เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่กองทัพเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงการวางตัวต่อสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งว่า ผู้บังคับบัญชาได้ให้นโยบายให้วางตัวเป็นกลางทางการเมือง อย่าไปซ้ายหรือขวา แค่นี้น่าจะเพียงพอแล้ว ส่วนกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯห่วงเกิดความขัดแย้ง ก่อนจะไปสู่การเลือกตั้งนั้น ต้องไปถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี “ท่านเป็นผู้ใหญ่ ผมไม่อยากยุ่ง ผมเป็นเด็กเมื่อวานซืน ไม่อยากวิจารณ์ท่าน ส่วนที่ผมเป็นหนึ่งในสมาชิกคสช.นั้น เพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2561 ยังไม่ทราบแนวทางและนโยบายของหัวหน้าคสช.ขอประชุมก่อนแล้วจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง”พล.ร.อ.ลือชัย

พล.ร.อ.ลือชัย ยังกล่าวถึงแนวทางการทำงานในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้ว่า ไม่ว่าจะผ่านร้อน ผ่านหนาวมากน้อยแค่ไหน กองทัพเรือยังคงเป็นกองทัพเรือ สิ่งหนึ่งที่ยึดถือมาอย่างยาวนานและอยู่ในสายเลือด คือทุกคนเป็นลูกประดู่ ยามบานก็บานพร้อมกัน ยามร่วงโรยก็ร่วงโรยพร้อมกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน ตนไม่มีซ้ายขวาและหน้าหลัง ทุกคนเป็นลูกสมเด็จเตี่ย (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีพระนามเดิมว่าพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์) เป็นเรื่องธรรมดาที่พ่อแม่รักลูกทุกคน อาจจะรักไม่เท่ากันบ้าง ใครทำดีมากก็จับตามองมาก แต่ถ้าใครเรื่อยเปื่อย ก็ยังให้ความรักและไม่ได้ทอดทิ้ง ก็ดูแลกันไป ถือเป็นลูกของเราเหมือนกัน นี่คือปรัชญาการทำงานข้อแรก

“นอกจากนี้ผมยึดถือพระราชดำรัส ของสมเด็จพระสังฆราช เรื่องความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้ร่วมอยู่ด้วยกันเป็นหมู่เจริญวัฒนาถาวร ได้สำเร็จ ตนจะต้องทำแบบนี้ให้ได้ กองทัพเรือถือเป็นหนึ่งเดียวกัน กำลังพลแค่ 50,000 คนสามารถฟันฝ่าอุปสรรคผ่านร้อนผ่านหนาวกว่าร้อยปี เชื่อว่าหากทำต่อไปจะนำทางกองทัพเรือไปข้างหน้าได้ ผมมีวาระการทำงาน ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ 2 ปี แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา ผมเป็นทหารแท้จะให้ไปไหนก็ไปส่วนการพัฒนาศักยภาพของกองทัพโดยเฉพาะการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์นั้น ซึ่งผมเคยได้เน้นย้ำไปแล้วก่อนหน้านั้น ว่าจะไม่จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ บนหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ตามหลักการของการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต้องโปร่งใสบริสุทธิ์ยุติธรรมตรวจสอบได้ ขอให้มั่นใจกองทัพเรือตรงจุดนี้”พล.ร.อ.ลือชัย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน