“บิ๊กตู่” ลั่นพูดมาแล้ว 10 ล้านคำ บอกปีหน้าเลือกตั้งแน่!

นายกรัฐมนตรี บิ๊กตู่

“บิ๊กตู่” ลั่นพูดมาแล้ว 10 ล้านคำ บอกปีหน้าเลือกตั้งแน่!

“บิ๊กตู่” ลั่นพูดมาแล้ว 10 ล้านคำ บอกปีหน้าเลือกตั้งแน่!

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 11 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้การต้อนรับเยาวชนโครงการเยาวชนไทยในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกาเยือนถิ่น ครั้งที่ 2 ประมาณ 70 คน โดยให้โอวาทว่า เราจะมีการเลือกตั้งในต้นปีหน้า ยืนยันว่าเราเป็นประเทศประชาธิปไตย จึงต้องมีการจัดตั้งการที่ ตนเข้ามาในวันนี้เพื่อต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย แก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างยาวนาน โดยหลายอย่างแก้ไขไปบ้างแล้ว 4 ปีที่ผ่านมาถือว่าทำงานอย่างหนัก เพราะต้องทำให้ประเทศไทยพัฒนาก้าวทันโลก

“ชุมชนไทยในต่างแดนมีความเข้มแข็งเพราะมีผู้นำที่ดี แต่นิสัยคนไทยไม่ค่อยยอมใคร เพราะเราเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่มาในอดีต และในอาเซียนประเทศไทยใหญ่มาก่อน เวลาไม่มีข้าศึกสู้รบ ก็จะเอากันสักหน่อย ทะเลาะกันเองบ้าง โกรธกันเองบ้าง แต่พอข้าศึกมา เราก็รวมหัวกันสู้ วันนี้เราต้องปรับท่าทีใหม่ทั้งหมด เพราะศาสนาพุทธสอนให้เราปรองดอง อยู่อย่างสมานฉันท์สามัคคี ศาสนาจึงถือเป็นหลักสำคัญ ก็ขอให้สอนลูกหลานไว้”


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า 10 ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองเราเปลี่ยนแปลงไปมาก 4 ปีที่ได้เข้ามาทำหน้าที่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก บางอย่างจะยังไม่เห็นผลในทันที แต่จะเห็นในระยะยาว สิ่งที่เห็นได้ทันทีคือความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง มีเสถียรภาพ ไปไหนมาไหนได้สะดวก สามารถทำมาค้าขายได้ แต่ไม่สามารถทำผิดกฏหมายได้ สิ่งนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่มีการกล่าวหาว่าเศรษฐกิจแย่ลง ก็เพราะขายของผิดกฎหมาย ผิดที่ผิดทางไม่ได้ ที่ผ่านมามีการปล่อยปละละเลย เราจึงต้องจัดระเบียบและหาสถานที่ที่ถูกกฎหมายให้ ยอมรับว่าในระยะแรกอาจมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ย้ำอยู่เสมอว่า ทุกคนต้องมีความเท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาส ไม่ใช่ความเท่าเทียมทางประชาธิปไตยที่มีคนพยายามพูดกัน ถ้าทุกคนรู้จักพัฒนาตัวเอง บวกกับรัฐบาลมีช่องทางทุกคนก็จะสามารถทำมาหากินได้หมด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปกติแล้วตัวเองยิ้มเก่ง แต่ตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกฯ ทำให้ต้องยิ้มน้อยลง เพราะมีเรื่องในหัวตั้งเยอะ วันนี้ดีใจเพราะได้เห็นเยาวชนคนไทย เพราะถือว่าโชคดีกว่าลูกตัวเอง เนื่องจากสมัยที่เป็นทหาร จะต้องออกไปตามแนวชายแดนครั้งละ 3 เดือน จากลูกไปตั้งแต่เด็กจนเรียนจบปริญญา ไม่ได้อยู่ด้วยกัน จะได้มาเยี่ยมก็แค่ช่วงพักเท่านั้น อย่างเช่นตอนลูกเกิดใหม่ๆ กลับมาบ้านครั้งแรก ลูกร้องไห้เพราะจำหน้าพ่อไม่ได้ ทำให้สะเทือนในหัวอก

“แต่ผมไม่เคยเสียใจ ผมทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติของเรา ทุกคนเข้าใจซึ่งกันและกัน ถึงวันนี้เราก็ได้อยู่ด้วยกัน ผมมีลูกฝาแฝด ออกมาใหม่ๆก็เลี้ยงด้วยกัน และการที่ผมต้องพูดมาก ต้องอธิบายทุกเรื่อง ก็เพราะอยากให้ทุกคนเข้าใจ การพูดของผมทุกวันศุกร์ มีการถอดเทปมาแล้วว่า พูดไปแล้ว 4 ล้านกว่าคำ ยังไม่นับวันอื่นๆ ทั้งหมดน่าจะประมาณ 10 ล้านคำได้ ที่ต้องพูดเยอะแล้วสั่งเยอะ เพราะอย่างน้อยก็มีคนฟัง แม้จะฟังไม่จบ ก็มีคนฟังเป็นบางตอน ถ้าพูดสั้นๆก็คงไม่รู้เรื่องกันเลย เพราะไม่ฟังกันก็จะไม่ได้อะไรขึ้นมา ผมไม่ใช่นักแสดง ไม่ใช่ดาราที่ทุกคนจะมานั่งจ้องดูการแสดงทุกอย่าง ผมพูดก็เครียดทุกที พูดในความจริงซึ่งทุกคนควรยอมรับว่านี่คือความจริงของประเทศไทย โดยเราต้องซื่อสัตย์ต่อคนและประเทศของเรา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว