“จาตุรนต์” ยกโขยง! พาทัพใหญ่เสริม ‘พรรค ทษช.’ ประกาศลั่นพร้อมสู้เผด็จการ!

ยกโขยง! “จาตุรนต์” หอบอดีตเพื่อไทย เสริมทัพ พรรค ทษช. ลั่นพร้อมสู้กับเผด็จการ ชนะการเลือกตั้งเกินครึ่งสภา!

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 พ.ย. ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง นางฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าฯ รฟม. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิก โดยมีผู้บริหารของพรรค ทษช.ให้การต้อนรับ

จากนั้นเวลา 13.00 น. ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ แถลงว่า คนที่มาร่วมกับพรรคไทยรักษาชาติวันนี้ เป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าในฝั่งประชาธิปไตย

ทุกคนที่มารวมกันอยู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน คือจุดยืนในการรักษาประชาธิปไตย ต่อต้านการสืบทอดอำนาจทุกรูปแบบ

แม้พรรคของเราจะมีอายุไม่นาน แต่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ จะเสริมความแข็งแกร่งให้พรรคของเรา เราพร้อมที่จะสร้างความสุข สร้างรอยยิ้มให้มีสิ่งที่ดีเกิดขึ้น

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า ไม่ได้ลาออกจากพรรคเพื่อไทยเพราะมีความขัดแย้งกับแกนนำพรรคหรือใครในพรรค ไม่มีปัญหาความแตกต่างทางอุดมการณ์หรือนโยบาย ตนคิดว่าการทำงานตามอุดมการณ์เพื่อให้ปรากฏเป็นจริง จะทำได้อย่างไร ซึ่งในสถานการณ์นี้ประเทศอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อ คือฝ่ายเผด็จการที่ต้องการสืบทอดอำนาจ กับฝ่ายประชาธิปไตย

โจทย์ของเราคือจะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจได้อย่างไร หากหยุดยั้งไม่ได้ ประเทศไทยอาจตกอยู่ภายใต้ คสช.อีก 10-20 ปี อย่างที่ทราบกัน มีการวางกติกาลดทอนอำนาจประชาชน จนมีนักการเมืองบางคนถึงกับประกาศว่ารัฐธรรมนูญนี้ถูกออกแบบมาเพื่อพวกเขา รวมทั้งพรรคการเมืองใหญ่ถูกสกัดไม่ให้มีเสียงข้างมาก การออกรัฐธรรมนูญเช่นนี้เหมือนกับเจาะจงให้มีผลต่อพรรคการเมืองใหญ่ เป็นประตูกล เป็นกับดักเล่นงานพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้เกิดผลเสียต่อฝ่ายประชาธิปไตย

เมื่อเรารู้เท่าทันในรัฐธรรมนูญและหมากกล เราเชื่อว่าสามารถทำให้พรรคการเมืองพ้นและฝ่าจากกับดักนี้ไปได้ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาสฝ่ายประชาธิปไตย ลดโอกาสที่เขาจะสืบทอดอำนาจ

“ที่มาร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติ เนื่องจากที่นี่ได้รวมผู้สนใจการเมือง มีวิสัยทัศน์ ต้องการมีบทบาททางการเมือง ท่านหัวหน้าพรรคได้มาเชิญผม จากการหารือเห็นได้ชัดว่าพรรคนี้มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยตรงกัน เลยตัดสินใจมา ที่มาไม่ใช่เพราะหนีกับดักส่วนตัว แต่ต้องการพัฒนาบ้านเมืองด้วยวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เพื่อให้พรรคนี้เป็นยานพาหนะ ที่ทำให้พรรค นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย หลีกเลี่ยงกับดักที่ออกแบบไว้ เพื่อไปสู่จุดหมายปลายทางที่จะพัฒนาประเทศชาติร่วมกัน โดยตั้งเป้าจะนำพาพรรคฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้ 251 เสียง” นายจาตุรนต์ กล่าว

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย มีแต่ความรัก ความอบอุ่น ถึงทุกวันนี้ก็รู้สึกดีไม่เสื่อมคลาย ทั้งนี้ จะยืนหยัดต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างสันติวิธี ตนได้พูดคุยกับหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ ต่างมองไปในทางเดียวกันในการต่อสู้ตามแนวทางประชาธิปไตย

พวกเราจึงเดินทางมาพรรคนี้โดยไม่มีเงื่อนไข ข้อเรียกร้องในสถานะใดๆ แต่ขอเพียงอย่างเดียว พรรคไทยรักษาชาติต้องไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืน หลักการ เมื่อตนตัดสินใจเช่นนี้แล้ว ขอปวารณาตัวตามที่คณะกรรมการบริหารพรรคมอบหมาย หวังว่าประชาชนจะให้โอกาสพรรคที่ตนอยู่ แม้เป็นพรรคใหม่แต่จิตวิญญาณยังคงเดิม ชอบที่พรรคนี้เป็นศูนย์รวมของคนมีความคิดทันสมัย บนรากฐานประชาธิปไตย

เมื่อถามถึงกรณพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มั่นใจจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นความชัดเจนของฝ่ายที่ต้องการสืบทอดอำนาจ ตั้งพรรคการเมืองในทำเนียบรัฐบาล ใช้โครงการต่างๆ การเดินสายของรัฐมนตรี ดึงนักการเมืองให้ไปร่วมกัน มาถึงวันนี้เขาก็ประกาศชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญนี้ออกแบบมาเพื่อพวกเรา มันก็ชัดเจน

ในส่วนของการรับมือนั้น เราต้องคิดว่าทำอย่างไรให้พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยได้เสียงมากที่สุด โจทย์คือ ไม่ให้กลไกลรัฐธรรมนูญทำให้เราอ่อนแอ ซึ่งเป็นเรื่องเกมเลือกตั้งที่เราต้องรู้ทันและแก้เกม แต่หลักใหญ่การสกัดการสืบทอดอำนาจ คือเราต้องอธิบายกับประชาชนว่าเหตุใดควรสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้เสียงมากที่สุด หากไม่เป็นเช่นนั้นจะเกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างไร

ส่วนคสช.จะสืบทอดอำนาจได้หรือไม่ เป็นเรื่องพรรคการเมืองต้องประกาศแต่ต้น สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือ ทำตัวเองให้ชัดเจน ยืนยันความตั้งใจตัวเองให้ชัดเจน

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยถูกมองว่ามุ่งหวังคะแนนระบบเขต ส่วนพรรคไทยรักษาชาติมุ่งหวังระบบบัญชีรายชื่อ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ตนจะตอบแทนพรรคเพื่อไทยก็ไม่เหมาะ เพราะลาออกมาแล้ว หรือจะมาตอบแทนพรรคไทยรักษาชาติก็ดูไม่ดี เอาไว้ค่อยหารือกันอีกครั้ง

เมื่อถามว่าการกะเกณฑ์ประชาชนให้ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยในระบบเขต เลือกพรรคไทยรักษาชาติในระบบบัญชีรายชื่อ จะเป็นการดูถูกประชาชนหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ยังไม่มีใครอธิบายว่าพรรคไทยรักษาชาติจะเน้นปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยมุ่งหวังเขต แต่ที่รู้คือพรรคไทยรักษาชาติจะต่อสู้ตามกติกา อยู่ที่ประชาชน ได้คะแนนเสียงเท่าไหร่อยู่ที่ประชาชน ดังนั้นข้อสังเกตที่ว่า คงเป็นข้อสังเกตที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตว่ามีแต่คนเสื้อแดงที่ไปอยู่ทั้งพรรคเพื่อชาติ และพรรคไทยรักษาชาติ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นปช.ได้หารือว่าจะไม่ตั้งพรรคการเมืองในนาม นปช. ส่วนสมาชิกจะไปร่วมงานพรรคใดถือเป็นเสรีภาพ ตราบใดยืนยันตามหลักการประชาธิปไตย ถือเป็นแนวร่วม

แต่ถ้าหากใครไปร่วมกับฝ่ายเผด็จการถือว่าขาดกัน ข้อเท็จจริงที่เคยพูดไว้วันนั้น ยังยืนยันมาถึงทุกวันนี้ ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ไปเป็นกองเชียร์อยู่พรรคเพื่อชาติ เรามาอยู่ที่นี่ ก็ไม่ได้เป็นความขัดแย้ง


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้เพชร สหรัตน์ ประกาศยุบวงแล้ว! เจอปัญหาต้นสังกัดเดิมรุมเร้า
บทความถัดไปคนหรือปลาเก๋า! ตุ๊กตุ๊ก เจ้าถิ่นโชว์มีดขู่ แกร็บ ลั่นมาแถวนี้ ไม่รับรองชีวิต