รมต.ใหม่เข้าถวายสัตย์ฯแล้ว ยูเอ็นกังวลร่างพ.ร.บ.คอมพ์ ร่อนจ.ม.ถึงสนช. ระบุห่วงจำกัดสิทธิ-เสรีภาพ สร้างความตื่นตระหนก เพิ่มอำนาจใช้ดุลยพินิจ พลเมืองเน็ต นัดโจมตีเว็บราชการอีกวันนี้ บิ๊กป๊อกชี้ไร้ประโยชน์-ผิดกม. พรเพชรเสียงอ่อน พร้อมฟังความเห็นกลุ่มค้าน หาจุดเหมาะสมการใช้อำนาจรัฐกับสิทธิประชาชน ‘3 อดีตนายกฯ’ ส่งส.ค.ส.รูปถือถุงข้าว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ในหลวงให้พรครม.ใหม่

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระราช ทานพระบรมราชวโรกาสให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งใหม่ เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิรา ลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระบรมราโชบายตอนหนึ่งต่อครม.ใหม่ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ ว่า วันนี้ปลื้มปีติยินดีที่ได้พบท่าน ได้ยินคำปฏิญาณด้วยความปรารถนาดีของคณะรัฐมนตรีในการที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ และประชาชน และเพื่อความสุข ความมั่นคง รวมถึงความก้าวหน้าของประเทศ ขอให้พรให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังปัญญา ตลอดจนขวัญ และความสุขเพื่อปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประเทศ ประชาชน ซึ่งถ้าปฏิบัติได้ดี มีความตั้งใจ และมีความขันติ อดทน ตลอดจนมีความกระตือรือร้น และศึกษาปัญหา และแก้ปัญหาก็จะได้ผลต่อประเทศ และเป็นบุญเป็นกุศลที่ท่านได้ทำให้กับตนเองด้วย เพราะว่าการปฏิบัติงานนั้นไม่ว่าจะปฏิบัติงานใดย่อมมีปัญหา ย่อมมีอุปสรรค คือปัญหา และอุปสรรคนั้นคือบททดสอบ และบททดสอบนี้จะเป็นบทเรียนและสิ่งที่จะเพิ่มความสามารถให้กับท่าน มีอะไรก็ปรึกษากันหาข้อมูลที่ถูกต้อง และปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ทันการณ์ สมกับสถานการณ์ และเหตุผล

ก็ขอให้พรและพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้จงคุ้มครอง ได้ทรงชี้แนะและปกปักรักษาทุกท่าน เพราะว่าตลอดระยะเวลา 70 ปี ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ ได้ทรงปฏิบัติมามาก และหลายอย่างได้พระราชทานพระราชดำริ พระราชทานแนวทางไว้ ขอฝากไว้ให้ท่านได้ศึกษาพระราชดำริ ศึกษาวิเคราะห์ พระราชปณิธาน และศึกษาในพระราชกิจ และพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงปฏิบัติมา อันนี้จะเป็นสิ่งที่เป็นสิริมงคล และเป็นยิ่งกว่าพระที่จะคุ้มครองพวกเรา การปฏิบัติการ หรือการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และระลึกถึงพระราชดำริ หรือพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนี้จะเป็นพร เป็นแสงสว่างที่คุ้มครอง สุดท้ายขอแสดงความปรารถนาดีในตัวของข้าพเจ้าเอง และขอให้ทุกคนมีสติปัญญา มีกำลังใจ มีความสุขในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

201612191706262-20061002150127

บิ๊กตู่ประชุมคตช.

ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรดารัฐมนตรีใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้ง อาทิ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายพิชิต อัครา ทิตย์ รมช.คมนาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รมช.ต่างประเทศ ฯลฯ เดินทางเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อถ่ายรูปติดบัตรประจำตัวรัฐมนตรีที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะนำรัฐมนตรีใหม่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ก่อนปฏิบัติหน้าที่

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(คตช.) ครั้งที่ 5/2559 โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาทุจริตได้รับความร่วมมือทั้งจากภายในและภายนอก อย่ามองว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยและควบคุมได้ แต่ความจริงไม่ง่าย แม้จะชี้แจงหรือสั่งการแล้ว แต่อย่าลืมว่ายังมีคนบางกลุ่มเผยแพร่ข้อความผ่านโซเชี่ยลมีเดีย เพียงไม่กี่นาทีก็มีผู้รับรู้ข้อมูลมากถึงหลายแสนคน ซึ่งภาครัฐต้องตระหนักว่าจะรับมือเท่าทันกลุ่มเหล่านี้หรือไม่ สิ่งที่จะหารือในวันนี้คือการทำให้เกิดการทำงานเชิงรุก มองปัญหาไปข้างหน้า พร้อมเตรียมการรองรับ เตรียมมาตรการทั้งป้องกัน ป้องปราม และปราบปรามตามลำดับ แต่เน้นเรื่องการปราบปรามให้น้อยที่สุด ควบคู่กับมาตรการสร้างความเข้าใจ เพราะขณะนี้แค่ชี้แจงไม่สามารถยุติปัญหาได้

ให้รีบใช้กม.อำนวยความสะดวก

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) นางจุรี วิจิตรวาทการ นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ กรรมการคตช. นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น และน.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ร่วมแถลงผลการประชุมคตช.

นายประยงค์กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้นำพ.ร.บ.อำนวยความสะดวกมาใช้ในทุกหน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานรัฐบาลที่จะรับการประเมินจากต่างชาติ ต้องเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ 2 ภาษา เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐทำอะไรไปมาก แต่นักลงทุนต่างประเทศไม่ทราบ ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน

นายมานะกล่าวว่า สำหรับพ.ร.บ.อำนวยความสะดวกออกมาบังคับใช้แล้ว 1 ปีครึ่ง ซึ่งตามกฎหมายในขั้นตอนที่ 1 บังคับให้แต่ละหน่วยงานจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนไปที่สำนักงานก.พ.ร.แล้ว 87 คู่มือ แต่ตรวจพิจารณาผ่านได้เพียง 4.3 เปอร์เซ็นต์ ที่ประชุมจึงมีมติให้ทุกหน่วยงานประกาศใช้คู่มือที่จัดเตรียมไว้ นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการเข้าไปสู่ขั้นตอนที่ 2 คิดแนวทางให้บริการประชาชน โดยให้มีหน่วยงานตัวอย่างเพื่อการพัฒนาการให้บริการประชา ชนอย่างเร่งด่วน 3 หน่วยงานคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมที่ดิน และกรมศุลกากร และอีก 1 หน่วยงานเป็นกรณีพิเศษคือกรมบังคับคดี

สั่งคตช.เร่งรัดคดีทุจริต

นายสังศิตกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์มีคำสั่งให้เร่งรัดคดีทุจริตที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงว่า มีความคืบหน้าอย่างไร เช่น คดีบ้านเอื้ออาทรที่ยาวนานมาเกือบ 20 ปีแล้ว จึงสั่งให้หน่วยงานต่างๆ เร่งรัด และให้เลขาฯกลับมารายงานที่ประชุมครั้งต่อไป และยังสั่งการให้รวบรวมรายชื่อนักธุรกิจที่มีพฤติกรรมทุจริตมาขึ้นบัญชีดำ เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้มาทำธุรกิจ หรือประมูลงานกับหน่วยงานภาครัฐได้อีก เพื่อป้องกันการทุจริตอีกทางหนึ่ง

ปปช.เตรียมสอบคดีลูก-เมียบิ๊กติ๊ก

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้ไปร้องเรียนต่อป.ป.ช. เพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง หจก.คอมเทมโพรารี คอนสตรัคชั่น ของนายปฐมพล จันทร์โอชา ลูกชายพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ได้รับงานจากกองทัพภาคที่ 3 จำนวน 7 โครงการ รวมวงเงินกว่า 97 ล้านบาท และรับงานหน่วยงานรัฐอื่นอีก 2 โครงการ รวมมูลค่า 155 ล้านบาท ว่าอาจเข้าข่ายผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง และได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ (สนามบิน) เพื่อดูที่ตั้งของหจก.คอมเทมโพรารีฯ ว่าอยู่ในค่ายทหารจริงหรือไม่ และไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่าที่ตั้งดังกล่าวปัจจุบันเป็นออฟฟิศหรือบ้านพัก ต้องรอกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นก่อน

รายงานข่าวจากป.ป.ช.ระบุด้วยว่า ส่วนการตรวจสอบการสร้างฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนาที่มีการร้องเรียนว่าอาจใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อเอื้อประโยชน์ในการก่อสร้างนั้น ป.ป.ช.เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้

ตั้งอนุสอบมาร์คคดีกักน้ำแล้ว

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ป.ป.ช.ได้ส่งหนังสือที่ ปช 0012/1664 ถึงตน เพื่อไปให้ถ้อยคำกรณีที่ตนร้องเรียนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีมีหน้าที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในการเก็บกัก ควบคุม ระบาย หรือบริหารจัดการน้ำ เป็นเหตุให้เกิดมหาอุทกภัยในปี 2554 ในวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 13.30 น. ที่สำนักงานป.ป.ช.

นายเรืองไกรกล่าวต่อว่า ซึ่งขณะนี้กรรมการป.ป.ช.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ คณะอนุกรรม การต้องการทราบข้อเท็จจริงบางประการจากตน กรณีนายอภิสิทธิ์กักเก็บน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ไว้เกินแผน และสูงกว่าความจำเป็นก่อนเกิดอุทกภัย และถ้ามีหลักฐานเพิ่มเติมก็ให้นำมาด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาไต่สวน ซึ่งตนพร้อมให้ความร่วมมือ

ศอตช.ขอ6ด.สรุปฟ้องแพ่งข้าว80%

นายประยงค์ ปรียาจิต เลขาธิการป.ป.ท. ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวถึงการเรียกเก็บค่าเสียหายทางแพ่งจากโครงการรับจำนำข้าวอีก 80 เปอร์เซ็นต์ จากฝ่ายปฏิบัติว่า ขณะนี้มีคดีกว่า 986 คดี มีคำสั่งตั้งอนุกรรมการพิจารณาไต่สวนแล้ว 911 คดี โดยวันที่ 23 ธ.ค.นี้จะเชิญคณะอนุกรรมการไต่สวนมาพูดคุยถึงวิธีการทำงาน เพราะในแต่ละคดีมีมูลเหตุเดียวกันและรูปแบบคล้ายคลึงกัน เพื่อให้การพิจารณารวดเร็วขึ้น แต่ยืนยันว่าคณะอนุกรรมการทั้งหมดจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสำนวนคดี และเมื่อไต่สวนเสร็จจะเร่งรายงานให้กับนายกฯรับทราบ คาดว่าเสร็จภายใน 6 เดือน

s__5406754

ปูแนะซื้อข้าวเป็นของขวัญปีใหม่

วันเดียวกันนี้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปีใหม่นี้ขออุดหนุนผลผลิตของชาวนาไทย เพื่อส่งความสุขให้กับพี่น้องชาวไทย ชาวนาไทยต้องเสียสละทำงานหนักมาตลอดในฐานะกระดูกสันหลังของชาติ แต่คุณภาพชีวิตของชาวนาไทยยังไม่ดีขึ้น จึงเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนควรช่วยกันใส่ใจดูแล ขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้ชาวนาชาวไร่ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศขาดรายได้ กำลังซื้อและเศรษฐกิจจึงซบเซาไปด้วย เห็นความตั้งใจที่ดีของน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตจนายกฯ ในการรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงและนำมาขายให้แก่ ผู้บริโภค เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนา อยากให้คนไทยช่วยกันบริโภคข้าวจากชาวนาไทยด้วยกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพวกเขา และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปี 2560 ซึ่งเป็นปีแห่งความหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในทุกด้าน และเป็นกำลังใจให้กันและกันในการฝ่าฟันทุกอุปสรรค สวัสดีปีใหม่

ด้านน.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การช่วยชาวนานอกจากการซื้อข้าวและการบริโภคให้มากขึ้นแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งคือการนำข้าวมาเป็นของขวัญปีใหม่เพื่อส่งมอบความสุขให้กัน เพราะฉะนั้นของขวัญปีใหม่ปีนี้จึงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากข้าวจากชาวนาโดยตรง จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งรณรงค์อุดหนุนข้าวของชาวนา และเพื่อส่งเสริมสินค้าไทย ด้วยการมอบข้าวเป็นของขวัญปีใหม่ 2560

ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯกล่าวว่า สวัสดีปีใหม่ 2560 ขอมอบให้ด้วยใจ ให้ข้าวอยู่คู่ชีวิตคนไทยตลอดไป ในโอกาสปีใหม่ ขอให้ทุกคนประสบแต่ความสุขและสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจปรารถนาไว้ทุกประการ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในโอกาสปีใหม่นี้ นายทักษิณ นายสมชาย และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังได้ร่วมกันจัดทำส.ค.ส.ให้ประชาชน โดยทำเป็นรูปบุคคลทั้ง 3 ถือถุงข้าว มอบเป็นของขวัญ

ปึ้งถามคสช.-ปมศก.ไม่ฟื้น

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เห็นประชาชนกว่าร้อยละ 87 บอกในสวนดุสิตโพลว่าต้องการเห็นนายกฯแก้ปัญหาปากท้อง รายได้ หนี้สินให้ประชาชน หากแก้ไม่ได้แล้วประชาชนจะทำอย่างไร ขณะนี้เหลือเวลาที่รัฐบาลจะอยู่บริหารบ้านเมืองอีก 1 ปี ก็ยังดีที่นายกฯกับรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ ยอมรับและรู้ตัวเองว่าบริหารเศรษฐกิจไม่ดี จึงปรึกษาหารือกัน ปรับครม.ประยุทธ์ 4 เน้นกระทรวงด้านเศรษฐกิจ เช่น พาณิชย์ เกษตรฯ อุตสาหกรรม ดิจิทัลฯ และต่างประเทศ ขอเอาใจช่วยให้บริหารประเทศไปให้ได้ แต่มีคำถามว่าหากรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ประชาชนเดือดร้อนหนักขึ้นไปอีก คสช.จะรับผิดชอบอย่างไร ยังคิดอวดอ้างอยู่หรือไม่ว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะกำหนดไว้ให้ทุกรัฐบาลใหม่ต้องเดินตามนั้นจะแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจของชาติให้มั่นคงและยั่งยืนได้จริง

“ฝากสนช.ที่กำลังยกร่างพ.ร.บ.ยุทธ ศาสตร์ชาติ และจะนำเข้าพิจารณาในสนช.เร็วๆ นี้เพื่อใช้ประกอบรัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติ ขอให้คิดและศึกษาให้รอบคอบ อย่าทำแบบเร่งรีบ เพราะกำลังตัดสินอนาคตของประเทศและประชาชนเกือบ 70 ล้านคน ก็เป็นห่วงแทนลูกหลานไทยที่ต้องมาลำบากเพราะแนวคิดของพวกท่านก็เป็นได้” นาย สุรพงษ์กล่าว

ชัยเกษมขอรอดูผลงานรมต.ใหม่

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรม กล่าวถึงหน้าตาครม.ตู่ 4 ว่าในภาพรวมยังไม่เห็นใครที่มีฝีมือชัดเจน เป็นคนเก่า ซึ่งคนเก่าก็ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น กระทรวงศึกษาธิการคนเก่าก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ขณะที่รัฐมนตรีช่วยคนใหม่ก็เอามาจากสำนักนายกฯ ส่วนเศรษฐกิจมีความพยายามเอานายอุตตม สาวนายน มาอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม ต้องจับตาดูว่าเขาจะมีผลงานอะไรออกมา

ส่วนที่ให้นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ มาเป็นรมว.ยุติธรรมนั้น นายชัยเกษมกล่าวว่า ในฐานะที่เคยอยู่ตำแหน่งนี้ ก็ไม่รู้ว่านายสุวพันธู์จะใช้เวลาเท่าไรศึกษางานนี้ เพราะไม่เคยอยู่ในวงการนี้และไม่เคยเกี่ยวข้องกับงานนี้เลย แต่ต้องให้โอกาสและคอยดูผลงานว่าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แต่การเอาคนไม่รู้งานมาทำงานนั้นทำให้เสียเวลา เพราะถ้ายึดตามโรดแม็ปแล้ว ช่วงนี้ก็ใกล้จะเลือกตั้งแล้ว จึงถือว่าเหลือเวลาอีกไม่นาน น่าจะเอาคนที่เป็นงานแล้วมาขับเคลื่อนการทำงานมากกว่า อย่างไรก็ตาม การปรับครม.ครั้งนี้มีตรงใจอยู่เรื่องเดียวคือ ทหารไม่มา มาแต่พลเรือน ก็ทำให้ภาพพจน์ดีขึ้น

ต้านกม.คอมพ์นัดถล่มอีก20ธค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบว่า น่าสังเกตว่าหลังจากเครือข่ายพลเมืองต่อต้านซิงเกิล เกตเวย์ เคลื่อนไหวเข้าแฮ็กเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐต่างๆ และมีการรวมตัวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ …) ที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลโดยพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้เตือนการชุมชนต่อต้านว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ปรากฏว่าช่วงสายวันนี้เว็บไซต์หลักของทำเนียบรัฐบาล www.thaigov.go.th และเว็บไซต์ของหน่วยงานภายใน อาทิ สํานักนายกฯ www.opm.go.th เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา www.ratchakitcha.soc.go.th สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ www.nsc.go.th ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ตามปกติ มีบางช่วงเวลาที่เข้าไปดูได้เป็นระยะ กระทั่งช่วงเย็นเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลและหน่วยงานที่มีปัญหาสามารถกลับมาดูรายละเอียดได้ตามปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักนายกฯ ได้รับการยืนยันว่าเว็บไซต์ทำเนียบเปิดใช้งานได้ตามปกติ และอาจเป็นไปได้ที่มีการปรับปรุงระบบของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาระบุว่า เว็บมีปัญหาตั้งแต่ช่วงเช้าและอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขอยู่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักโฆษกฯเข้ามาตรวจสอบพร้อมสอบถามปัญหาการใช้งานกับสื่อมวลชนในห้องผู้สื่อข่าวหรือรังนกกระจอก ซึ่งตรวจสอบพบว่าสามารถเข้าเว็บไซต์ได้เป็นระยะ

ทั้งนี้ เครือข่ายพลเมืองต่อต้านซิงเกิลเกตเวย์ ประกาศผ่านเว็บเพจนัดรวมตัว เตรียมเคลื่อนไหวใหญ่พร้อมกันวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 13.00 น.

กลาโหมขอหยุดโจมตีเว็บ

ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ รร.เซ็นทราศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มต่อต้านร่างพ.ร.บ.คอมพ์ นัดโจมตีเว็บไซต์หน่วยงานราชการพร้อมกันในวันที่ 20 ธ.ค.ว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย ส่วนการดูแลความปลอดภัยของระบบไอที มีหน่วยงานความปลอดภัยดูแลอยู่แล้ว และยืนยันว่าการใช้วิธีการโจมตีนั้นเป็นวิธีการที่ไม่เกิดประโยชน์ ทั้งนี้ นายกฯรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับซิงเกิลเกตเวย์ ซึ่งวัตถุประสงค์ก็มีอยู่ จึงต้องเข้าใจรัฐบาลด้วยว่าทำออกมาเพื่ออะไร

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเว็บไซต์กระทรวงกลาโหมโดนกลุ่มบุคคลแฮ็กข้อมูลเพื่อแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านร่างพ.ร.บ.คอมพ์ และนัดหมายโจมตีเว็บราชการในวันที่ 20 ธ.ค.ว่า ยอมรับว่าเว็บกระทรวงกลาโหมมีกลุ่มบุคคลพยายามเจาะข้อมูล แต่ไม่ส่งผลกระทบ และไม่ได้สร้างเสียความหายมากนัก ขอความร่วมมือว่าให้หยุดกระทำดังกล่าว เนื่องจากจะเกิดความเสียหายให้กับหน่วยราชการ ประเทศชาติ และประชาชน ขอร้องกลุ่มบุคคลให้หยุดกระทำการดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่มีพฤติกรรมและการกระทำดังกล่าว เพื่อให้เห็นถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น เข้าใจว่าทุกคนย่อมมีสิทธิ์ แต่อย่าไปก้าวล่วงสิทธิ์คนอื่น ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ความพยายามเอากฎหมายดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับซิงเกิลเกตเวย์นั้น ตนคิดว่าทุกภาคส่วนพยายามทำความเข้าใจแล้ว

ไซเบอร์ทบ.สั่งป้องแฮ็กเกอร์

พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ กองทัพบก (ศซบ.ทบ.) กล่าวถึงขณะนี้มีการเจาะระบบหน่วยงานราชการอย่างผิดปกติว่า มีความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกลุ่มแฮ็กเกอร์ โดยเฉพาะจากต่างประเทศ จึงขอให้หน่วยและเจ้าหน้าที่เพิ่มความระมัดระวังด้านมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, port ช่องทางการเข้า-ออกระบบต่างๆ หากไม่จำเป็นให้ปิดการใช้งานชั่วคราว, กำหนดกฎ (Rule) หรือมาตรการความปลอดภัยของ Firewall ให้เข้มงวดมากขึ้น เฝ้าระวังตรวจสอบการโจมตี รวมถึงการบุกรุกตลอดเวลา ควรประสานและแสวงหาความร่วมมือด้านความรู้ทางเทคนิคในการป้องกันเพื่อรับมือการโจมตี จากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

พล.ต.ฤทธีกล่าวว่า ขอชี้แจงว่าศซบ.ทบ. ตั้งขึ้นเพื่อดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ของกองทัพบก เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยคุกคามด้านไซเบอร์ และการเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ไม่ได้มีหน้าที่ชี้แจงและบังคับใช้ข้อกฎหมายเพราะไม่ใช่หน้าที่ และไม่มีอำนาจตามกฎหมายเข้าไปล้วงข้อมูลส่วนบุคคล การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงโจมตี ตอบโต้ทางไซเบอร์ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

สนช.เสียงอ่อนขอคุยค้านคอมพ์

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) แถลงว่า ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. … ที่ผ่านความเห็นชอบจากสนช. ในวาระ 3 เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.นั้น ตอนเข้าสู่การพิจารณาของสนช. ตนได้ให้หลักการว่า กมธ.ต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าใจในกฎหมายและคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง รับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ให้บริการ และองค์กรที่ควบคุมดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ต้องหาจุดที่เหมาะสมหรือดุลยภาพระหว่างการใช้อำนาจของรัฐกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ทำให้เป็นกฎหมายที่ดี

“ดังนั้น องค์กรภาคประชาชนที่ออกมาคัดค้าน ส่วนตัวอยากให้มาพูดคุยกันด้วยเหตุผลว่าอะไรที่ขัดกับสิทธิเสรีภาพ โดยสนช.พร้อมเปิดเวทีให้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แต่ไม่อยากให้การกล่าวหานั้นไปโยงกับเรื่องซิงเกิลเกตเวย์ เพราะกฎหมายนี้ควบคุมการทำงานของเจ้าพนักงานไม่ให้แทรกแซงข้อมูลของประชาชน หากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดจะถูกลงโทษหนักเป็น 3 เท่า” นายพรเพชรกล่าว

พร้อมให้กกต.-พรรคนั่งกมธ.

นายพรเพชรกล่าวว่า ส่วนผู้ที่ลงชื่อคัดค้าน 3 แสนรายชื่อ อยากให้ดูว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายที่ใช้มานาน 10 ปี ส่วนข้อเรียกร้องให้ชะลอการประกาศใช้กฎหมายออกไปก่อนนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายผ่านการพิจารณาของสนช.ไปแล้ว หากสนช.ไม่ให้ผ่าน แล้วจะกลับไปใช้กฎหมายเก่าเมื่อปี 2550 หรืออย่างไร ส่วนที่เตรียมโจมตีเว็บส่วนราชการนั้น รัฐสภาก็ป้องกันเท่าที่ทำได้

นายพรเพชรยังกล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า ถือว่าโชคดีที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรม นูญ (กรธ.) เปิดร่างให้เห็นเบื้องต้น ทำให้สนช.ได้ศึกษาไปก่อนที่กรธ.เสนอร่างจริงเข้ามา ทั้งนี้ กมธ.วิสามัญที่จะพิจารณาร่างพ.ร.บ. แต่ละฉบับ จะให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นกมธ.ได้ เช่น ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะให้กกต.เข้ามาเป็นกมธ.ด้วย ขณะที่ผู้มีประสบการณ์หรือเชี่ยวชาญอาจให้เป็นที่ปรึกษา หรือพ.ร.บ.ว่าด้วยพรรค การเมือง ถ้านักการเมืองอยากมีส่วนร่วมก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ ส่วนที่ขัดแย้งกันในเนื้อหา สนช.ได้รับฟังเหตุผลว่าใครดีกว่า แต่มีข้อจำกัดเนื้อหาต้องไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องคาบเส้น อยู่ที่ใครจะตีความ ซึ่งระยะเวลาพิจารณาอาจใช้ 45 วัน และช่วงเวลาที่เหลือจะให้กมธ.แต่ละคณะไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด เพื่อตรวจทานเนื้อหาของร่างที่ใกล้แล้วเสร็จ

ยูเอ็นแถลงกังวล‘กม.คอมพ์’

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกระแสต้านพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ว่า ได้มอบให้ พล.ต.ท. ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ติดตามกลุ่มที่ต่อต้าน ว่าเข้าข่ายความผิดอะไรบ้าง ส่วนที่มีบางกลุ่มพยายามแฮ็กข้อมูลหรือเว็บไซต์ของหน่วยงานรัฐนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการแฮ็กเว็บไซต์ใดๆ ทั้งสิ้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา ฝากถึงกลุ่มเหล่านี้ให้ระวังตัวไว้

วันเดียวกัน สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์) ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดทางคอมพิวเตอร์ ที่อาจคุกคามเสรีภาพทางออนไลน์ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้หลักประกันว่า กฎหมายคอมพิวเตอร์ของไทยจะยึดถือมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชน

ชี้จำกัดเสรีภาพแสดงออก

ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ แถลงว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สนช.ของไทย ลงมติผ่านร่างแก้ไขพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ร่างดังกล่าวอาจจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก การแสดงความคิดเห็น การชุมนุม และความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรง และกฎหมายฉบับใหม่เปิดทางให้รัฐบาลเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้และการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้โดยผ่านผู้ให้บริการ (ไอเอสพี) โดยไม่ต้องขอคำสั่งศาล ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์ยังต้องรับผิดทางอาญาเช่นเดียวกับผู้ใช้ด้วย

ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ ระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดโทษจำคุก 5 ปี รวมทั้งโทษปรับในข้อหานำ “ข้อมูลบิดเบือน” เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยของประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ บริการสาธารณะและสาธารณูปโภค หรือสร้างความตื่นตระหนกแก่สังคม ดังนั้นกฎหมายนี้จึงเพิ่มอำนาจของทางการในการใช้ดุลพินิจ

ทั้งนี้ ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ได้ส่งจดหมายถึง สนช.ของไทยเพื่อแสดงความกังวลต่อการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน