3 แกนนำ พรรคพลังประชารัฐ แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง ก็มีอำนาจในการเมือง

3 แกนนำ / เพจ iLaw ได้โพสต์สาระน่ารู้เกี่ยวกับ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนที่จะมีการ เลือกตั้ง ว่า พรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวพร้อมด้วย 4 รัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. ซึ่งเป็นแกนนำพรรค ประกอบด้วย อุตตม สาวนายน รมต.อุตสาหกรรม เป็นหัวหน้าพรรค สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.วิทยาศาสตร์แลเทคโนโลยี เป็นรองหัวหน้าพรรค สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมต.พาณิชย์ เป็นเลขาธิการพรรค กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโฆษกพรรค

นอกจากนี้รัฐมนตรีจำนวน 3 คน จาก 4 คน ของพรรคพลังประชารัฐ ยังดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ คือ

  • อุตตม สาวนายน เป็น “กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ”
  • สุวิทย์ เมษินทรีย์ เป็น “กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ”
  • กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็น “กรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน” และ “กรรมการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ”

ทั้ง 3 คน ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ให้ไปดำรงตำแหน่งเหล่านี้ ซึ่งทั้งหมดจะนั่งควบตำแหน่งยาวไปถึงปี 2565 หลังเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะชนะเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลหรือไม่ก็ตามพวกเขาจะมีบทบาทอยู่ต่อไป

อุตตม และสุวิทย์ จะนั่งใน “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ” มีอำนาจติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ เสนอความเห็นต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง และกำกับดูแลการปฏิรูปประเทศที่กำหนดไว้ในกฎหมายแผนและขั้นตอนการปฏิรูป

หัวหน้าพรรค

กอบศักดิ์ จะนั่งใน “คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ” มีอำนาจสอดส่องหน่วยงานของรัฐที่ไม่ยอมดําเนินตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยสามารถส่งเรื่องให้ ส.ส. หรือ ส.ว. และมีมติส่งเรื่องต่อให้ ป.ป.ช. ดําเนินการกับหัวหน้าหน่วยงานของรัฐนั้น ขณะที่หากการดำเนินการของ ครม. ขัดยุทธศาสตร์ชาติก็สามารถแจ้งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ หรือ ส.ส. และ ส.ว. เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย

รองหัวหน้าพรรค

กอบศักดิ์ จะนั่งใน “คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ” อีกตำแหน่งมีอำนาจสอดส่องการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดยหากเห็นว่าหน่วยงานรัฐดำเนินการไม่สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ สามารถประสานงานหรือปรึกษาหารือกับหน่วยงานของรัฐเพื่อแก้ไขปรับปรุงความไม่สอดคล้องนั้น ในกรณีที่ไม่อาจหาข้อยุติร่วมกันได้ ให้เสนอเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเพื่อพิจารณา

โฆษกพรรค

ด้วยเหตุนึ้ รัฐบาลเลือกตั้งหากไม่เดินตามยุทธศาสตร์ชาติ อาจพ้นไปจากหน้าที่ และถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครรับเลือกตั้ง หรือสิทธิเลือกตั้งไม่เกิน 10 ปี นอกจากนี้ ยังอาจถูกฟ้องฐานทุจริตต่อหน้าที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ตามมาตรา 172 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต อีกด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน