รมว. ศธ.ฟันไม่เลี้ยง คนโกงอาหารเด็ก 20 บาทต่อหัวอาจจะพอ ถ้าไม่โกง ยัน ปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดในรัฐบาลนี้ แต่คาราคาซังมานานแล้ว เผย “บิ๊กป้อม” ให้กำลังใจแก้ปัญหาทุจริต ความสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้น
เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีทุจริตโครงการอาหารกลางวันของนักเรียนทั้งที่ จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ขอนแก่น ว่า เรื่องดังกล่าวมีหลายประเด็น แต่ประเด็นสำคัญที่ตนไม่ชอบและถือว่าผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม คือ ‘การโกงเงินเด็ก’ ซึ่งเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้
- อาหารกลางวันโรงเรียน! เด็กน้อยกินขนมจีนคลุกน้ำปลา แตงกวาแกล้มชิ้นเดียว
- เด้ง ผอ.รร.อนุบาลขอนแก่น ปมอาหารกลางวัน สั่งเร่งสอบใน 7 วัน
- อาหารนักเรียน ไร้คุณภาพ? ผู้ว่าขอนแก่นลุยเอง สั่งสอบคดีข้าวเด็กอนุบาล
- นายกอบต.โอดค่าอาหารกลางวัน 20 บาทต่อหัวจากรัฐ ‘ไม่พอ’ ศูนย์ฯต้องดิ้นรนเองตลอด
ตนได้ให้ทีมกฎหมายเข้าไปตรวจสอบว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดซื้อจัดจ้างโครงการอาหารกลางวันอย่างไร เพราะ ตนอยากทราบว่า มีระเบียบปฏิบัติหรือไม่ เช่น กรณี จ.สุราษฎร์ธานี ที่ถือเงินไปซื้อเอง ตรงนี้ทำได้หรือไม่ และกรณี จ.ขอนแก่น ที่ใช้การเสนอราคาด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(อี-บิดดิ้ง) ซึ่งตนและนักกฎหมายก็มีคำถามว่า ถ้าใช้ระบบอี-บิดดิ้ง ต้องมีระบบตรวจรับทุกวันหรือไม่ และใครเป็นคนดำเนินการ จะให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของเป็นคนดำเนินการหรือ ซึ่งตรงนี้ต้องไปดูว่าทุกอย่างดำเนินการถูกต้องหรือไม่
ส่วนประเด็นที่บอกว่าโครงการอาหารกลางวันจัดสรรให้เด็กรายละ 20 บาทเพียงพอหรือไม่นั้น ตนยืนยันว่า เท่าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า โรงเรียนส่วนใหญ่เพียงพอ ถ้าไม่โกงก็เพียงพอ ทั้งนี้ถึงเวลาที่จะต้องจัดการทุกอย่างให้เด็ดขาด ตนเอาจริงเอาจัง ซึ่งตนได้สั่งให้ทีมที่ปรึกษาลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว และให้รายงานผลกลับมาเป็นระยะ ซึ่งเมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้เรียกเลขาธิการสพฐ. เข้ามาชี้แจงรายละเอียด ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดในรัฐบาลยุคนี้ แต่เกิดมานานแล้ว เรามาเอาจริงเอาจังและเปิดโปงในยุคนี้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้คาดโทษผู้อำนวยการเขตไว้แล้ว ตั้งแต่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 2 ครั้งที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการสุ่มตรวจโรงเรียนอื่นๆ อีกหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ตอนนี้ส่งทีมกฎหมายและที่ปรึกษาลงพื้นที่สุ่มตรวจอยู่แล้ว และให้รายงานมาเป็นระยะ ซึ่งมีเรื่องอื่นอีก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว และถึงไม่สุ่มตรวจ ผู้ปกครองและครูก็รายงานเข้ามาอยู่แล้วเพราะในยุคนี้ หากมีอะไรที่ไม่สุจริตก็จะมีการถ่ายรูปและโพสต์ในโซเชียลอยู่แล้ว ฉะนั้น คนที่คิดจะทำเรื่องไม่สุจริตก็จะถูกจับได้ง่าย อย่างไรก็ตามหากในพื้นที่ใดพบว่ามีการทุจริต จะโดนสั่งย้ายทันที
เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นอย่างไร หลังจากที่เคยวิจารณ์ประเด็นเรื่องนาฬิกาหรู นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า
ตนกับพล.อ.ประวิตรไม่มีอะไร ยังพูดคุยทักทายกันดี ท่านยังแนะนำและให้กำลังใจตนในการแก้ปัญหาการทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการ
“ผมอยากให้สังคมรับรู้ เพราะเรื่องนี้ ผมก็รับไม่ได้ที่โกงเงินเด็ก กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีครูบาอาจารย์ ต้องเป็นตัวอย่าง ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานวันแรก ผมเคยบอกว่าอย่าขโมยเงินเด็ก แล้วก็มีการทำกันจริงๆ เราจึงต้องมาล้างบางกัน และเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาในเชิงระบบ ไม่ใช่เรื่องของเงินที่ไม่พอ รัฐบาลในทุกยุคทุกสมัยก็ดูแลเด็กดี แต่เป็นเรื่องของคนที่หาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นจำนวนมากกับเด็ก ส่วนผลโพลที่ออกมาบอกว่า ยุคนี้โกงกันสารพัด ผมไม่อยากให้ไปบิดเบือนและมองว่ายุคนี้มีแต่โกง แต่ยุคนี้จับโกงได้และเอาจริงเอาจัง ไปดูเรื่องอาหารกลางวันที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่โกงกันทำมากี่ปีแล้ว สุดท้ายนี้ผมฝากเตือนและอยากบอกว่า หลังจากที่เราเอาจริงและผมทำงานตรงไปตรงมา ก็มีขบวนการปล่อยข่าวว่า ผมสร้างความกลัวให้กับข้าราชการ ผมว่ามันเลอะเทอะ คนทุจริตเท่านั้นที่กลัว คนสุจริตไม่ต้องกลัว ฉะนั้น อย่ามาเคลื่อนไหวกดดันให้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือสังคม เพราะประชาชนไม่เอาด้วย ” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว