฯ จะแซวว่า “ใครไม่มา อาจจะเป็นอดีตได้”
ก่อนนายกฯ จะขอเสียงโห่จากประชาชน จะได้มีกำลังใจ เพราะเมื่อวานบินกลับมาจากประเทศภูฏาน เพราะต้องการมาพบกับพี่น้องชาวหนองคายเช้าวันนี้ แล้วลืมแนะนำตัวเองไป ผมอนุทิน ชาญวีรกูล อสม. อ.เมือง ต.อิสาณ จ.บุรีรัมย์ เราเป็นพวกเดียวกัน ทำให้เรียกเสียงเฮจากประชาชน
โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตน รองนายกฯ และรัฐมนตรี และผู้บริหารของหน่วยราชการทั้งหลายรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาพบกับพี่น้องชาวหนองคาย ณ โรงพยาบาลหนองคายแห่งนี้ เพื่อมารับสิ่งเป็นมงคล คือ เขาให้ส่งมาเปิดศูนย์หัวใจเมตตา สุคโต ที่โรงพยาบาลหนองคายแห่งนี้ และพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล คือการแจกที่ดินให้กับพี่น้องได้ทำกิน
ตนไม่กล้ามาเป็นประธานในพิธีเปิด เพราะว่าศูนย์หัวใจแห่งนี้มันเป็นของพี่น้องชาวหนองคายทุกคน และของพี่น้องชาวจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์มากในกรณีที่อีกหน่อยถ้าพวกเราที่อยู่ใน จ.หนองคาย ประสบอาการทางด้านโรคหัวใจ เราไม่ต้องตีรถไปถึง จ.อุดรธานี ไปถึง จ.ขอนแก่น หรือไปถึง จ.นครพนม ที่มีศูนย์โรคหัวใจ เราสามารถมาเข้าโรงพยาบาลที่จังหวัดหนองคายใกล้บ้านเราได้เลย นี่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก
และที่สำคัญเราได้รับความกรุณาอย่างยิ่งใหญ่มหาศาลจากหลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร เจ้าอาวาสวัดป่าดานวิเวก ต.ศรีชมภู อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ที่ท่านมีเมตตากับพวกเราชาวหนองคาย ชาวบึงกาฬ และชาวอีสานมาโดยตลอด การเปิดศูนย์ผ่าตัดหัวใจ เมตตา สุคโต คือการผ่าตัดหัวใจ เรามารักษาโรคหัวใจที่นี่ถือเป็นอีกก้าวของการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์ใน จ.หนองคาย เจ็บป่วยจะได้มารับบริการ มารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
นายกฯ กล่าวต่อว่า โรคหัวใจโรคนี้ทุกวินาทีมีคุณค่า ฉะนั้น เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก ตนต้องขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวหนองคายทุกท่านที่ได้รับบารมีและความเมตตาจากหลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร พระราชมงคลวัชรปรีดา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขต้องต่อยอด ขยายความสะดวก และขยายความทันสมัยให้กับศูนย์พัฒนาโรคหัวใจแห่งนี้ให้กับโรงพยาบาลหนองคายต่อไปด้วย
เราไม่ใช่ทำแค่รับมาแล้วจบ ตรงนี้มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ต่อยอด และสร้างสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน คำว่า สุคโต พี่น้องที่ชอบสวดมนต์อย่างตน จะเห็นได้ว่าในบทสวดมนต์ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู พิมพ์คำว่าสุคติคือไปให้ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าใครมารับบริการนี้แล้วไปดี ไม่ใช่
สุคโต อยู่ในบทสวดมนต์แปลว่าหนทางไปสู่นิพพาน ความเจริญรุ่งเรืองไปสู่การกระทำที่เป็นสิ่งที่ดีอยู่ในบทสวดมนต์ สุคโต โลกะวิทู ถ้าแปลง่ายๆ คือ หนทางที่ไปที่ดีและเข้าใจโลกรู้จักโลก เปิดโลกทัศน์ให้กว้างมากขึ้น ตนพูดเสร็จตนว่าจะไปบวชแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความเป็นสิริมงคล ทำคุณประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวหนองคาย สมใจพี่น้อง อสม.
นายกฯ กล่าวอีกว่า ตอนที่ตนอยู่สาธารณสุขเสนอ 2,000 บาท แต่วันนี้ตนเจอ อสม. มาทวงแล้ว 3,000 บาท และเมื่อกี้เดินมาตกใจแทบเป็นลม อสม.บอก 5,000 บาทก็ได้ เราถือว่าเราเป็นอาสาสมัครไม่มีใครบังคับเรามา คนที่เป็น อสม. คือ คนที่ต้องมีจิตใจเสียสละเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว
ตนสัญญาในฐานะอดีตรมว.สาธารณสุขเก่า ถ้ามีโอกาสช่องทางเมื่อไหร่ อนท.(อนุทิน) ไม่มีวันลืม อสม.อยู่แล้ว ไม่มี อสม. ก็เป็นนายกฯ ไม่ได้หรอก ก็มาได้แรงหนุนจากพวกท่าน และได้แรงสนับสนุนจาก สส. อีก ตนจึงได้มาเป็นนายกฯ ตนไม่มีทางที่จะลืมสิ่งเหล่านี้ ลืมไม่ได้
เมื่อใดก็ตามที่ตนสามารถจะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ ตนจะทำอย่างเต็มที่ด้วยทีมงานที่ตนได้แนะนำให้กับท่านไปแล้ว ย้ำว่ารัฐบาลจะยกระดับการดูแลพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ ต้องขยันทำงาน ต้องไม่ขยันป่วย ต้องขยันออกกำลังกาย ขยันสร้างสุขภาพให้มีความแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะตอนนี้ช่วงอายุของเรามันยาวขึ้น ไม่ว่าจะแข็งแรงหรือไม่แข็งแรง ฝากผู้บริหารท้องถิ่น ฝากเน้นการรักษาสุขภาพ ไม่ใช่เน้นเฉพาะการรักษา
เราต้องการบุคลากรและประชาชนมีอายุเพิ่มมากขึ้น แต่ต้องมีพื้นฐานสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับลูกหลาน โดยไม่เป็นภาระ ตรงนี้คือสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง ฝากให้ทุกท่านได้เข้าใจถึงภาระหน้าที่ของพวกเรา รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลสุขภาพของทุกท่าน ท่านก็มีหน้าที่ดูแลให้ท่านมีความแข็งแรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป
นายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้มาประชุมครม.สัญจร ที่จ.อุดรธานี มาเพื่อให้รัฐมนตรีทั้ง 35 คนในครม. ตลอดจนทีมงานทุกกระทรวงได้ลงในจังหวัดต่างๆ ในเขตอีสานตอนกลาง เพื่อให้รัฐมนตรีได้ลงไปดูว่ามีโอกาสและอะไรที่จะต้องปรับปรุงพัฒนาอย่างไรหรือมีปัญหาอะไรที่ต้องนำมาแก้ไข
รวมถึงมีสิ่งใดที่ต้องให้พิจารณาและดำเนินการให้เป็นสิ่งที่ดีขึ้น แต่วาระที่จะวางไว้ในภาคอีสานแห่งนี้สำหรับการประชุมครม.สัญจรครั้งนี้จะยกเรื่องเกษตรให้เป็นวาระแห่งชาติ เพราะประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ เป็นมหาอำนาจด้านความมั่นคงทางอาหาร และเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าพลังงานอื่นๆ พลังงานทำให้คนเรามีชีวิต มีความคิด มีการสร้างโอกาส มีการพัฒนาต่างๆ และสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยด้วย
“ผมไปทานอาหารที่ต่างประเทศ ถ้ามื้อไหนไม่มีข้าวจากไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางมื้อโชคดีได้ข้าวหอมมะลิ มื้อนั้นจะอร่อยเป็นพิเศษ และเราทานไปเราก็นึกถึงชาวนาของไทยที่สร้างรายได้ให้กับประเทศของเรา” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ข้าวของไทยเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วโลก ฉะนั้น เราต้องมานั่งทำความมั่นคงให้กับภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยให้ได้มากที่สุด ข้าว ยาง มันสำปะหลัง อ้อยและสินค้าเกษตรกรรมอื่นๆ เราต้องพยายามทำให้มีราคาดีที่สุดและมีคุณภาพดีที่สุด สามารถรองรับความต้องการของตลาดทั่วโลกได้
เราทำมาแล้ว เราควบคุมได้ปีนี้ข้าวราคาดีขึ้น มันสำปะหลังราคาดีขึ้น ยางราคายิ่งดีขึ้นเพราะเราศึกษาความตลาดต้องการของตลาดและความต้องการของโลก ตนเชื่อว่าเดี๋ยวราคาปาล์ม เดี๋ยวราคาอ้อยจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะตอนนี้เขารบกันแหลกลาน น้ำมันราคาขึ้น ประเทศไทยถ้าเรายังใช้น้ำมันอยู่ต้องนำเข้าน้ำมันและต้องจ่ายราคาน้ำมันแพง
แต่ด้วยภูมิปัญญาของคนไทยนักพัฒนานักประดิษฐ์นักค้นคว้าน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น B20 ราคาลดลงมาเยอะ น้ำมันเหล่านี้ใช้ในภาคเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี ให้ประสิทธิภาพเท่ากัน และให้สมรรถนะของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเท่ากัน
พี่น้องเกษตรกรสามารถใช้ B20 ด้วยต้นทุนน้ำมันที่ถูกลง พี่น้องที่ประกอบอาชีพขนส่งใช้รถบรรทุกสามารถใช้ต้นทุนค่าน้ำมันที่ถูกลง ถ้าเติม B20 รัฐบาลมอบนโยบายกระทรวงพลังงานว่าจะต้องเพิ่มการผลิตน้ำมันที่มีส่วนผสม B20 เพิ่มมากขึ้นให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น
ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วตั้งแต่เราประกาศลดภาษีสรรพสามิต ทำให้ราคา B20 ที่ลดลงมาต่างจาก B7 ถึงเกือบ 10 บาท มีการใช้ในภาคเกษตรกรรมได้เป็นอย่างดี มีการใช้เพิ่มมากขึ้นจากวันละ 6 ล้านลิตรเป็น 9 ล้านลิตร
เราไม่ได้หวังว่าท่านจะใช้หมด 100% แต่ดีเซลเราใช้ประมาณ 50 กว่าล้านลิตร ถ้าคิดเป็น 10 ล้านลิตร ก็ประมาณ 20% ถ้าคูณจำนวนวันไปแต่ละปีก็จะช่วยประหยัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศอื่นประหยัดได้เป็นแสนล้านบาท เป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะดำเนินการทุกอย่างเพื่อลดต้นทุนให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมและพี่น้องประชาชน
ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับ นายกฯ ยังได้ร่วมร้องเพลงมาร์ช อสม. กับกลุ่ม อสม.พร้อมปรบมืออย่างคึกคักด้วย